โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยพบหลักฐานการปนเปื้อนไมโครพลาสติกเข้าสู่ปอดนกป่าเป็นครั้งแรก

เดลินิวส์

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 13.18 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 06.06 น. • เดลินิวส์
ผลของการศึกษาวิจัยล่าสุดชี้ว่า มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในร่างกายของนกมากกว่า 50 สายพันธุ์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับหลักฐานชิ้นแรกที่บ่งบอกว่า มีไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในปอดของนกที่อยู่ตามแหล่งธรรมชาติ

ศาสตราจารย์อู๋หย่งเจี๋ยจากมหาวิทยาลัยเสฉวน ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษาวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า “นกเป็นสัตว์ที่มีความเคลื่อนไหวสูง มีความหลากหลายตามระบบนิเวศ และมีระบบทางเดินหายใจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้พวกมันเสี่ยงต่อมลพิษที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เราตั้งเป้าที่จะประเมินการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกในปอดของนก รวมทั้งประเมินแนวโน้มการปนเปื้อนนี้ในฐานะที่พวกมันเป็นมาตรวัดทางชีวภาพของมลพิษจากพลาสติกในอากาศ”

ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ปอดของนกจาก 51 สายพันธุ์ โดยนกทั้งหมดนี้เป็นนกที่โดนกำจัดตามมาตรการของโครงการลดอุบัติเหตุเครื่องบินชนนกที่สนามบินนานาชาติเทียนฝู่ เมืองเฉิงตู พวกเขาพบไมโครพลาสติกในปอดของนกทุกตัว

เชน ดูเบย์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัสที่อาร์ลิงตันซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า “ผลลัพธ์ที่ได้ที่ทำให้ผมประหลาดใจมากที่สุดคือการปนเปื้อนในวงกว้างในนกทุกสายพันธุ์ที่เราเก็บตัวอย่าง ไม่ว่าพวกมันจะมีขนาดร่างกาย ลักษณะนิสัยในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัยและพฤติกรรมการกินแบบไหนก็ตามแต่”

ทีมวิจัยพบไมโครพลาสติกในนกทุกสายพันธุ์ที่ศึกษาในอัตราเฉลี่ย 416 อนุภาคต่อเนื้อเยื่อปอดทุก 1 กรัม นกที่อาศัยอยู่บนบกจะมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนมากกว่านกที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ และนกขนาดใหญ่จะมีการปนเปื้อนมากกว่านกขนาดเล็ก

นอกจากนี้ยังพบว่า การสะสมไมโครพลาสติกในร่างกายจะพบอยู่ในนกประเภทกินเนื้อและประเภทที่กินทั้งพืชและเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ แสดงให้เห็นว่าถิ่นที่อยู่อาศัยและการกินเป็นเส้นทางการสัมผัสที่สำคัญ เช่น การที่นกออกหากินในพื้นที่ที่มีมลพิษ เป็นต้น

นักวิจัยพบเส้นใย ชั้นฟิล์มและเม็ดพลาสติกจากพลาสติก 32 ชนิด ได้แก่ โพลีเอทิลีน โพลียูรีเทน โพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) และยางบิวทาไดอีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตยางรถยนต์และยานพาหนะ

ศ.อู๋อธิบายว่า “การสึกหรอของยางล้อเครื่องบินหรือยานพาหนะภาคพื้นดินและถนนใกล้เคียงอาจทำให้อนุภาคยางบิวทาไดอีนหลุดออกมาในอากาศ แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาติดตามแหล่งที่มาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันเรื่องนี้”

แม้ว่าการสึกหรอของยางรถยนต์มักถูกมองข้ามในฐานะแหล่งที่มาของไมโครพลาสติก แต่เชื่อกันว่ามันคือสาเหตุที่ทำให้อนุภาคพลาสติกปนเปื้อนสู่มหาสมุทรประมาณ 5-28%

ดูเบย์กล่าวว่า “การปนเปื้อนที่แพร่หลายเป็นวงกว้างนี้เน้นย้ำถึงลักษณะการแพร่กระจายของมลพิษจากพลาสติกในอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกเช่นเดียวกับการปนเปื้อนของพลาสติกในมหาสมุทรของเรา”

ผลการศึกษาก่อนหน้านี้หลายโครงการเผยว่า พบไมโครพลาสติกในอากาศในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองอย่างเทือกเขาแอลป์ และในมหานครต่างๆ ของประเทศจีน กรุงปารีส และกรุงลอนดอน

ในปี 2561 ดร.สเตฟานี ไรท์ จากวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ได้ติดตั้งเครื่องเก็บตัวอย่างอากาศบนดาดฟ้าใกล้กับอาคารซอมเมอร์เซ็ต เฮาส์ ทีมของเธอใช้เวลา 4 สัปดาห์ในการเก็บตัวอย่างและพบสารพอลิเมอร์จากปิโตรเคมี 15 ประเภท

ไรท์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า “การวิจัยปอดนกครั้งใหม่นี้เน้นย้ำถึงการแพร่หลายของมลพิษจากไมโครพลาสติก ซึ่งปัจจุบันเรารู้แล้วว่าทำให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นบรรยากาศ และเป็นปัญหาต่อสุขภาพของทั้งสัตว์และมนุษย์อย่างชัดเจน

“เราเฝ้าสังเกตอนุภาคไมโครพลาสติกในอากาศที่ปนเปื้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศในลอนดอน ทั้งจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในอาคาร เราไม่สามารถกำจัดพวกมันได้หมด ดังนั้นจึงต้องหยุดตั้งแต่ที่แหล่งกำเนิด ความจริงที่ว่า วัสดุเหล่านี้สามารถคงอยู่ไปได้ตลอดกาลนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย”

ที่มา : theguardian.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...