โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ดีวาน่ากรุ๊ป" ปรับยุทธศาสตร์ ทุ่มปั้นโปรเจ็กต์ 5 ดาวรับตลาดเปลี่ยนทิศ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2562 เวลา 13.41 น.

“ดีวาน่า กรุ๊ป” ปรับยุทธศาสตร์มุ่งเจาะตลาดคุณภาพรับเทรนด์ตลาดนักท่องเที่ยวเปลี่ยน เผยเตรียมทุ่มงบฯลงทุนอีก 1.2 พันล้านผุดโรงแรมใหม่ระดับ 5 ดาว หวังรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ พร้อมลงทุนอีกราว100 ล้านบาทปรับโฉมภาพลักษณ์-ยกระดับ “ดีวาน่า พลาซ่าภูเก็ต ป่าตอง” หนีสงครามราคาโรงแรมระดับ 3-4 ดาวระอุ หลังจากรีโนเวต “ดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง-ดีวาน่า ป่าตอง รีสอร์ท” ไปเรียบร้อยแล้ว

นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีวาน่า กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและสปา จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้ปรับยุทธศาสตร์ในการลงทุนและการดำเนินงานใหม่ด้วยการขยับเข้าสู่ตลาดในระดับ 5 ดาวเป็นครั้งแรก หลังจากที่อยู่ในตลาดระดับ 3-4 ดาวเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนไปสู่ตลาดคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งสอดรับกับนโยบายส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวของภาครัฐด้วย

เปิดเกมใหม่บุกตลาด 5 ดาว

โดยปีนี้บริษัทได้เริ่มต้นทำการศึกษาโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งใหม่ บนที่ดินประมาณ 6 ไร่ (ติดกับโครงการดีวาน่า ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ สปา) มูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านบาทซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำการศึกษารายละเอียดโครงการ และยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างและอีไอเอ จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงประมาณปี 2022 และเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2024

“โครงการนี้ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นโครงการระดับ 5 ดาวแห่งแรก และใช้เงินลงทุนสูง ที่สำคัญโครงการนี้เราจะใช้แบรนด์อินเตอร์และใช้เชนเข้ามา

บริหาร เพราะเราอยากดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมี่ยมและกลุ่มไมซ์คุณภาพ”

นายศึกษิตกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นโครงการใหม่นี้น่าจะมีห้องพักรวมที่ประมาณ 120-150 ห้อง และมีห้องประชุมสัมมนารองรับผู้ร่วมงานได้ประมาณ 300-500 คน

โรงแรม 3-4 ดาวแข็งขันสูง

นายศึกษิตกล่าวต่อไปว่า ในอดีตที่ผ่านมาพบว่าตลาดโรงแรมระดับ 3-4 ดาวเติบโตอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงแต่กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่เท่านั้น เชนอินเตอร์เองก็ขยับลงมาแข่งขันในตลาดนี้ด้วย ทำให้การแข่งขันในตลาดระดับ 3-4 ดาวสูงมาก สุดท้ายทุกค่ายใช้กลยุทธ์ด้านราคามาแข่ง ขณะที่ตลาดในระดับ 5 ดาวเป็นตลาดที่ยังมีจำนวนโรงแรมไม่มากนัก ทั้งนี้ เป็นเพราะตลาดที่ใช้เงินลงทุนสูง ทำให้มีคู่แข่งในตลาดน้อยรายตามกลไลการลงทุน

“ตอนนี้สิ่งที่เราวางแผนในระยะยาว คือ เน้นโรงแรมที่มีคุณภาพ ไม่เน้นวอลุ่มเพราะตลาดในเซ็กเมนต์คุณภาพนั้นไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็อยู่ได้ เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็อยู่ได้ เพราะกลุ่มเป้าหมายยังมีกำลังใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นตลาดแมสเวลาเจอวิกฤตเราจะเหนื่อยมาก ที่สำคัญคู่แข่งของโรงแรมลักเซอรี่ก็ต่ำกว่าโรงแรมที่เป็นแมส ซึ่งทิศทางใหม่ของเรานั้นจะไม่อยู่ในตลาดที่เป็นเรดโอเชี่ยนมากนัก” นายศึกษิตกล่าว

ไล่อัพภาพลักษณ์โรงแรมเก่า

นายศึกษิตกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนรีโนเวตโรงแรมเก่าให้มีคุณภาพและมีความทันสมัย และสอดรับกับความต้องการตลาดที่เปลี่ยนไปอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยปีที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนไปรวมประมาณ 450 ล้านบาท สำหรับปรับโฉมใหม่โรงแรมในเครือไปจำนวน 2 แห่ง คือ โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง และโรงแรมดีวาน่า ป่าตอง รีสอร์ท

สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มอีกราว 100 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงและยกระดับภาพลักษณ์โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง โดยจะพัฒนาปรับปรุงในส่วนพับลิกแอเรียให้ดูทันสมัยขึ้นประกอบด้วย ห้องอาหาร ฟิตเนส คิดส์คลับ ห้องประชุมสัมมนาทั้งหมด 5 ห้องและส่วนของแลนด์สเคป และท็อปฟลอร์หลังจากที่ได้ปรับปรุงในส่วนห้องพักไปแล้ว

เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเริ่มรีโนเวตได้ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ และแล้วเสร็จประมาณกันยายน-ตุลาคม 2562 นี้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในเฟส 2 ของโรงแรมรีเซนต้า ภูเก็ต สวนหลวง โรงแรมที่อยู่ในตัวเมืองภูเก็ตอีกประมาณ 200 ล้านบาท โดยในเฟสนี้มีแผนจะยกระดับภาพลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ให้ดูทันสมัยและพรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“ส่วนที่จะลงทุนเพิ่มประกอบด้วยห้องพักอีกประมาณ 80 ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดประมาณ 200 คน รวมทั้งสระว่ายน้ำสกายวิว ท็อปฟลอร์และล็อบบี้ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2020 จากนั้นจะลงทุนปรับปรุงอาคารเดิมที่เปิดให้บริการในเฟสแรกจำนวน 66 ห้องด้วยเพื่อให้เป็นภาพลักษณ์เหมือนกับโครงการในเฟส 2” นายศึกษิตกล่าว

และว่า ที่ผ่านมาบริษัทมีนโยบายลงทุนเพิ่มสำหรับพัฒนาและปรับปรุงโรงแรมในทุก ๆ 6-7 ปีอยู่แล้ว เพื่อให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมดูทันสมัย สามารถแข่งขันในตลาดได้ และสอดรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยว

ปี 2018 รร.ภูเก็ตติดลบ 4%

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีวาน่า กรุ๊ปกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ภาพรวมของอัตราการเข้าพักของโรงแรมในภูเก็ตปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ราว 77-78% ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ขยายตัวลดลงที่ราว 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากเกิดวิกฤตเรือนักท่องเที่ยวล่ม ซึ่งทำให้ตัวเลขอัตราการเข้าพักในช่วงครึ่งปีหลังลดลงไปประมาณ 15% ขณะที่ในครึ่งปีแรกธุรกิจมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่กว่า 10% ขณะเดียวกัน ยังพบว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมในระดับ 5 ดาวจะสูงกว่าโรงแรมในระดับ 3-4 ดาวประมาณ 4-5% ด้วย

สำหรับภาพรวมของกลุ่มดีวาน่าในปีที่ผ่านมานั้น พบว่าโรงแรมในภูเก็ตมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 78-88% ลดลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทั้งนี้ เนื่องจากว่าบริษัทใช้กลยุทธ์บาลานซ์ตลาดเพื่อกันความเสี่ยงไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...