โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ให้กันรัวๆ! กรมทางหลวงชนบทมอบของขวัญปีใหม่'62 เปิดใช้ 5 โครงข่ายถนน-สะพาน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2561 เวลา 02.24 น.

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า กรมได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนและสะพาน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล สำหรับในเทศกาลปีใหม่ 2562 นี้ได้เปิดถนนและสะพานเพื่อให้ประชาชนได้เดินทางอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย จำนวน 5 โครงการ

1.ถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ-ใต้) จังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี มีระยะทางรวมประมาณ 14.7 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 6,758.736 ล้านบาท แบ่งงานก่อสร้างเป็น 4 สัญญา ซึ่งเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 โดยมีแนวเส้นทางต่อขยายจากถนนราชพฤกษ์เดิมที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 345 ไปทางทิศเหนือบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 346 บริเวณทางแยกถนนเลี่ยงเมืองปทุมธานี รวมทั้ง มีถนนเชื่อมต่อไปยังถนนกาญจนาภิเษก สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้เน้นย้ำให้กระทรวงคมนาคมช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ให้ทำอย่างต่อเนื่องและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่ง บรรเทาการจราจรถนนบริเวณโดยรอบให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมขนส่งระหว่างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากับถนนกาญจนาภิเษกและช่วยเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมทางถนนด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

2.สะพานข้ามทางรถไฟและอุโมงค์ลอดทางรถไฟ จุดตัดทางรถไฟกับถนนทางหลวงชนบทสาย ปข.1021 แยก ทล.4 – บ้านหน้าป้อม อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อสร้างทางเป็นสะพานข้ามทางรถไฟ ที่มีพื้นสะพานเป็นโครงสร้างพิเศษ ความยาว 340 เมตร พร้อมทางกลับรถใต้สะพานและถนนต่อเชื่อมสองฝั่ง ความยาวรวม 985 เมตร พร้อมก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางรถไฟ ความยาว 126.11 เมตร สำหรับพาหนะขนาดเล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ และได้ก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 175.370 ล้านบาท

เมื่อเปิดใช้งานสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการสัญจรของรถไฟและยานพาหนะบนถนนทางหลวงชนบท รวมทั้งเป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาการขนส่งระบบรางโครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยสะพานดังกล่าวจะมีพิธีเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2562 นี้

3.โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) จำนวน 3 สายทาง โดย ทช.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เพื่อใช้เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคกลางตอนล่างต่อเนื่องภาคใต้ตอนบนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง

ซึ่งเป็นที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ สามารถส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อกระตุ้นการลงทุนทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อ
ทั้งชุมชน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนสามารถใช้เป็นเส้นทางโครงข่ายสายรองในการเชื่อมต่อกับถนนสายหลักในการเดินทางลงสู่ภาคใต้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ประกอบด้วย ถนนทางหลวงชนบทสายบ้านคลองโคน – บ้านบางตะบูน อำเภอเมือง, บ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม, เพชรบุรี ระยะทาง 14.386 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 297.180 ล้านบาท

ถนนทางหลวงชนบทสายบ้านท่าม่วง – บ้านบางเบิด อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 16.122 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 198.670 ล้านบาท

ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.3201 – บ้านบางจาก อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร ระยะทาง 8.595 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้าง 83.480 ล้านบาท

4.ถนนทางหลวงชนบทสาย ปข.2052 แยก ทล.37 – โครงการพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 10.497 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 168 ล้านบาท

ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งเชื่อมโยงอำเภอหัวหินกับแหล่งท่องเที่ยวด้านฝั่งตะวันตกของทางหลวงหมายเลข 37 ตลอดจนสามารถเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี รองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองสู่แหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

5.ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.231 – ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ระยะทาง 9.077 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 231.880 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็วปลอดภัยในการคมนาคมเข้าสู่ตัวเมืองอุบลราชธานี แก้ไขปัญหาจราจรการขนส่งเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ตลอดจนเพื่อสนับสนุนนโยบายจังหวัดในการเสนอตัว
เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่ 33 ในปี 2568 ซึ่งโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนมกราคม 2562 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...