โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

8 สารปรุงแต่งในอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง…..

AKERU

อัพเดต 29 ก.ย 2562 เวลา 20.25 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2562 เวลา 20.25 น.
การศึกษาจากวารสารอเมริกันรายงานว่า สารปรุงแต่งที่ใช้ผสม …

การศึกษาจากวารสารอเมริกันรายงานว่า สารปรุงแต่งที่ใช้ผสมอาหารมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่อันตรายต่อร่างกาย จนกระทั่งปี 1800 ที่สารนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ เรามาเทียบมาตรฐานสารปรุงแต่งที่เป็นอันตรายในสมัยนั้นกับปัจจุบันกันดีกว่าค่ะ

ในวันนี้ก็เป็นที่คาดกันว่าอาหารแปรรูปที่ทำขึ้นมากกว่า 70% เป็นอาหารอเมริกัน ทั้งจากคุ๊กกี้, แครกเกอร์, ซีเรียล และโยเกิร์ต หลายๆ คนไม่ได้คิดว่าอาหารแปรรูปเป็น “กรรมวิธี” อีกต่อไป แต่พวกเขาจะเรียกว่า “อาหาร” ที่ใช้บริโภคกันทุกวันนั้นเอง

แต่ก็ไม่ใช่อาหารทั้งหมดที่มีวัตถุเจือปนที่ทำขึ้นจากอาหารแปรรูปเท่านั้น และนี่คือ 10 ราการสารปรุงแต่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงค่ะ

1. ความหวานสังเคราะห์ (Artificial Sweeteners)

706412155_66ae966d7c_o

ที่มา: davidwolfe

ในอาหารที่มีส่วนผสม “diet” และ “sugar free” อย่าง Diet Coke มีแอสปาร์แตม (Aspartame) ที่เป็นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล มักถูกนำไปใช้ในอาหารลดน้ำหนัก ไม่ต้องสงสัยค่ะว่าผู้ผลิตอย่างโคคาโคล่าได้วางแผนผลิตภัณฑ้เหล่านี้ให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การรับประทานสารให้ความหวานจะเกิดผลเสียมากกว่าการรับประทานน้ำตาลจริงๆ

2. น้ำเชื่อมข้าวโพดแบบฟรุ๊กโตสสูง (High Fructose Corn Syrup)

Candy_colors

น้ำเชื่อมข้าวโพดแบบฟรุ๊กโตสสูงพบได้ในขนมปัง, ท็อฟฟี่, โยเกิร์ต และน้ำสลัด ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันพบว่าน้ำเชื่อมนี้แตกต่างจากสารให้ความหวานอื่นๆ เพราะจะทำให้คุณไม่อยากหยุดกิน และจำนวนแคลอรี่ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

3. ผงชูรส หรือ มอโนโซเดียม กลูตาเมต (MSG)

ผงชูรสเป็นวัตถุปรุงแต่งอาหารที่ใช้ในน้ำสลัดหลายๆ ยี่ห้อ, มันฝรั่งทอด และอาหารในร้านอาหาร บางคนถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นโรคภัตตาคารจีน (Chinese Restaurant Syndrome) คือ อาการป่วยหลังรับประทานอาหารที่ภัตตาคารจีน

แม้ว่าจะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการรับประทานผงชูรสทำให้เกิดอาการป่วย แต่คนที่รับประทานอาหารที่มีผงชูรสก็ยังคงบ่นถึงอาการปวดหัว ปวดท้อง และมีอาการรู้สึกถูกเผาไหม้ทั่วร่างกาย ซึ่งปฏิกิริยาที่เกิดจากหลังการรับประทานผงชูรสของแต่ละคนนั้นมากน้อยต่างกัน

4. ไขมันทรานส์ (Trans Fat)

Margarine_BMK

สมาคมหัวใจอเมริกันรายงานว่าไขมันทรานซ์ส่งผลต่อการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ที่ประเทศเดนมาร์กมีข้อห้ามว่าอาหารทุกประเภทห้ามมีไขมันทรานซ์เกิน 2% ไขมันทรานซ์สามารถพบได้ในเนยเทียม, มันฝรั่งทอด และอาหารฟาสต์ฟู้ด

5. สีผสมอาหารบางชนิด (Certain Food Dyes)

1043754674_7ddf99c276_o

สีผสมอาหารพบได้ทั้งในเค้กวันเกิด, คัพเค้ก และคุ๊กกี้ จากการรายงานขององค์การอาหารและยาพบว่า สีผสมอาหารเทียม E133 และ E124 เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ผลการศึกษาล่าสุดมีสิ่งเชื่อมโยงกับสีผสมอาหารเทียมที่คอยทำลายเซลล์ DNA  นอกจากนี้ E124 ยังถูกพบว่ามีความเป็นได้ที่จะเกิดเนื้องอกขึ้นในสัตว์ องค์การอาหารและยาได้ปฏิเสธความพยายามหลายครั้ง และร้องเรียนให้มีการห้ามใช้สีผสมอาหารเทียม ขณะเดียวกันในสหภาพยุโรปหากอาหารชนิดใดมีสีผสมอาหารจะต้องทำเครื่องหมายรับรองไว้

6. โซเดียมซัลไฟต์ (Sodium Sulfite)

เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์บางชนิดมีประโยชน์มากกว่ามีโทษต่อสุขภาพหากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ไวน์ที่มีส่วนประกอบของโซเดียมซัลไฟต์ที่ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

โชคดีที่มีไวน์หลายประเภทที่ปราศจากการเพิ่มโซเดียมซัลไฟต์ ซึ่งสิ่งนี้อาจจะทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการดื่มเครื่องดื่มที่ผ่อนคลาย และ ภาวะช็อคจากการแพ้ในกรณีที่มีปฏิกริยาจากการดื่มส่วนผสมนี้อย่างรุนแรง

7. โซเดียมไนไตรท์ (Sodium nitrite)

โซเดียมไนไตรท์ถูกพบว่าเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่ทำลายหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดแดงมีแนวโน้มลดลง  โซเดียมไนไตรท์สามารถส่งผลกระทบต่อกระบวนการน้ำตาลกับร่างกายของคุณ นำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

8. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide)

องค์การอาหารและยาได้ห้ามการใช้งานของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอาหารบางชนิด นอกจากนี้ในผลไม้แห้งมักมีก๊าซซันเฟอร์ไดออกไซด์ที่ทำปฏิกิริยารุนแรงสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ซัลเฟอร์ไดออกไซด์พบในเครื่องดื่มและในการศึกษาทางการแพทย์ ปฏิกิริยาของมันรุนแรงได้เทียบเท่าการเสียชีวิตเพราะทำให้การหายใจลำบาก และเกิดอาการภูมิแพ้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...