โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ของโรงเรียนในสังกัด ศธ. และสังกัดอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท นั้น ขณะนี้การดำเนินการต่าง ๆไม่มีปัญหาอะไร อยู่ระหว่างที่สำนักงบประมาณดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อทำการจัดสรรเงินให้กับศธ. ซึ่งตนมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หากสำนักงานงบประมาณจัดทำรายละเอียดและจัดสรรเงินมาให้ ศธ.แล้ว จากนั้น ศธ.ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังสถานศึกษาทันทีคาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม – ต้นเดือนกันยายน นี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป

“ส่วนการจ่ายเงินนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาว่า ศธ.ต้องเร่งดำเนินการลดความเดือดร้อนของนักเรียน และผู้ปกครองให้เร็วที่สุด ดังนั้น การจ่ายเงินจะต้องรวดเร็วด้วย ซึ่งศธ.ได้คิดหาวิธีการที่จัดส่งเงินให้รวดเร็วที่สุดแล้ว โดยพบว่าหากใช้ช่องทางการจ่ายเงินตามฐานข้อมูลของการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียน ซึ่งศธ.มีข้อมูลอยู่ ก็จะสามารถส่งเงินให้สถานศึกษาได้เร็วที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำแนวทางลดภาระครูและนักเรียน เพื่อจะลดภาระให้ครูและนักเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเบื้องต้น จะลดเวลาการทำงานของครู ปรับลดโครงการต่าง ๆให้ครูปฏิบัติให้เหลือเพียง 1% จากเดิม สพฐ.มีโครงการให้ครูและโรงเรียนปฏิบัติหลายร้อยโครงการ หรือการนับเวลาเรียนรูปแบบใหม่ จากเดิมจะนับเวลาเรียนจากการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ขณะนี้การเรียนการสอนเปลี่ยนไปหลายรูปแบบ เช่น ออนไลน์ ออนแอร์ เป็นต้น ดังนั้น การนับเวลาเรียนก็ต้องเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงด้วย

“นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้งบต่าง ๆโดยเฉพาะงบอุดหนุนรายหัวในบางรายการ ที่เดิมกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องใช้จ่ายเรื่องนี้เท่านั้น ก็ต้องปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้สถานศึกษานำไปลดภาระครูต่อไป ซึ่งการปรับงบบางรายการต้องขออนุมัติจาก ครม. ดังนั้น ศธ.จะเร่งทำเรื่องให้ ครม.พิจารณาโดยเร็ว ส่วนงบไหนที่ ศธ.สามารถปรับแก้ระเบียบกันเองได้ ก็จะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็ว เพื่อให้ครูมีความยืดหยุ่นสามารถปรับใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้ทันที” น.ส.ตรีนุช กล่าว
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...