โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบทุกเรื่องที่อยากรู้ เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน จะพูดอะไรในการให้สัมภาษณ์ โอปราห์ วินฟรีย์ ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 มี.ค. 2564 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2564 เวลา 08.55 น.
รูปส่วนหนึ่งระหว่างเจ้าชายแฮร์รี และ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล พระชายา ให้สัมภาษณ์ โอปราห์ วินฟรีย์ ในรายการ Oprah with Meghan and Harry: A CBS Primetime Special” ซึ่งบันทึกเทปไว้แล้วเพื่อเตรียมออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส วันที่ 7 มีนาคมนี้ (เอพี)

ครบทุกเรื่องที่อยากรู้ เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน จะพูดอะไรในการให้สัมภาษณ์ โอปราห์ วินฟรีย์ ?

การออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรดังวัย 67 ของเจ้าชายแฮร์รี และ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล พระชายา ในรายการ Oprah with Meghan and Harry: A CBS Primetime Special” ซึ่งบันทึกเทปไว้แล้วเพื่อเตรียมออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส วันที่ 7 มีนาคมนี้ กลายเป็นประเด็นจับจ้องของผู้คนและผู้คร่ำหวอดในแวดวงข่าวราชวงศ์ที่ต่างอยากรู้เหลือเกินว่า ทั้งสองพระองค์จะพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง?

งานนี้ โอมิด สโคบี บรรณาธิการข่าวราชวงศ์ของนิตยสาร Harper’s Bazaar และบรรณาธิการร่วมหนังสือ ไฟน์ดิ้ง ฟรีด้อม (Finding Freedom) หนังสือเรื่องราวชีวิตเจ้าชายแฮร์รี และ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีเมื่อปีที่แล้ว ได้ให้ความเห็นแก่สำนักข่าวเอเอฟพีถึงสิ่งที่เราจะได้ยิน ได้ฟังจากการสัมภาษณ์นี้ และ ผลกระทบที่จะตามมาดังนี้

เจ้าชายแฮร์รี พระชายา จะพูดถึงเรื่องอะไร?
สโคบี ให้ความเห็นว่า “ที่ผ่านมาเราเคยได้ยินเจ้าชายแฮร์รี พูดอย่างเปิดเผยถึงปัญหาทางจิตใจในอดีตของพระองค์ ซึ่งผมคิดว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งแรกที่เมแกนจะได้พูดเปิดใจถึงประสบการณ์ที่เธอเจอมาเมื่อเข้าร่วมราชวงศ์อังกฤษ และผมคิดว่าหนึ่งในประเด็นที่เราจะได้ยินจากเธอก็คือ ประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิว และประเด็นนี้เข้ามามีบทบาทอย่างไรระหว่างเธอเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ และประเด็นนี้ในส่วนของสื่ออังกฤษ หรือในสื่อโซเชี่ยลเอง และผมคิดว่าเรื่องราวต่างๆเหล่านั้น จะเป็นพื้นฐานของงานต่างๆที่ทั้งสองพระองค์กำลังจะนำไปทำในมูลนิธิ Archwell Foundation ที่ทรงตั้งขึ้น ”

สโคบี บอกว่าการออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ “คือการต่อสู้กับข่าวที่บิดเบือน และข้อมูล ข่าวสารที่เป็นพิษในโลกออนไลน์ และเป็นการสร้างชุมชนในโลกออนไลน์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนมาจากประสบการณ์ตรงของทั้งสองพระองค์ในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่ทรงงาน ที่ทั้งสองพระองค์ต้องการบอกเล่าเป็นครั้งแรกกับโอปราห์ ”

เจ้าชายแฮร์รี -พระชายา จะพูดวิจารณ์ใคร?

“ผมคิดว่า ประเด็นหลักในประสบการณ์ด้านลบของทั้งสองพระองค์ น่าจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์กับสื่ออังกฤษ แต่ผมก็คิดว่าเราน่าจะได้ยินทั้งสองพระองค์พูดเปิดใจถึงปัญหาต่างๆที่ทรงเผชิญภายในสถาบันราชวงศ์ด้วย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า นี่เป็นคนละเรื่องกับความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์กับ สมาชิกราชวงศ์ที่เป็นครอบครัวของพระองค์ คือผมคิดว่าถึงแม้จะมีปฎิกิริยาที่ตีโพย ตีพายจากบางส่วนของวังบักกิงแฮมในช่วงเวลานั้น แต่ทั้งสองพระองค์ยังให้ความสำคัญ คำนึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีต่อควีน(ควีนเอลิซาเบธที่ 2) และเจ้าฟิลิป ”

อะไรคือผลกระทบที่จะตามมา ?

“ก็คงจะเหมือนที่เป็นอยู่บ่อยๆ ที่มักจะมีเสียงซุบซิบ มีการพูดถึงกันอื้ออึงเมื่อเป็นข่าวเกี่ยวกับราชวงศ์ แต่สุดท้ายก็จะจบลงด้วยดี และผมคิดว่านี่ก็จะจบลงแบบเดียวกันกับการสัมภาษณ์พิเศษกับโอปราห์ สุดท้ายแล้วเจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ก็ต้องการเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตด้วยสิ่งที่เป็นบวก พวกเขาคงไม่นำอะไรที่เป็นลบ และปัญหาในอดีตมาหรอก ดังนั้นนี่ก็จะเป็นที่ให้ทั้งสองพระองค์ได้บอกเล่าเรื่องราวในมุมของพระองค์ต่อพวกเรา และสื่อ ซึ่งหมายรวมถึงตัวผมด้วยที่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเราได้เขียนข่าว พูดถึงทั้งสองพระองค์ ผมจึงอยากพูดว่า นี่ก็ยุติธรรมดีที่ทั้งสองพระองค์ได้เวลา 2 ชั่วโมงที่จะทำแบบเดียวกัน”

คนอังกฤษจะมีปฎิกิริยาอย่างไร?

“ผมไม่คิดว่า นี่จะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่เป็นแฟนคลับของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะในอังกฤษ ณ จุดนี้ผู้คนได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผมคิดว่าน่าจะมีผลกระทบก็คือ กลุ่มคนที่ยังไม่มั่นใจว่า ทั้งสองพระองค์ได้เผชิญอะไรมาบ้าง เพราะที่ผ่านมา เราต่างได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ทั้งสองพระองค์ไม่มีความสุข หรือไม่สามารถเติบโต ก้าวหน้าในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่ทรงงาน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้แน่ชัดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ผมจึงคิดว่าอย่างน้อยผู้คนก็จะได้รู้มากขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดที่มีต่อทั้งสองพระองค์ ”

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...