"ซมโปะฯ" เปิดแผนรุกตลาดประกันภัยไทยปี63 ชู 3 เรือธง ประกันภัยเดินทางรายปี-ประกันผู้ใช้รถกระบะ-ประกันสุขภาพ วางเป้าขึ้นที่ 1 ในเอเชีย
ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซมโปะ ประกันภัย ประเทศไทย ได้ปรับกลยุทธ์และโครงสร้างของบริษัทเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรและขับเคลื่อนให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย สำหรับปีหน้าจะดำเนินนโยบายตามบริษัทแม่ SOMPO HOLDINGS ในการนำเสนอภาพลักษณ์ของบริษัทและการบริการในฐานะ Theme Park for Security, Health and Wellbeing คือเป็นศูนย์รวมทุกความสุขของความมั่นคง สุขภาพดี และความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า โดยมีพันธกิจหลักในการยึดถือนโยบายธรรมภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้บริการที่ดีที่สุด
ผศ.ชญณา กล่าวว่า ซมโปะจึงมุ่งคิดค้นและพัฒนาทางเลือกของประกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย และด้านสุขภาพ ภายใต้ปรัชญาการให้บริการแบบ Customer Centric ที่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าในทุกรายละเอียดตามแนวทาง “ดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น” โดยมีเป้าหมายพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Holding Asia สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้ก้าวขึ้นเป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ในเอเชียที่ลูกค้าไว้วางใจภายในปี 2023 (พ.ศ.2566) ทั้งนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ อีก 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
ประกันกระบะใจใจ ประกันสุขภาพเต็มเต็ม และประกันภัยการเดินทางรายปี เจาะกลุ่มคนเดินทางบ่อย และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยพุ่งเป้าไปที่การขยายสินค้าประกันภัยในรายย่อย เริ่มจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวโปรแกรมประกันการเดินทางรายปี (Global Diplomat) SOMPO GO JAPAN by Travel Joy ตั้งเป้าบุกตลาดนี้จริงจังเนื่องจากกลุ่มลูกค้าคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตมากขึ้นทุกปี เน้นกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน ชูจุดเด่นไม่เหมือนใคร เช่น การคุ้มครองตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังเดินทางกลับประเทศ มีบริการนักแปลภาษาทางการแพทย์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องเข้าโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้ารับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลได้เลยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง (Cashless) ทั้งการรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD)และผู้ป่วยนอก (OPD) นอกจากนี้ยังมีความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ โดยให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านบาท และมีบริการ Sompo Assist 24 ชม. ซื้อครั้งเดียวคุ้มครองทั่วโลกโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
ผศ.ชญณา กล่าวถึงกลยุทธ์ทางการตลาดและทิศทางขององค์กรในปี 2020 (พ.ศ.2563) ว่า ซมโปะ ประเทศไทย เน้นการเลือก segment ที่ไม่ใช่ Red Ocean โดยเล็งเห็นว่า MEGA Trend ของปีหน้า คือ เรื่องของสุขภาพในระดับมหภาคของตลาดรายย่อย ดังนั้น นอกจากจะชูเรื่องประกันการเดินทางแล้ว ซมโปะมุ่งนำเสนอประกันอุบัติเหตุและสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Accident & Health) โดยตั้งเป้าลงสนามประกันสุขภาพด้วย ได้แก่ ประกันสุขภาพ เฮทธ์ เต็มเต็ม (Health Tem Tem) ผลิตภัณฑ์เรือธงชิ้นที่ 2 โดยให้ความคุ้มครองค่าห้องที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด เช่น แผนทุน IPD 1,000,000 บาท คู่แข่งให้ค่าห้อง 5,000 บาท แต่แผนประกันสุขภาพเฮทธ์ เต็ม เต็ม ให้ถึง 10,000 บาท รวมทั้งการกำหนดวงเงินค่ารักษาของซมโปะต่อครั้ง ไม่จำกัดครั้งต่อปี เป็นต้น
ผศ.ชญณา กล่าวว่า ซมโปะมุ่งขยายฐานลูกค้าด้วย เน้นกลุ่มตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมองหาช่องทางที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคต่างจังหวัดได้ครบเครื่องกว่าคู่แข่งในตลาด เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ นั่นคือ ประกันรถกระบะใจใจ ถือเป็นสินค้าเรือธงชิ้นที่ 3 เน้นให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมกลุ่มคนขับรถกระบะเพื่อใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพ ทั้งพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของธุรกิจสวนผลไม้ สวนยาง ฯลฯ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บและยังได้รับเงินชดเชยค่าเดินทางระหว่างรถยนต์เข้าอู่ซ่อมจากอุบัติเหตุด้วย และยังมีบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ กรณีที่รถเสียฉุกเฉิน และยังรับทำประกันให้รถกระบะที่มีการติดตั้งคอก เสริมแหนบ เพลา หรือเปลี่ยนล้อกระทะโดยลูกค้าสามารถเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมจ่ายเบี้ยเพิ่มเริ่มต้นเพียง 300 บาท ต่อทุนประกัน 10,000 บาท
“ทิศทางการบริหารแบรนด์ของซมโปะ ประเทศไทย ในปีหน้า คือมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น และขยายฐานลูกค้าเพิ่มไปยังกลุ่มใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Group เพื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ภายในปี 2023 ด้วยกลยุทธ์ 5P เริ่มจาก 1. People โดยใช้บุคลากรของ SOMPO Agent/Staff เป็นตัวแทนของแบรนด์ (Brand Ambassador) มีความรู้ ความพร้อมในการให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษามากกว่าพนักงานธรรมดา 2. Product ตัวสินค้ามีความหลากหลาย มีฟีเจอร์ที่ดีกว่ามาตราฐานในตลาด 3. Place สามารถซื้อขายได้ง่ายมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วถึง และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า 4. Price ผลประโยชน์คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย และ 5. Promotion เน้นทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาจากCustomer Journey เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นยอดขาย รวมทั้งสร้าง Brand Royalty” ผศ.ชญณา กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังได้เปิดบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีระบบ Robotic Process ภายในองค์กร การต่ออายุกรมธรรม์ รวมถึงการใช้ AI ในยุคดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น