โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ยัง! แพทย์แนะ 8 ผลไม้ไทยหวานอร่อย แถมช่วยชะลอวัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ก.ย 2562 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2562 เวลา 07.56 น. • The Bangkok Insight

“แพทย์” เตือนกินของหวานไม่ดีต่อสุขภาพ แต่การกินผลไม้สดๆ จะได้น้ำตาลที่มีประโยชน์ พร้อมแนะ 8 ผลไม้ไทยช่วยเรื่องชะลอวัย

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า หลายคนคงเคยได้ยินมาว่ากินหวานแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ เราจึงเห็นภาพการสั่งอาหารและเครื่องดื่มของคนในยุคนี้ที่มักต้องขอต่อด้วยว่า ขอไม่หวาน เพราะไม่ว่าจะรับประทานกาแฟ, น้ำปั่น, ชาไข่มุกไปจนถึงก๋วยเตี๋ยว – ข้าวแกง ก็อาจมีเสียงกำชับนี้ตามมา แต่ความจริงหวานแบบดีก็มีมาก อย่างหวานจากผลไม้สด เป็นต้นการกินผลไม้สดๆ ที่หวานทั้งลูกนั้นแม้จะได้น้ำตาลก็จริงแต่ก็มีสิ่งที่มีประโยชน์แถมช่วยไม่ให้น้ำตาลหวาน เข้าเลือดเร็วเกินไปนัก โดยเฉพาะผลไม้แบบไทยๆ

ทั้งนี้ สิ่งที่ผลไม้ไทยมีในเรื่องช่วยสุขภาพนั้นมีอยู่หลักๆ ดังนี้ ได้แก่ 1.น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวอย่างกลูโคสและฟรุกโตส 2. วิตามิน เช่น วิตามินเอ ,แคโรทีนอยด์,วิตามินซี,กรดโฟลิกและสารต้านสนิมแก่ทั้งหลาย 3.แร่ธาตุ อย่างแมกนีเซียม,แคลเซียม,เซลีเนียมและแมงกานีส 4. น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในผลไม้ไทยหลายชนิด 5. ไฟเบอร์ มีทั้งเส้นใยแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ

“ผลไม้ไทยหลายชนิดกินแล้วอิ่มออกชื่นใจเหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนักด้วย เพราะมีอิทธิฤทธิ์ชวนให้อิ่มเต็มกระเพาะเร็ว แบบไม่ทำให้อ้วนเกิน ยกตัวอย่างฝรั่งหรือสับปะรด หรือแม้แต่ผลไม้ที่ดูหวานจนหลายท่านกลัวเช่น ทุเรียนหรือกล้วยนั้น ถ้ารู้วิธีกินให้เหมาะก็จะไม่อ้วนเลยแถมยังช่วยลดไขมันเสียด้วยซ้ำ” นพ.กฤษดา กล่าว

สำหรับผลไม้ไทยที่ช่วยเรื่องชะลอวัยนั้น นพ.กฤษดา ยกตัวอย่างไว้ 8 ชนิดได้แก่ 1. ลองกอง เนื้อใสเป็นแก้ว กินแล้วสบายเพราะมีทั้งน้ำตาลให้พลังงาน ,วิตามินและเส้นใยอาหารครบ การรับประทานลองกองนั้นจะกินสักช่อหนึ่งงามๆแล้วตามด้วยสับปะรดก็ช่วยเพิ่มเส้นใยอาหารอีกทั้งช่วยควบคุมน้ำตาลที่ห่วงว่าจะเกินได้ด้วย

2. เงาะ รับประทานเงาะงามๆจากบ้านเรา กินเงาะให้อร่อยชื่นใจขอให้ลองแช่เย็นแล้วค่อยรับประทาน สำหรับคนที่กลัวน้ำตาลจากเงาะจะกระทบสุขภาพขอให้ลดปริมาณข้าว หรือแป้งที่กินเป็นมื้อหลักลง เลี่ยงรับประทานเงาะกระป๋องเพราะน้ำตาลสูงและให้รับประทานเงาะในปริมาณที่เหมาะสม

3. มังคุด ของดีอยู่ที่เปลือกด้วย อย่างน้ำมังคุดนี้ทำให้เราได้รับประทานของดีสีม่วงคือ Anthocyanins จากเปลือกมังคุด ช่วยหยุดความชรา พาให้อนุมูลอิสระลด เพราะมังคุดมีของดีที่ช่วยทั้งลดการอักเสบแล้วยังมีฤทธิ์เย็นที่ช่วยดับร้อนให้ร่างกายด้วย

4. สละ ผลไม้รสหวานหอมมีกลิ่นชื่นใจ ให้วิตามินซีและเอดีมากๆ ถ้าอยากรับประทานสละให้อร่อยลองค่อยๆคว้านเม็ดออกให้รับประทานง่ายหรือเอามาปั่นดูกับน้ำผึ้งก็จะเป็นเครื่องดื่มที่ชุ่มคอแก้เหนื่อยได้ดี

5. เสาวรส ถ้าพอสะดวกหาเสาวรสสดๆ มากินได้ขอแนะนำให้บรรจุไว้ในมื้ออาหารประจำวันด้วย เพราะเสาวรสมีเส้นใยอาหารช่วยระบายท้องและวิตามินซีที่เหมาะกับการสร้างคอลลาเจน ถ้าใครมีอาการเจ็บคอเริ่มเป็นหวัดขอให้จัดเสาวรสสดผ่าครึ่งไว้ตักรับประทานด้วย

6. ฝรั่งสด ผลไม้ไทยที่หาได้ง่ายในบางฤดูกาลราคาถูกแสนถูก อุดมไปด้วยวิตามินซี, เส้นใย, โฟเลต, วิตามินเอ, โพแทสเซียม, ทองแดงและแมงกานีส สารต้านอนุมูลอิสระในฝรั่งช่วยปกป้องเซลล์ร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นเส้นใย “เพ็กติน” ของฝรั่งที่เหมือนกับในแอปเปิลยังช่วยปกป้องลำไส้ใหญ่จากความเสี่ยงมะเร็งด้วย

7. แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่ให้ความอิ่มสูงมากจากการที่มีเส้นใยเยอะ เหมาะกับผู้ที่อยากคุมน้ำหนักเพราะแคลอรี่ต่ำแต่วิตามินสูง โดยเฉพาะสารดีๆอย่างแคโรทีนอยด์และเบตาเลนส์ (Betalains) ที่มีการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ทำเสี่ยงมะเร็งกับยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

8. มะละกอ มีสารสำคัญช่วยต่อมลูกหมากและลดเสี่ยงมะเร็งหลายจุดคือ “ไลโคปีน” เป็นสารเดียวกับที่มีในมะเขือเทศ แต่ถ้าไม่ชอบกินมะเขือเทศก็เลือกมะละกอ เพราะนอกจากสารที่ว่ายังมีวิตามินซี, โพแทสเซียม และโฟเลตที่เหมาะกับคนเลือดจาง ส่วนมะละกอดิบในส้มตำแสนอร่อยยังมีเอนไซม์ “ปาเปน” ที่ช่วยย่อยได้

ภาพทั้งหมดจากเฟซบุ๊ก ตลาดไท – Talaad Thai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...