หอภาพยนตร์ ประกาศ 10 รายชื่อหนัง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
หอภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศ 10 รายชื่อภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปี 2563 ในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตรงกับวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศ 10 ภาพยนตร์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2563 ที่จัดขึ้นโดย หอภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรม
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
โดยในปีนี้มีภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติได้แก่ VISIT OF SIAMESE BOY SCOUT TO JAPAN (2472) ภาพยนตร์บันทึกภาพเหตุการณ์การเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ของคณะลูกเสือสยาม เมื่อ พ.ศ. 2472 คำสั่งคำสาป (ฉบับฟิล์ม 16 มม. [2494], ฉบับฟิล์ม 35 มม. (2497)) ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์เรื่องแรก ๆ ในเมืองไทย ที่สร้างออกมาในรูปแบบหนังฮอลลีวูดคลาสสิก
ลูกเสือไทยไปญี่ปุ่น
คำสั่งคำสาป
[ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ เยือนจีน] (2518) ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีของไทย พร้อมด้วยคณะข้าราชการระดับสูง เดินทางเยือนผู้นำของสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ พ.ศ. 2518 [เบื้องหลังหนังไทย เหนือเกล้า] (2510) เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ เหนือเกล้า ที่จะเห็นการทำงานที่หาชมได้ยากของ รังสี ทัศนพยัคฆ์ ผู้กำกับชั้นครู และเห็นเบื้องหลังของดาราในเรื่องโดยเฉพาะ มิตร ชัยบัญชา ที่ปกติแล้วจะพบแต่หน้าจอภาพยนตร์
คึกฤทธิ์ไปจีน
เบื้องหลังหนังไทย เหนือเกล้า
[ภาพยนตร์บริการข่าวสารไทย] (2497) ตัวอย่างอันหายากของภาพยนตร์ข่าวของไทยที่ฉายตามโรงภาพยนตร์ ก่อนที่กิจการโทรทัศน์จะเกิดขึ้น ช่างมัน..ฉันไม่แคร์ (2529) ภาพยนตร์ไทยที่มีบริบทเกี่ยวข้องกับกรณี 6 ตุลาคม 2519 โดยเฉพาะในแง่การวิพากษ์วิจารณ์สถานะและอุดมการณ์ของปัญญาชนที่เปลี่ยนไป ควบคู่ไปกับการจดบันทึกสภาพชีวิต สภาพสังคม และค่านิยมของกรุงเทพฯ ในช่วงที่วัฒนธรรมการบริโภคกำลังเริ่มเฟื่องฟู
ช่างมันฉันไม่แคร์
ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด
ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด (2528) ภาพยนตร์ที่ไม่เพียงถ่ายทอดบทบันทึกช่วงเวลาที่ประเทศไทยกลายเป็นฐานทัพของกองทัพอเมริกัน จนเกิดธุรกิจคลับบาร์ และสถานที่ผ่อนคลายให้แก่ทหาร อันกลายเป็นที่มาของ “เมียเช่า” หากแต่ภาพยนตร์ยังเป็นเสมือนคำประกาศในศักดิ์ศรีของผู้หญิงไทย ที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อและไม่เคยล้าสมัย
วัยระเริง
วัยระเริง (2527) หนังที่ เปี๊ยก โปสเตอร์ ได้ถ่ายทอดบรรยากาศและสภาพสังคมวัยรุ่นไทย ในยุค 80 ได้อย่างเพลิดเพลินและลงตัว ภาพยนตร์ยังวิพากษ์ระบบการศึกษาไทย ด้วยการเชื้อเชิญให้ผู้ใหญ่หันมามองวัยรุ่นด้วยสายตาที่เข้าอกเข้าใจ และกล้าที่จะให้พวกเขาได้แสดงออกตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนไป
เวลาในขวดแก้ว
เวลาในขวดแก้ว (2534) ภาพยนตร์ที่ภาพวัยรุ่นไทยที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคทั้งจากตัวเอง ครอบครัว และจากภาวะสังคมการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะเหตุการณ์นองเลือดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่แตกต่างกับหนังในยุคนั้นที่มุ่งเน้นขายความบันเทิง
อีแตน (2511) ตัวอย่างสำคัญของผลงานที่มีรสชาติแบบหนังไทยแท้ ๆ ในตอนนั้น ทั้งยังเป็นมาตรวัดรสนิยมและค่านิยมของสังคมไทยที่สร้างภาพจำอันแตกต่างให้แก่คนรวยคนจน และเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม ในยุคที่ภาพยนตร์ยังมีสถานะเป็นยาชูใจและเครื่องหล่อเลี้ยงความฝันของผู้ชมทั่วประเทศ
อีแตน
พิธีการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งนี้ได้จัดขึ้นต่อเนื่องกันปีนี้เป็นปีที่ 10 โดยในตอนนี้มีภาพยนตร์ทั้งหมดรวมแล้ว 210 เรื่อง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
ในปีนี้เอง หอภาพยนตร์ได้เชิญคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายอาชีพจำนวน 7 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ นักประวัติศาสตร์ ดร. วิกานดา พรหมขุนทอง นักวิชาการด้านภาพยนตร์และวััฒนธรรมศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ นักวิชาการด้านมานุษยวิทยา ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ นักเขียน สื่อมวลชนสุภัตรา ภูมิประภาส นักเขียน นักแปล ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ ผู้กำกับภาพยนตร์ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาขึ้นทะเบียนภาพยนตร์มรดกของชาติ ประจำปี 2563
โดยมี กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน เป็นประธานคณะกรรมการ โดยได้คัดเลือกจากหลักเกณฑ์ ได้แก่ การมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำ คุณค่าทางศิลปะภาพยนตร์ มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บูรณภาพ ความเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือยากแก่การหาทดแทน และอิทธิพลต่อคนและสังคม
ทั้งนี้หอภาพยนตร์ได้เตรียมนำภาพยนตร์มาเผยแพร่ทั้งทางโรงภาพยนตร์ในเดือนมกราคมนี้ (ติดตามได้ที่ www.fapot.or.th และจะทยอยเผยแพร่ภาพยนตร์บางส่วนขึ้นทาง youtube หอภาพยนตร์โดยสามารถติดตามได้ที่ www.youtube.com/FilmArchiveThailand