โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กสอ.พาชม ‘บิงซูเนื้อสับปะรด’ สวนกระแสโควิด-แค่เปลี่ยน 2 ข้อ ธุรกิจปังได้

Khaosod

อัพเดต 07 ก.ย 2563 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2563 เวลา 11.44 น.

“สับปะรด” ถือเป็นหนึ่งในราชาแห่งตลาดผลไม้ส่งออกที่ครองใจผู้คนในทวีปเอเชีย ด้วยความสดชื่นจากรสเปรี้ยวอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ และวิตามินซีที่สูงถึง 48 มิลลิกรัมต่อปริมาณ 100 กรัม ถือเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับคนรักษ์สุขภาพ ซึ่งไทยริชฟูดส์ได้นำจุดเด่นนี้ต่อยอดเป็น “บิงซูเนื้อสับปะรด” ด้วยเกล็ดหิมะที่หวานและเย็นชื่นฉ่ำใจ สร้างรายได้จากการส่งออกต่อเดือนกว่า 60 ล้านบาท

นางตะวัน บุญฤทธิ์ลักขณา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยริชฟูดส์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า “บิงซูเนื้อสับปะรด” ถือเป็นสินค้าที่ชาวเกาหลีใต้ชื่นชอบ แม้โควิด-19 จะทำให้ยอดการจำหน่ายในประเทศลดลง แต่กลับกระตุ้นยอดการส่งออกเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำแนะนำของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ในการปรับรูปแบบการผลิตให้สอดรับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการขยายฐานตลาดไปยังต่างประเทศที่มีความต้องการผลไม้แปรรูปของไทย โดยพบว่า ประเทศเกาหลีใต้ ถือเป็นตลาดสำคัญในภาวะวิกฤต ทำให้สัดส่วนของการส่งออกของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 จากเดิมที่ส่งออกได้เพียงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่บริษัทฯ ผลิตได้

“บิงซูเนื้อสับปะรด”มียอดสั่งซื้อจากเกาหลีใต้เป็นจำนวนกว่า 100,800 ลูกต่อวัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำลังการผลิตสูงสุด ณ ขณะนี้ ที่ทางบริษัทฯ สามารถผลิตและควบคุมคุณภาพได้ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จึงถือเป็นรายได้หลักของโรงงาน ที่ทำให้สามารถดำเนินกิจการโดยที่ไม่ต้องปรับลดพนักงาน หรือ หยุดกิจการชั่วคราว

“เราเน้นการควบคุมคุณภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะด้านการเพาะปลูก ได้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรเพื่อควบคุมการใช้สารเคมี และด้านการผลิตด้วยระบบคุณภาพ รวมทั้งมีมาตรการสุ่มตรวจสินค้าอย่างเข้มงวดภายในบริษัทฯ ก่อนส่งออกทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชิ้นมีคุณภาพที่เท่ากัน แม้จะเป็นผลไม้ซึ่งถือได้ว่า ควบคุมมาตรฐานได้ยากก็ตาม ทำให้ยอดการส่งออกของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าตัว ทั้งยังเป็นผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ที่ไม่ต้องประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด และขายไม่ได้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19” นางตะวัน กล่าว

บริษัท ไทยริชฟูดส์ กรุ๊ป จำกัด ถือเป็นต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูป ในการปรับตัวในภาวะวิกฤต จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทฯ รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นๆ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการเข้าสู่ความเป็นปกติใหม่ หรือ นิวนอร์มัล (New Normal) ผ่าน 2 แนวทางสำคัญ อาทิ

1.การเสริมศักยภาพสู่ความเป็นผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก หรือ Global Food Producers โดยการควบคุมมาตรฐานและคุณภาพในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ ทั้งยังต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองอุปสงค์ หรือ ดีมานด์ ในบริบทที่สอดคล้องกับตลาดแต่ละภูมิภาค ขณะเดียวกัน ต้องสามารถการันตีความเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดโรค เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการบริโภคสินค้าจากประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่ามีภาษีมากกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วยมาตรการควบคุมโรคที่สามารถลดอัตราการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว

2.การเพิ่มขีดความความสามารถในการผลิตเพื่อพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 หรือ High Productivity & Industry 4.0 โดยใช้นวัตกรรมมาเพิ่มผลิตภาพการผลิต ระบบการบริหารจัดการ รวมทั้งการใช้ระบบออโตเมชั่น แทนแรงงานคน ที่สามารถผลิตและควบคุมคุณภาพได้มากกว่า โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม เพื่อปรับมาเป็นผู้ควบคุมการใช้ออโตเมชั่น หรือมาพัฒนาต่อยอดการผลิตออโตเมชั่นสัญชาติไทย

“การเปลี่ยนแปลงนับจากนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบออโตเมชั่น จะตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการ ในการปรับตัวรองรับพฤติกรรมของแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะช่วงที่ผ่านมา แรงงานบางส่วนสามารถสร้างรายได้ด้วยการค้าขายออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ความต้องการเข้าทำงานในภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะเดียวกัน ระบบออโตเมชั่น ยังเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให้ตรงตามข้อกำหนดและความต้องการของตลาดต่างประเทศ”นางตะวันกล่าว

สำหรับผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) นั้น กสอ. มุ่งพัฒนาเอสเอ็มอีให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถ และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเข้าสู่นิวนอร์มัล รวมทั้งการจัดทำแผนงานช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีศักยภาพทั้งในภาวะวิกฤตและภาวะปกติ ซึ่ง กสอ. ตั้งเป้าพัฒนาให้ดีพร้อมภายใน 90 วัน โดยคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูผู้ประกอบการได้ 4,055 กิจการ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 448 ล้านบาท

fresh pineapple smoothie glass on wood table - Healthy Drink

ทั้งนี้ จากสถิติอุตสาหกรรม (TSIC) ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในครึ่งปีแรก 2563 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผักและผลไม้แช่แข็ง พบว่า ยอดขายภายในประเทศมีจำนวนกว่า 311 ล้านบาท และยอดการส่งออกมีจำนวนกว่า 4,197 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 13 หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ถือเป็นผลสำเร็จจากนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในการฟื้นฟูผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วนให้ดีพร้อมภายในระยะเวลา 90 วัน ที่ กสอ. เร่งติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำแก่เอสเอ็มอีสู้วิกฤตโควิด จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อบริหารจัดการธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษา หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อ “ปั้น ปรุง เปลี่ยน ให้ดีพร้อม (DIProm)” เคียงข้างผู้ประกอบการสู่นิวนอร์มัล ได้ที่ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0-2202-4414 ถึง 18 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/dipindustry และ www.dip.go.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...