โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันไทยสยายปีกลุย "กัมพูชา" "ทิพยฯ-เมืองไทย" ปักธงชิงเบี้ยวินาศภัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.พ. 2563 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2563 เวลา 03.26 น.
สมพร สืบถวิลกุล

2 ค่ายประกันไทยรุกขยายธุรกิจกัมพูชา “ทิพยประกันภัย” เล็งจับมือพันธมิตรตั้งบริษัทประกันในกัมพูชา ปักธงไตรมาส 3 ปีนี้ หลังทำธุรกิจใน สปป.ลาวมากว่า 4 ปีแล้ว พร้อมหาลู่ทางบุก “เมียนมา-เวียดนาม” ขณะเดียวกันขยับทำธุรกิจรีอินชัวเรอร์นำร่องดึงเบี้ยจาก “ญี่ปุ่น-มาเลเซีย” ฟาก “เมืองไทยประกันชีวิต” ร่วมทุนบริษัทท้องถิ่นลุยธุรกิจประกันวินาศภัยในกัมพูชา ด้าน คปภ.นัดถกธุรกิจประกัน 12 มี.ค.นี้ วางกรอบลงทุนรับประกาศฉบับใหม่

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาขยายธุรกิจประกันในประเทศกัมพูชา โดยคาดว่าภายในไตรมาส 3 ปี 2563 นี้น่าจะมีความชัดเจน ซึ่งรูปแบบเบื้องต้นจะจับมือกับพันธมิตรกลุ่มบริษัทประกันในไทยและบริษัทท้องถิ่นในกัมพูชา จัดตั้งบริษัทประกันขึ้นมาใหม่ โดยจะขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) ทำธุรกิจทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต แต่เริ่มที่ประกันวินาศภัยก่อนเนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทุนจดทะเบียนเบื้องต้นจะอยู่ที่ราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไลเซนส์ ส่วนสัดส่วนถือหุ้นที่ชัดเจนยังอยู่ระหว่างศึกษากฎกติกาของกัมพูชาอยู่ แต่บริษัทจะยึดสัดส่วนที่เป็นผู้นำหลัก

“ตลาดกัมพูชามีการเติบโตในด้านโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างรวดเร็ว และมีจำนวนประชากรมากกว่า สปป.ลาว โดยมูลค่าธุรกิจประกันสูงถึง 4-5 เท่าของ สปป.ลาวที่มีมูลค่าอยู่ที่ราว 60-80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงธุรกิจประกันวินาศภัยในกัมพูชายังแข่งขันไม่สูงมาก จึงเป็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจเข้าไปโดยเฉพาะประกันรถยนต์ และโครงการขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น”

นอกจากนี้ บริษัทกำลังศึกษาตลาดเมียนมาด้วย แต่การขอใบอนุญาตทำธุรกิจจะเข้มงวดกว่าในกัมพูชา โดยต้องมีการตั้งสำนักงานผู้แทนในเมียนมาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปีก่อน จึงจะได้รับการพิจารณาอนุญาตจัดตั้งบริษัทหรือทำธุรกิจเต็มรูปแบบได้ ดังนั้น การร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่นน่าจะทำได้เร็วกว่า รวมถึงต้นทุนทำธุรกิจในเมียนมาค่อนข้างสูง ส่วนในเวียดนามบริษัทจะใช้โมเดลการจับมือพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจ โดยได้จับมือบริษัทประกันวินาศภัย PVI Insurance Corporation ซึ่งเป็นบริษัทประกันอันดับ 1-2 ของเวียดนามในการขยายธุรกิจตั้งแต่ต้นปี 2562

“เป้าหมายของเราต้องการขยายธุรกิจบนคาบสมุทรเอเชีย แต่ไม่ไปสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยกัมพูชาน่าจะเห็นรูปร่างได้ก่อนเมียนมา ส่วน สปป.ลาวเราทำธุรกิจมากว่า 4 ปีแล้ว แต่สัดส่วนเบี้ยยังน้อย”

นายสมพร กล่าวอีกว่า บริษัทยังวางเป้าหมายทำธุรกิจผู้รับประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) ที่รับเบี้ยจากต่างประเทศ (อินเวิร์สอินชัวร์) โดยล่าสุดบริษัทได้รับการจัดอันดับเรตติ้ง A-Stable สร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าต่างประเทศที่จะส่งงานประกันภัยต่อเข้ามา โดยภายในไตรมาส 2 ปีนี้น่าจะเริ่มธุรกิจส่วนนี้ได้ ซึ่งรับต่อมาจากญี่ปุ่นและมาเลเซีย ด้านประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (น็อนมอเตอร์) โดยส่วนใหญ่เป็นประกันภัยก่อสร้าง รวมถึงประกันภัยเบ็ดเตล็ด (IAR)

“เนื่องจากเราคิดว่ายังใช้ประโยชน์จากความสามารถไม่เต็มศักยภาพ โดยตอนนี้บริษัทมี capacity (ความสามารถรองรับ) เพียงพอ อาทิ มีเงินทุนราว 5 หมื่นล้านบาท แต่ขายประกันในประเทศเต็มที่อยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท จึงอยากใช้ความสามารถที่เหลือในการรับประกันภัยต่อจากต่างประเทศ แต่จะทยอยรับวงเงินไม่สูงมาก เช่น ครั้งละ 1,000-2,000 ล้านบาท เป็นต้น”

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังยื่นขอร่วมทุน (JV) กับบริษัทประกันภัยท้องถิ่นในกัมพูชา เพื่อขยายธุรกิจประกันวินาศภัยเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท Sovannaphum Life Assurance PLC เพื่อดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในกัมพูชาไปแล้ว โดยเบื้องต้นบริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วนน้อยกว่าบริษัทประกันท้องถิ่น หรือถือหุ้นไม่เกิน 49% และคาดว่ากระบวนการทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งแรกปี 2563 นี้

“แม้ว่าผู้เล่นในธุรกิจประกันวินาศภัยในกัมพูชา จะมีอยู่ราว 18 ราย แต่เชื่อว่าการที่บริษัทลงทุนธุรกิจประกันวินาศภัยเองในครั้งนี้ จะแข่งขันได้ เนื่องจากในอดีตเราเคยเป็น 1 ใน 7 บริษัทประกันภัยของไทยที่ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยร่วมกัน (composite company) เพราะฉะนั้น เรามีองค์ความรู้และรู้เรื่องประกันค่อนข้างดี”

ทั้งนี้ สำหรับผลดำเนินงานของบริษัท Sovannaphum Life Assurance PLC ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีเบี้ยรับรวมเติบโตสูงกว่า 194% จากปีก่อน และตอนนี้เป็นผู้เล่นอันดับ 3 ของตลาด

ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ในวันที่ 12 มี.ค. 2563 คปภ.จะจัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน ทั้งสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะในการพัฒนาแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัทประกันภัย ตามประกาศ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/บริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2563 ที่มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทประกันภัยรายใหญ่เริ่มวางแผนปรับพอร์ตลงทุน โดยสนใจจะขยายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใหม่ ๆ อาทิ หุ้นสถานพยาบาล โรงพยาบาล หรือกิจการที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง รวมถึงกิจการประกอบธุรกิจเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันภัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทำให้บริษัทมีทางเลือกที่หลากหลาย สามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ พร้อมรับมือกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และลดแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาทได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...