โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จรัญ มะลูลีม : ตับลีฆ ญะมาอัต

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ธ.ค. 2563 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 08.21 น.

ดะอ์วะฮ์ (3)

สําหรับเมาลานา อิลยาส ผู้ให้กำเนิดขบวนการดะอ์วะฮ์หรือการเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่เรียกว่าตับลีฆ ญะมาอัต แล้ว ตับลีฆ ญะมาอัต ก็คือโรงเรียนศาสนาเคลื่อนที่หรือคอนเกาะฮ์ (a moving madrasa or khanqa) นั่นเองเป็นที่พำนัก และเหนืออื่นใดเป็นที่ให้การศึกษาแก่ครูบาอาจารย์ในเวลาเดียวกันด้วย

ในสมัยที่อินเดียยังคงตกอยู่ใต้การเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรนั้น เมาลานา อิลยาส มองว่าสหราชอาณาจักรก็คือศัตรูของอิสลามนั่นเอง

เขาจึงไม่เห็นด้วยกับกิจการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสหราชอาณาจักรในอินเดีย รวมทั้งภาษาต่างๆ ที่นำมาโดยนักบูรพคดีที่ใช้สอนในมหาวิทยาลัยอินเดีย

เมื่อผู้นำขบวนการจากไป ผู้นำคนต่อมาก็คือยูสุฟ (Yusuf) และหลังการจากไปของยูสุฟ ลูกพี่ลูกน้องของเขาคือ อินามุล หะซัน (Inam-al Hasan) ก็เข้าแทนที่ในฐานะผู้นำของขบวนการ

อินามุล หะซัน ได้เริ่มให้มีการพบปะกัน (Ijtima) ของขบวนการทุกปีในอินเดีย ปากีสถานและบังกลาเทศ

สุลัยมาน ดีน (Sulaiman Din) ในบทความของเขาเรื่อง “U.S. Tabliquis Fear Crackdown, ใน New York Times กล่าวว่า การพบปะประจำปีที่ปากีสถานสามารถนำเอาผู้คนมารวมกันได้มากที่สุดรองจากการไปรวมตัวของผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ในนครมักกะฮ์

หลังการจากไปของอินามุล หะซัน บุตรชายทั้งสองคนของเขาคือ อิซฮัร อัล หะซัน และซุบัยร์ อัล หะซัน พร้อมกับหลานปู่ของยูสุฟได้เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนขบวนการเผยแผ่ตับลีฆ ญะมาอัต

 

หากพิจารณาเส้นทางแห่งการสืบทอดของบรรดาผู้นำของขบวนการดะอ์วะฮ์ที่ชื่อว่าตับลีฆ ญะมาอัต ก็จะพบว่าขบวนการนี้เป็นกลุ่มก้อนของผู้ที่มาจากตระกูลคันดัล หรือคันดัลวี (Kandhalwi) เป็นด้านหลัก

ผู้นำในการเผยแผ่ขบวนการนี้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมืองหรือข้อขัดแย้งทางเทววิทยา โดยจะผลิตเฉพาะงานของการเผยแผ่ที่เป็นการทำตามศาสดามุฮัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) และบรรดาสาวกที่ใกล้ชิดของท่านเท่านั้น

ขบวนการฟื้นฟูอิสลามอย่างตับลีฆ ญะมาอัต แทบจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจของมวลชนมุสลิมใดๆ เลย

แต่ขบวนการนี้จะเข้าไปข้องเกี่ยวอยู่กับชนชั้นล่างและชาวมุสลิมทั่วๆ ไปเพื่อสถาปนา “อาณาจักรแห่งพระเจ้า” ที่มีผลต่อแรงบันดาลใจของพวกเขา

สำหรับความรู้สึกของขบวนการตับลีฆ ญะมาอัตแล้ว มิใช่กำลังอันยอดเยี่ยมทางการทหาร แต่การเผยแผ่ของบรรดามุสลิมต่างหากที่ทำให้ชาวมุสลิมขยายตัวจากแคว้นซินด์ (ปากีสถาน) ไปยังสเปนได้ภายในเวลา 60 ปี หลังการจากไปของศาสดามุฮัมมัด

อย่างไรก็ตาม ตับลีฆ ญะมาอัต ได้ชื่อว่าเป็นองค์การหรือขบวนการทางศาสนาที่เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้อพยพชาวมุสลิมในประเทศต่างๆ ของตะวันตกด้วยเช่นกัน

 

ตับลีฆี นิซอบ (Tabliqui Nisab) เป็นหนังสือ 6 เล่ม ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องราวที่เป็นรายงานสืบต่อกันมาในชีวิตของศาสดามุฮัมมัดที่เขียนขึ้นโดยเมาลานา มุฮัมมัด ซะการิยา (Maulana Muhammad Zakariya) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเมาลานา อิลยาส เป็นหนังสือที่ใช้เป็นวัตถุของการเผยแผ่โดยบรรดาผู้นำของตับลีฆ ญะมาอัต

ขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต รู้จักกันโดยทั่วไปว่าไม่ฝักใฝ่การเมืองและเป็นขบวนการทางศาสนา (apolitical and purely religious movement) โดยจุดมุ่งหมายสำคัญจะมุ่งสู่การกลับไปสู่ศักราชของศาสดามุฮัมมัดและเพื่อความเป็นภราดรภาพของชาวมุสลิม (Muslim brotherhood)

กระนั้นความเอื้อเฟื้อที่ขบวนการนี้ได้รับจากสถาบันอิสลามทั้งหลายก็มักจะดำเนินการภายใต้การเมืองอิสลาม (Political Islam)

จึงทำให้ขบวนการถูกมองว่ามีพื้นฐานทางการเมืองรองรับอยู่

 

ในระหว่างปิดภาคเรียนนักศึกษาจากสถาบันศาสนาที่มีชื่อเสียงอย่างเดียวบัน (Deoband) และนัดวา (Nadwa) ก็จะเข้าร่วมกับขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต อยู่เสมอ

หลายๆ มัสญิดและโรงเรียนสอนศาสนา (madrasas) ที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของอินเดียจะให้ความเคารพต่อขบวนการเผยแผ่นี้เป็นอย่างมาก

โดยสถาบันที่กล่าวมาข้างต้นมิได้แยกการเมืองออกจากศาสนา นอกจากนี้ ขบวนการฆราวาสนิยมทั้งหลายก็สนับสนุนขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต ซึ่งรู้จักกันว่าเป็นขบวนการที่มิได้ข้องเกี่ยวกับการเมือง และมิได้นำเอาการเมืองมาอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนของขบวนการแต่อย่างใด

จากการยึดโยงอยู่กับสถาบันทางศาสนาทั้งหลาย ในภาคปฏิบัติ ขบวนการจึงเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อให้มีการแยกกันระหว่างหญิงชาย ไม่เข้าร่วมอยู่ในโรงหนังและดนตรีประโลมโลกย์

 

อบุล หะซัน อะลี นัดวี นักวิชาการด้านอิสลามศึกษาคนสำคัญของอินเดีย ซึ่งอยู่ในสมัยเดียวกันกับเมาลานา อิลยาส ในขณะที่นำเสนอความคิดเห็นแก่ขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต ในปี 1944 กล่าวว่า “หากนักการศาสนา (Ulama) ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์กับประชาคมเข้มแข็งขึ้นด้วยการเข้าร่วมกับภารกิจของอิลยาสแล้ว พวกเขาก็จะกลายเป็นจัณฑาลที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีใครเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาโดยทั่วไปกลายเป็นคนแปลกหน้า ที่แม้กระทั่งภาษาและความคิดต่างๆ ของพวกเขาก็ไม่เป็นที่คุ้นเคยของสาธารณชน”

เอกสาร 9 เล่มเล็กๆ ถูกเขียนขึ้นในระหว่างปี 1928-1964 โดยซะกะรียา คันดัลวี (1898-1982) ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของอิลยาส ซึ่งเคยสอนวิชาหะดีษ (จริยวัตร) ของศาสดามุฮัมมัดที่เดียวบันแห่งเมืองสะฮารานปุรและถือเป็นงานพื้นฐานของขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต

ตำราทั้งหมดเหล่านี้อยู่ภายใต้วิธีการสอนตามรูปแบบของอิสลาม (Teaching of Islam) หรือตับลีฆ นิซอบ ครูของญะมา มีเลีย (Jamia Milia) ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของอินเดีย ที่มีชื่อเสียงแห่งกรุงนิวเดลีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.ซากิร ฮุสเซน (Dr.Zakir Hussain) อดีตประธานาธิบดีของอินเดียก็เคยเข้าร่วมการละหมาดที่จัดโดยเมาลานา อิลยาส มาก่อน

ในความเป็นจริงผู้นำที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลสำคัญของอินเดียอย่างเมาลานา อบุล กะลาม อะซาด (Maulana Abul Kalam Azad) อิฟติฆ็อร ฟาริดี (Iftikar Faridi) และพี่น้องอะลี (Ali brothers) ซึ่งอยู่ร่วมสมัยกับเมาลานา อิลยาส ก็มีความใกล้ชิดกับขบวนการเช่นกัน

เนื่องจากความใกล้ชิดของเมาลานา อิลยาส กับบุคคลสำคัญของมุสลิมและสถาบันอิสลามทั้งหลายอย่างเดียวบันและนัดวา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ให้ข้อแนะนำทางศาสนาและการเมืองแก่ชาวมุสลิมอินเดีย

ดังนั้น จึงมักมีข้อสรุปว่าแท้ที่จริงแล้ว ขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง แม้ว่าจนถึงปัจจุบันจะยังมองไม่เห็นข้อสรุปดังกล่าวในภาคปฏิบัติก็ตาม

 

แม้ว่าขบวนตับลีฆ ญะมาอัต จะยังมิได้แสดงการขับเคลื่อนทางการเมืองใดๆ ให้เห็นก็ตาม แต่อิทธิพลที่มีต่อจิตใจของชาวมุสลิมก็ได้รับการเชิดชูว่าเป็นความสำเร็จของขบวนการที่มีอิทธิพลกับชาวมุสลิมของอินเดียจำนวนหนึ่งเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้จึงมีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา อย่างเช่นคำพูดที่ว่า วันหนึ่งเป้าหมายทางการเมืองอันเป็นเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต ก็จะปรากฏออกมา

Encyclopedia of Islam vol. X ถึงกับกล่าวว่า “จุดมุ่งหมายทั้งหมดของขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต ก็คือการดึงดูดคนให้ได้จำนวนมากที่สุดให้เข้ามาสู่ความคิดในการก่อกำเนิดเทวรัฐ (Theocratic State) ที่วางอยู่ภายใต้หลักการแห่งศาสนรัฐที่มีศาสนาอิสลามเป็นพลังขับเคลื่อน”

นอกจากนี้ ผู้นำของขบวนการจะหลีกเลี่ยงการได้อภิปรายและการมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อต่างๆ หรือกล่าวถึงแหล่งการเงินของพวกเขา

เมื่อกลุ่มก้อนของผู้นำขบวนการถูกถามโดยชาวอเมริกันมุสลิมที่ Chicago ในปี 1967 ว่าถ้าเขาจะอนุญาตภรรยาของเขาให้แต่งกายด้วยชุดของชาวตะวันตกที่ยาวมาปิดหัวเข่าและออกไปว่ายน้ำด้วยเสื้อผ้าที่มิดชิดได้หรือไม่ บรรดาผู้นำของขบวนการก็จะตอบว่ามันไม่ได้เป็นจุดมุ่งหมายของพวกเขาที่จะเข้าสู่การถกเถียงใดๆ ขอให้เป็นสติสำนึกของแต่ละคนก็แล้วกัน

ปัจจุบันขบวนการตับลีฆ ญะมาอัต มีสาขาอยู่ใน 80 ประเทศทั่วโลก

แต่เนื่องจากขบวนการมิได้มีโครงสร้างที่เห็นเป็นรูปธรรม

ด้วยเหตุนี้ขอบเขตของขบวนการส่วนใหญ่จะไม่เป็นที่รู้จักของชุมชนที่มิได้นับถือศาสนาอิสลามแต่อย่างใด

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...