โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.เผยฉีดวัคซีนมากขึ้น ป่วยหนัก-ดับลดลงชัด ลุยฉีดสูตรไขว้เพิ่มยอดเข็ม2

Khaosod

อัพเดต 30 ส.ค. 2564 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 09.50 น.

สธ.เผยเทียบสัดส่วนฉีดวัคซีน อัตราป่วยหนัก-เสียชีวิตในผู้สูงอายุ พบสวนทางชัดเจน ยิ่งฉีดครอบคลุม ป่วยหนัก-ตายลดลงครึ่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวประสิทธิผลของวัคซีนโควิด 19 ในการลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ฉีดได้ 275,188 โดส สะสม 30,954,477 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 23,018,371 ราย ครอบคลุม 32% ของประชากร และเข็มสอง 7,350,348 ราย ครอบคลุม 10.2% ของประชากร

ซึ่งจำนวนเข็มหนึ่งและเข็มสองห่างกันมาก เนื่องจากระยะเวลาการนัดฉีดขึ้นกับชนิดของวัคซีน ซึ่งซิโนแวค 2 เข็มนัดไม่นานใน 1 เดือนฉีด แต่แอสตร้าเซนเนก้าระยะห่าง 10-12 สัปดาห์หรือ 3 เดือน ทำให้ยอดการฉีดเข็ม 2 ไล่หลังมา แต่จากนี้ไปถ้าเราใช้สูตรไขว้ คือ ซิโนแวคเข็มแรก ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสอง ห่างกัน 3 สัปดาห์ จะทำให้เข็มหนึ่งและสองใกล้เคียงมากขึ้นในเวลาสั้นๆ

สำหรับความครอบคลุมของวัคซีนเข็มแรกนั้นในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 13 จังหวัด ของกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้น พบว่าครอบคลุม 68.8% คาดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะถึง 70% เฉพาะ พื้นที่ กทม.ครอบคลุมสูงสุด 97.1% ส่วนพื้นที่อื่นๆ 64 จังหวัดที่เหลือครอบคลุม 35.2% ภาพรวมทั้งประเทศจึงครอบคลุมผู้สุงอายุแล้ว 43.8%

สำหรับ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังฉีดครอบคลุมทั้งประเทศ 41.1% ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ฉีดได้เพียง 7.5% จึงแนะนำให้ไปฉีด เพราะหากติดเชื้อโควิดอาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต ซึ่งมีรายงานมาโดยตลอด

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนช่วยลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ จากการเปรียบเทียบอัตราการฉีดวัคซีนกับอัตราป่วยรุนแรงและอัตราเสียชีวิตของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปในแต่ละสัปดาห์ พบว่าเมื่อสัดส่วนการฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น อัตราการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดลง โดยภาพรวมทั้งประเทศสัปดาห์ที่ 22 ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุได้ 0.8%

เมื่อมาถึงสัปดาห์ที่ 30 ฉีดครอบคลุม 24% และสัปดาห์ที่ 34 ครอบคลุม 41% ส่วนอัตราเสียชีวิตสัปดาห์ที่ 25 เป็นจุดสูงสุด คือ 18.34% พอความครอบคลุมวัคซีนดีขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มเสียชีวิตจึงค่อยๆ ลดลงมา โดยสัปดาห์ที่ 30 ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 9.27% เช่นเดียวกับอัตราการป่วยหนัก มีปอดอักเสบ ทิศทางแนวโน้มลดลงเช่นกัน

หากแยกเฉพาะรายพื้นที่ พบว่ากทม. สัปดาห์ที่ 22 ฉีดวัคซีน 3.8% สัปดาห์ 30 ครอบคลุม 78% และสัปดาห์ที่ 34 ครอบคลุม 96% ขณะที่อัตราป่วยตายสัปดาห์ที่ 25 อยู่ที่ 28% พอสัปดาห์ที่ 30 ลดลงเหลือ 12.97% หรือลดมาเกือบครึ่งหนึ่ง แนวโน้มการป่วยหนักก็มีทิศทางลดลงเช่นกัน, พื้นที่ชายแดนภาคใต้ การฉีดวัคซีนไม่สูงโดดแบบ กทม. ไต่ระดับขึ้นไปสูงสุด 44% ส่วนการเสียชีวิตเคยสูงสุด 21.9% เมื่อสัปดาห์ที่ 24 ก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนถึงสัปดาห์ 30 ลดมาที่ 8% การป่วยหนักเแนวโน้มลดลงเช่นกัน

ส่วนจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 19 จังหัด การฉีดวัคซีนไต่ระดับจากสัปดาห์ที่ 24 อยู่ที่ 7 % พอสัปดาห์ที่ 34 ขึ้นมาเป็น 36% ขณะที่อัตราเสียชีวิตเคยสูงสุด 20% เมื่อสัปดาห์ที่ 22 ก็ลดระดับลงมาถึงสัปดาห์ที่ 30 อยู่ที่ 7% แนวโน้มป่วยหนักก็ลดลง สำหรับจังหวัดอื่นๆ การฉีดวัคซีนสัปดาห์ที่ 34 อยู่ที่ 32% แนวโน้มเสียชีวิตสัปดาห์ที่ 26 อยู่ที่ 19.2% ลดลงมาเหลือ 7% ในสัปดาห์ที่ 30 เช่นเดียวกับการป่วยหนักก็ลดลง

"คำถามคือทำไมภาพรวมตัวเลขเสียชีวิตยังไม่ลด เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยมีระยะเวลาสั้นยาวแตกต่างกันไป ซึ่งคลื่นการระบาดมีแนวโน้มขึ้นสูงจนแตะ 2 หมื่นรายประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนหน้า คนเริ่มรักษาส่วนนั้นอาจมีการรักษาหาย หรือหนักและเสียชีวิตในสัปดาห์ที่ตามมาไล่หลังกันห่างประมาณ 2-3 สัปดาห์ได้ ยอดเพดานสูงสุดการเสียชีวิตอาจคงระดับอยู่ และลดลงหลังจากนี้" นพ.เฉวตสรร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...