โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสพศิลป์ผ่านอาหารฝรั่งเศส ลิ้มรสดาวมิชลิน J’AIME by Jean-Michel Lorain

Wongnai

เผยแพร่ 12 ม.ค. 2561 เวลา 05.53 น.
ภาพไฮไลต์

ไม่ต้องบินไปไกลถึงปารีสก็ได้สัมผัสอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว@J’AIME by Jean-Michel Lorain ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง Hidden Gem ภายในโรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ

หากพูดถึงงานศิลป์ที่ปรากฏอยู่ในอาหาร คำตอบในใจของใครหลาย ๆ คนคงจะนึกถึง “อาหารฝรั่งเศส” เป็นอันดับแรก อาหารชั้นสูงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่การตระเตรียมโต๊ะรับประทานอาหาร การจัดวาง การปรุง วัตถุดิบที่คัดสรรมาใช้ การจัดจานไปจนถึงการเสิร์ฟ ที่เรียกได้ว่าละเอียดอ่อนและประณีตในทุก ๆ รายละเอียดอย่างแท้จริง แล้วรู้หรือไม่ว่าใจกลางสาทรมีร้านอาหารฝรั่งเศสที่เป็นดั่ง Hidden Gem ซุกซ่อนอยู่ ทำให้คนไทยอย่างเราไม่ต้องบินไปไกลถึงฝรั่งเศส ก็มีโอกาสได้สัมผัสกับอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ ได้ที่นี่ J’AIME by Jean-Michel Lorain ร้านอาหารฝรั่งเศส Fine Dining ระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ก่อตั้งโดยเชฟ Jean-Michel Lorain จากร้านอาหาร La Côte Saint-Jacques ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งที่นี่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเชฟ Amerigo Tito Sesti ผู้ได้รับความไว้วางใจให้เป็น Head Chef ถ่ายทอดรสชาติอาหารสู่ร้านอาหารแห่งนี้

J’AIME by Jean Michel Lorain อยู่บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ ภายในตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นและแฝงกิมมิกแบบ Upside Down พร้อมประดับประดาด้วยคริสตัล สะท้อนความหรูหราน่าค้นหา
บรรยากาศของร้าน J’AIME by Jean-Michel Lorain

บุตรสาวของเชฟ Jean-Michel Lorain ผู้ดูแลร้านอาหารแห่งนี้คุณ Marine บอกกับเราว่า “J’AIME by Jean-Michel Lorain" เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีการคิดค้นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ใช่ Traditional แต่ยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติอาหารฝรั่งเศสไว้อย่างเต็มเปี่ยม”

บรรยากาศของร้าน J’AIME by Jean-Michel Lorain

เราเริ่มต้นเดินทางค้นหารสชาติอาหารฝรั่งเศสของที่นี่กับ 5 เมนูเด็ด ซึ่งล้วนเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เมนูแรกที่เชฟเสิร์ฟมาให้เราได้ลิ้มลองคือ “Warm special Gillardeau oyster served with rye porridge, lettuce puree and crepes” (970 บาท) เมนู Appetizer ที่นำหอยนางรมจีลาโดเสิร์ฟร้อน พร้อมกับโอ๊ตพอลริช ผักกาดหอมพูเร และเครปกรอบ บนภาชนะพิเศษที่ช่วยคงความร้อน เพียงคำแรกที่สัมผัสก็รับรู้ได้ถึงเลเยอร์ของรสชาติมากมายที่มาทักทายปลายลิ้น ความกลมกล่อมที่แสนเข้ากัน ตั้งแต่เริ่มต้นจากคำแรกจนจบคำสุดท้าย เรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียว

“Warm special Gillardeau oyster served with rye porridge, lettuce puree and crepes”

เมนูถัดมาคือ “Razor clams in their gelée with Savoy cabbage and Sea urchin cream” (690 บาท) ทันทีที่เมนูนี้เสิร์ฟลงบนโต๊ะสายตาก็ถูกสะกดด้วยวิธีการจัดจานที่แสนประณีต อันเป็นเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสและเมื่อได้ชิมก็สัมผัสได้ถึงความหนุบหนับของเนื้อหอยไม้ไผ่ในทันที ยิ่งได้ลิ้มรสไปพร้อม ๆ กับครีมกะหล่ำซาวอย และครีมไข่หอยเม่น จึงทำให้ได้รสชาติที่มีความละมุนมากขึ้น พร้อมรสของบีตรูตและสาหร่ายที่นอกจากจะช่วยตัดเลี่ยนแล้วยังช่วยเพิ่มรสสัมผัสอีกด้วย

“Razor clams in their gelée with Savoy cabbage and Sea urchin cream”

มาถึงเมนูไฮไลต์ “Roasted Maine lobster with an Endive fondue and Fregula à la Carbonara” (1,850 บาท) Lobster จากรัฐ Maine เสิร์ฟพร้อมผักเอนไดฟ์และพาสต้าเฟกกูล่าคาร์โบนารา ความเค็มอ่อน ๆ และความสดของเนื้อล็อบสเตอร์เมื่อรับประทานคู่กับเฟกกูล่าคาร์โบนาราความหอมมันที่เข้ากันกับ Brown Lobster Sauce จะช่วยชูรสชาติที่ซ้อนกันของเมนูล็อบสเตอร์นี้ให้ปรากฏชัดมากขึ้นพร้อมปิดท้ายด้วยรสชาติของ Carbonara foam รสกลมกล่อมนุ่มลิ้นที่ช่วยทำหน้าที่เติมเต็มความละมุนในจานนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ก่อนจะเข้าสู่ของหวานขอส่งท้ายด้วย “Pan-seared Kamui beef fillet served with Porcini and Walnut purée and Olive-scented wholegrain mustard” (2,550 บาท) เนื้อวัวคามุยชั้นยอดจากเกาะฮอกไกโด ความสุกระดับ medium rare นุ่มลิ้นแบบพอดิบพอดีเมื่อกินคู่กับเห็ดพอร์ชินีและถั่ววอลนัตพูเรก็ช่วยเพิ่มความหอมมันในระหว่างรับประทานได้ดียิ่งขึ้น และรสเผ็ดอมเปรี้ยวเบา ๆ ของมัสตาร์ดโฮลเกรนยิ่งทำให้เนื้อคามุยจานนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของรสชาติที่แตกต่างแต่เมื่ออยู่รวมกันคือความกลมกล่อมลงตัว

“Pan-seared Kamui beef fillet served with Porcini and Walnut purée and Olive-scented wholegrain mustard”
“Pan-seared Kamui beef fillet served with Porcini and Walnut purée and Olive-scented wholegrain mustard”

จบคอร์สด้วยเมนูของหวาน ที่พูดได้เลยว่าใครที่เป็นสายหวานจะต้องชื่นชอบเป็นพิเศษโดยเฉพาะสาว ๆ กับ “3 Pieces Dessert” (470 บาท) อย่างแรกคือ Mille-feuille “Napoleon” ขนมหวานมากชั้นเชิงสัญชาติฝรั่งเศสแท้ ๆ ที่เชฟ Amerigo บอกกับเราว่า มิลเฟยของที่นี่เป็นซิกเนเจอร์เมนูของตระกูลเชฟ Lorain โดยเฉพาะ ที่ทำเพื่อรับประทานกันในครอบครัวมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี แป้งพัพฟ์สามชั้นอบกรอบพร้อมอัลมอนด์ สอดแทรกความอร่อยในแต่ละชั้นด้วยครีมคลาสสิกสามชนิดไม่ซ้ำกัน ได้แก่ Butter cream, Basic cream และ Whipped cream ทำให้ภายในคำเดียวเราจะสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติที่แตกต่างแต่เมื่อรวมกันแล้วกับเข้ากันได้ดีเหลือเชื่อ "Passion fruit soufflé" ชูเฟล่เสาวรส เพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรสก็ต้องพูดเลยว่า นุ่มละมุนมาก! ความละมุนที่ว่าคือรสเปรี้ยวอมหวานที่แบ่งสัดส่วนกันมาอย่างพอดิบพอดีและเนื้อชูเฟล่ที่นุ่มฟูละลายในปาก เชื่อได้เลยว่าใครที่ชอบรับประทานขนมหวานที่ไม่เลี่ยนมากนักก็จะต้องรักชูเฟล่เสาวรสถ้วยนี้ “Rose ice cream in crystalized rose petals” ไอศกรีมกุหลาบรสชาติหวานหอมที่เสิร์ฟพร้อมกลีบกุหลาบชุบน้ำตาลกรอบ เพียงหนึ่งคำที่เริ่มชิมก็รู้สึกฟินกับความหอม กลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ ที่ระเบิดรสชาติอยู่ภายในปาก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เหมาะกับอากาศร้อนอย่างในเมืองไทยสุด ๆ

หลังจากจบมื้อนี้อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากความฟินที่ได้รับจากร้านร้านมิชลินสตาร์อย่าง J’AIME by Jean-Michel Lorain ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราได้รับความสุนทรีย์ประหนึ่งกำลังชมงานศิลป์ผ่านเมนูอาหารในแต่ละจานที่ล้วนมอบประสบการณ์ให้เราทั้งรูป รส กลิ่น เสียงอันสื่อถึงความละเอียดอ่อนและความพิถีพิถันของเชฟรวมถึงการบริการและการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาพร้อมกลับออกไปด้วยความอิ่มเอม สำหรับใครที่กำลังมองหามื้ออันแสนพิเศษเพื่อตัวเองและคนที่คุณรักที่นี่คือคำตอบที่จะทำให้ทั้งคุณและเขาประทับใจอย่างแน่นอน

การเดินทาง

ร้านอาหาร J’AIME by Jean Michel Lorain ตั้งอยู่ในโรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ ซอยงามดูพลี (สาทร ซอย 1) เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 12:00 - 14:30 น., 18:00 - 22:30 น. และซันเดย์บรันซ์ 12:00 - 15:00 น.ในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...