โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Ford เผย 6 เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2567 เวลา 07.01 น.

เชื่อว่าใครหลายคนกำลังวางแผนเดินทางช่วงวันหยุดยาวนี้ และกำลังคิดคำนวนถึงวิธีการขับขี่อย่างไรเพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด Ford (ฟอร์ด) ขอแนะนำเคล็ดลับการขับขี่ที่ประหยัดทั้งน้ำมันและเงินในกระเป๋า เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการขับรถในเมืองหรือนอกเมือง

ขับขี่อย่างรอบคอบ

การเร่งเครื่องแรงเกินไป และเบรคกะทันหันทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก และส่งผลต่อการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมาก ผู้ขับขี่ควรสังเกตสภาพถนน และการจราจรรอบตัว รวมถึงเตรียมความพร้อมในการตอบสนองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนถนนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถค่อยๆ เร่งเครื่อง ปล่อยคันเร่งได้เร็ว และเบรคได้อย่างนิ่มนวล ยิ่งขับอย่างนุ่มนวลได้มากเท่าไร เครื่องยนต์จะยิ่งใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากเท่านั้น

ผู้ขับขี่บางคนยังมีความเชื่อผิดๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ว่า ควรเข้าเกียร์ว่างเมื่อลงเนินเพื่อประหยัดน้ำมัน หากคุณต้องการประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด และปลอดภัย ควรเปลี่ยนโหมดการขับขี่มาใช้โหมดประหยัด (Eco) แทน ซึ่งจะช่วยปรับการอัตราเร่งเครื่อง และอัตราทดเกียร์ รวมถึงใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ford ยังแนะนำการใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่ช่วยให้อย่างขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งทั้ง Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) และ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มีระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go ที่ช่วยควบคุมการเร่งเครื่อง เบรค และเกียร์เพื่อให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายขึ้นให้แก่ผู้ใช้รถ

หมั่นตรวจเชคสภาพตามกำหนด

เจ้าของรถควรนำรถเข้าตรวจเชคสภาพให้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยพนักงานที่ศูนย์บริการ Ford จะตรวจสภาพรถของคุณอย่างละเอียดทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าของรถจะได้รับบริการต่างๆ ตรงตามระยะเวลา ตั้งแต่การเปลี่ยนอะไหล่ หรือตั้งศูนย์ถ่วงล้อทุกปี หรือทุกๆ 10,000 กม. ซึ่งหากปล่อยให้ล้อรถไม่ขนานกัน นอกจากจะเป็นอันตรายแล้วยังอาจทำให้รถทำงานหนักขึ้น และใช้น้ำมันมากขึ้นด้วย Ford มีบริการต่างๆ มากมายที่ลูกค้านัดหมายล่วงหน้าได้ง่ายๆ ผ่านเวบไซท์ Ford หรือแอพพลิเคชัน Ford Pass อย่างบริการรับประกันเช็กระยะใน 60 นาที (60-Minute Express Service) ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีระบบจองออนไลน์ล่วงหน้า โดยช่างเทคนิคจะทำการตรวจสอบรถ 30 จุดตามมาตรฐาน Ford ให้โดยไม่คิดค่าแรงเพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น

ในกรณีที่เจ้าของรถไม่มีเวลานำรถเข้าศูนย์ฯ เอง สามารถนัดหมายบริการรับ และส่งรถ (Pick-up and Delivery) โดยพนักงานของศูนย์ฯ Ford จะไปรับรถของคุณถึงที่บ้าน และนำกลับมาส่งหลังจากตรวจเชค และดำเนินงานเสร็จ นอกจากนี้ Ford ยังมีรถบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service Vehicle) ที่พร้อมให้บริการเชคระยะด้วยมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการได้ถึงบ้าน

รถพร้อมแล้ว ยางก็ต้องพร้อม

ยางรถยนต์ที่นิ่มเกินไป หรือสึกหรอจะทำให้เกิดแรงเสียดทานขณะรถเคลื่อนตัวมากขึ้น นั่นหมายความว่า นอกจากรถจะทำงานหนักขึ้นแล้ว ยังต้องใช้น้ำมันมากขึ้นด้วย เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำ และต้องแน่ใจว่ายางรถยนต์มีแรงดันตามที่คู่มือแนะนำ (สามารถดูข้อมูลได้บนป้ายที่กรอบประตู) ทั้งนี้ Ford Ranger และ Ford Everest บางรุ่น ติดตั้งระบบตรวจสอบแรงดันลมยางที่จะช่วยเตือนเจ้าของรถหากยางมีแรงดันลดลง

นีล ลูวิงตัน ผู้ดูแลด้านอากาศพลศาสตร์ของ Ford ออสเตรเลีย กล่าวว่า อย่าบรรทุกของหนักควรหลีกเลี่ยงการบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักให้แก่รถ ทุกสิ่งที่คุณบรรทุกจะทำให้รถของคุณทำงานหนักขึ้น ซึ่งหมายความว่ารถก็จะใช้น้ำมันมากขึ้นตามไปด้วย "คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์"

ราว หรือแรคหลังคาอาจช่วยให้บรรทุกสิ่งของได้ง่ายขึ้นก็จริง อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถที่มีกล่องสัมภาระบนหลังคา หรือที่วางจักรยานควรถอดอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกเมื่อไม่ได้ใช้ เพราะอุปกรณ์เสริมถือเป็นการเพิ่มภาระให้แก่รถไม่ต่างจากการบรรทุกน้ำหนักท้ายรถมากเกินไป วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการสร้างแรงต้านที่ไม่จำเป็นเมื่อขับขี่ได้

“ถึงแม้การถอดที่วางจักรยาน หรือกล่องสัมภาระอาจเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ แต่ถ้าคุณไม่ได้ใช้งาน และแค่ขับรถในเมือง การติดแรคหลังคาจะทำให้รถใช้น้ำมันมากขึ้นกว่าที่จำเป็น เนื่องจากน้ำหนักและแรงต้านที่เพิ่มขึ้น”

เคล็ดลับการขับขี่แบบประหยัดในสภาพอากาศร้อน

สภาพอากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเปิดแอร์ โดยการใช้ระบบปรับอากาศของรถจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และใช้น้ำมันมาก Foed แนะนำให้ใช้โหมดอัตโนมัติของระ บบปรับอากาศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ในกรณีที่ต้องจอดรถในสภาพอากาศร้อน พยายามจอดในที่ร่มเพื่อช่วยให้ห้องโดยสารเย็นได้นานที่สุด แอร์บนรถจะได้ไม่ต้องทำงานหนักเมื่อสตาร์ท แต่ถ้าหาที่ร่มจอดรถไม่ได้ ควรหาซื้อที่บังแดดคุณภาพดีเพื่อช่วยให้ห้องโดยสารไม่ร้อนมากจนเกินไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...