โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง 3 โรค ไข้โอโรพุช-ไข้หวัดนก-ฝีดาษลิง ที่กำลังระบาดในต่างประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 03.29 น. • The Bangkok Insight

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง 3 โรค ไข้โอโรพุช-ไข้หวัดนก-ฝีดาษลิง ที่กำลังระบาดในต่างประเทศ แนะกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้สังเกตอาการผิดปกติ

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคกำลังเฝ้าระวัง 3 โรคที่กำลังระบาดในต่างประเทศ ได้แก่

เฝ้าระวัง 3 โรค

เฝ้าระวัง 3 โรคที่กำลังระบาดในต่างประเทศ

  • โรคไข้โอโรพุช ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยในประเทศไทย เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คือ Oropouche virus (OROV) ไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อประจำถิ่น (endemic) ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอเมซอน โดยมียุง ตัวริ้น เป็นตัวแพร่เชื้อ มีรายงานการพบผู้ป่วยในประเทศแถบอเมริกาใต้ (เช่น ประเทศบราซิล เปรู อาร์เจนตินา โบลิเวีย ระยะฟักตัวหลังติดเชื้อโดยทั่วไป คือ 4 - 8 วัน

อาการของโรค ได้แก่ ไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระบอกตา และผื่น มีอาการเลือดออก (เช่น จุดเลือดออกที่ผิวหนัง เลือดกำเดา และเลือดออกตามไรฟัน) ความเสี่ยงของการระบาดในประเทศไทยค่อนข้างต่ำ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอริกาใต้

คำแนะนำสำหรับประชาชนที่เดินทางไปในประเทศไปที่มีรายงานการระบาด คือ 1) สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ป้องกันป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงและตัวริ้นกัด 2) ทาโลชั่นกันยุง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มียุงหรือแมลง 3) หากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีอาการไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระบอกตา และผื่น ภายใน 7 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อดำเนินการสอบสวน วินิจฉัย และควบคุมโรคต่อไป

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์
  • ไข้หวัดนก สถานการณ์โรคไข้หวัดนกทั่วโลก ทั้งในคนและในสัตว์ ยังพบมีรายงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ สหรัฐอเมริกา รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อจากโคนมในฟาร์ม 4 ราย (รัฐเท็กซัส, รัฐมิชิแกน และรัฐโคโลราโดหลายรัฐ) ส่วนที่ประเทศกัมพูชา ข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 จำนวน 9 ราย เป็นเด็ก 8 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย และเป็นผู้ใหญ่ 1 ราย

ปัจจุบันประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนก (หลังจากรายสุดท้าย เมื่อปี 2549)

คำแนะนำวิธีป้องกัน 1.รับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์จากโคนม และไข่ 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกหรือโคนมที่ป่วย หรือตาย 3.หากต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกหรือโคนม ควรสวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส 4.สำหรับเกษตรกร หากพบสัตว์ปีกป่วยตายจำนวนมากบริเวณใกล้เคียง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และไม่นำซากสัตว์ปีกไปประกอบอาหาร 5.หากเกษตรกรมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยงให้แพทย์ทราบ

เฝ้าระวัง 3 โรค
  • ฝีดาษวานร กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรอย่างใกล้ชิด หลังพบอัตราการป่วยติดเชื้อสูงในเด็กประเทศแถบแอฟริกากลาง ฝีดาษวานรแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ (clade 1) ที่พบการระบาดในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออกเป็นหลัก มีอัตราป่วยตายสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยในทวีปแอฟริกา ปี 2565 - 2567 ผู้ป่วยสะสม 14,250 ราย เสียชีวิต 456 ราย ขณะที่ประเทศไทยยังไม่พบสายพันธุ์ดังกล่าว

สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลกในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา คือ สายพันธุ์ (clade 2) การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด ทางเพศสัมพันธ์ และสำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่มกราคม 2567 - 10 สิงหาคม 2567 มีผู้ป่วยสะสม 140 ราย เสียชีวิต 3 ราย ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ปี 2565 - 2567 มีผู้ป่วยสะสม 827 ราย เสียชีวิต 11 ราย

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้มีการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานรทั้ง 2 สายพันธุ์ และจับตาสถานการณ์การระบาดในประเทศแถบแอฟริกากลางอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำในการป้องกันโรคฝีดาษวานร ได้แก่ 1.หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จัก 2.ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า ผ้าขนหนู เครื่องนอน 3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นสงสัยโรคฝีดาษวานร 4.ไม่คลุกคลี หรือสัมผัส ตุ่ม หนอง หรือบาดแผลของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือซากสัตว์ป่า และบริโภคเนื้อสัตว์ปรุงสุก และหลีกเลี่ยงไปในสถานที่ที่อาจเสี่ยงติดโรคฝีดาษวานร

สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาดให้เฝ้าระวังและสังเกตอาการตนเองเบื้องต้น หากมีผื่น มีตุ่มน้ำ ตุ่มหนองขึ้นบริเวณรอบๆ มือ เท้า หน้าอก ใบหน้า ปาก หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ประกอบกับมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังหู คอ ขาหนีบ ให้รีบเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลทันที พร้อมยืนยันมีความพร้อมระบบการดูแลรักษาโรคฝีดาษวานรทั่วประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...