โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรรพากร ยอมรับ ‘Temu’ ไม่เข้าข่ายเสียภาษี เพราะไม่ได้จดทะเบียนในไทย-ทำการค้ากับผู้ค้าไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ส.ค. 2567 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 00.45 น. • The Bangkok Insight

สรรพากร ยอมรับ "Temu" ไม่เข้าข่ายเสียภาษี เพราะไม่ได้จดทะเบียนในไทย-ทำการค้ากับผู้ค้าไทย ด้าน ‘ภูมิธรรม’ เร่งหารือแก้ปัญหาสินค้าจีนทุ่มตลาด

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามปัญหาการทุ่มตลาดของสินค้าจีน ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข

เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้า ไม่ได้มาตรฐานและราคาถูกซึ่งทะลักเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ผ่านทาง E- Commerce และ ด่านชายแดนต่างๆ ดูกฎระเบียบต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร

Temu

ไม่เน้นตอบโต้ แต่ใช้วิธีการทางกฎหมาย หวั่นกระทบส่งออก

สำหรับแนวทางปกป้องสินค้าไทยบนพื้นฐานของกฎหมายที่มีอยู่ ไม่เน้นเรื่องการตอบโต้ เพราะยอมรับว่าอาจจะกระทบกับความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญสินค้าเกษตรของไทย

ทั้งนี้ ได้หารือกับทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งทางทูตจีนได้แสดงความกังวลเช่นกันพร้อมที่จะหาแนวทางร่วมกันต่อไป ซึ่งไทยก็ต้องหาทางปกป้องป้องกันและเท่ากันกับการค้ายุคใหม่

นายภูมิธรรม เวชยชัย

ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษี เพราะไม่ได้จดทะเบียนในไทย-ทำการค้ากับผู้ค้าไทย

ด้าน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า Temu ไม่มีสำนักงานในไทย กรมสรรพากรจีงได้ส่งอีเมล์แจ้งไปว่า หากเข้าข่ายเกณฑ์ที่กำหนดที่จะต้องจ่ายภาษีของไทย ก็ต้องเข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมาย

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สามารถจัดเก็บภาษีได้ จะต้องเป็นแพลตฟอร์มที่มาจดทะเบียนผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีอยู่ในระบบกว่า 180 ราย สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้กว่า 6000 ล้านบาท และต้องมีผู้ค้าของไทยมาทำการค้ากับแพลตฟอร์มนั้น และมีการเก็บค่าดำเนินการต่างๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่น กรมสรรพากรก็จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กับผู้ค้าไทย

แต่ในส่วนแพลตฟอร์ม Temu ยังไม่เข้าข่ายดังกล่าว คือไม่ได้มีการตั้งถิ่นฐานสำนักงานในไทย และไม่ได้ทำการค้ากับพ่อค้าแม่ขายในไทย

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท

ซึ่งแม้จะพบว่ามีผู้ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดักลาวในปริมาณมากหรือมีความถี่ ก็ไม่สามารถไปตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่าซื้อมาเพื่อขายต่อ ในส่วนกรณีมีผู้ประกอบการจีนมาตั้งร้านค้าในประเทศไทย เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องตรวจสอบใบประกอบธุรกิจการค้า อย่างไรก็ตามกรมสรรพากร ได้ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องอยู่ แต่ไม่ใช่ลักษณะตรวจจับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...