โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้จัก ‘คาร์โนซีน’ สารอาหารสำคัญช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 19 ส.ค. 2567 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2567 เวลา 08.27 น.

แม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ เพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคกันมากขึ้น แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่า “สมอง” ก็เป็นอวัยวะที่ต้องการการบำรุงเช่นกัน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ

“คาร์โนซีน” สารอาหารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง กันค่ะ

จากข้อมูลของกรมการปกครองในเดือนกันยายน ปี 2566 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีถึง 13,043,793 คน หรือคิดเป็น 19.74% ของประชากรทั้งหมดที่มีจำนวน 66,061,517 คน ซึ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ปัญหาหนึ่งของสังคมสูงวัยคือการลดลงของประชากรวัยทำงานที่ต้องรองรับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการของผู้สูงอายุที่วัยทำงานต้องแบกรับนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชากรสามารถเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพและสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“คาร์โนซีน” (Carnosine) เป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง คาร์โนซีนเป็นไดเปปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนสองชนิด ซึ่งช่วยให้สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยสมองส่วนหน้านั้นมีความสำคัญในการประมวลผล การตัดสินใจ และการคิด

คาร์โนซีนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท เพิ่มสมาธิและการจดจ่อ ลดความเหนื่อยล้าของสมอง และช่วยลดความกังวลได้ แม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสร้างคาร์โนซีนได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการสร้างคาร์โนซีนอาจลดลง

คาร์โนซีนสามารถหาได้จากการบริโภคเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลา และไข่ ซึ่งสารอาหารชนิดนี้ไม่สามารถพบได้ในพืช

การดูแลสมองไม่ได้มีเพียงแค่การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วย การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และดูแลจิตใจให้แจ่มใส ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพสมองให้ดี และทำให้เราสามารถเข้าสู่วัยผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยและชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...