โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เลขา "น้าเน็ก" ชี้แจง หลังถูกแจ้งความยักยอกเงิน10ล้าน ยืนยันความบริสุทธิ์ เผยเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย

Khaosod

อัพเดต 04 ธ.ค. 2566 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 08.41 น.

เลขา "น้าเน็ก" ชี้แจง หลังถูกแจ้งความยักยอกเงิน10 ล้าน ยืนยันความบริสุทธิ์เผยเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย วอนอย่าดึงพิธีกรดังมาเกี่ยว

จากกรณีที่มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเผยว่า เลขาส่วนตัวพิธีกรชื่อดัง รวมเงินกับหุ้นส่วนเปิดร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี

แต่ปรากฏว่า เลขาส่วนตัวพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจทำธุรกรรมผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารที่รวมเงินของหุ้นส่วนไว้ ได้แจ้งว่าเงินของบริษัทที่ร่วมกันทั้งหมด 50 หุ้น เพื่อทำร้านอาหาร 2 แห่ง หายไป 8,500,000 บาท

ซึ่งผู้เสียหาย ติดใจในส่วนรายการเดินบัญชีที่ เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่า เงินดังกล่าวที่หายไป ได้ถูกทยอยโอนออกจากบัญชีที่ร่วมลงทุน และไม่ได้ถูกโอนไปทั้งหมด ซึ่งความเป็นจริง ถ้าโดนแฮ็กบัญชี คงโดนโอนเงินไปทั้งหมด ไม่เหลือคาบัญชีไว้และต้องเป็นการโอนครั้งละมากๆ ไม่ใช่การทยอยโอน

จึงทำให้รู้สึกผิดสังเกต โดยอยากขอให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยคือ เลขาส่วนตัวของพิธีกรชื่อดังและแฟนหนุ่มว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อ่านข่าว แจ้งความเอาผิด เลขาพิธีกรดัง หลังเงินลงทุน 8.5 ล้านหายไป อ้างโดนแฮ็กบัญชี

ล่าสุด(4 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวของเรา ได้สัมภาษณ์คุณบี ซึ่งเป็นเลขาของพิธีกรชื่อดังน้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ซึ่งเธอเปิดใจหมดเปลือก ยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าโดนแฮ็กไปจริงๆ แถมเธอยังเป็นผู้เสียหายอีกด้วย

และเธอเองรู้สึกแย่ ที่น้าเน็กกับป๋าเต็ด เข้าใจและ เขาจะช่วยเหลือ เขาจะมาเดือดร้อนไปด้วย ทั้งที่เขาเป็นหนึ่งในผู้เสียหายเหมือนกัน แถมเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาทั้งคู่

ซึ่งคุณบี เธอยินดีที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้เอง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่า มีบางคนเอาความมีชื่อเสียงของใครก็ตาม มาทำให้เรื่องนี้มันดูใหญ่โต

โดยคุณบีเปิดเผยว่า “เราก็แจ้งความไปแล้ว แล้ว ก็มีหลักฐานว่าเราถูกแฮ็กบัญชีไปจริงๆส่วนตัวก็ได้อ่านข่าวแล้ว เอาจริงๆคนที่เขาไปให้ข่าวอ่ะ เขาก็เห็นหลักฐานที่เราไปแจ้งความ เห็นสเตทเมนต์และเห็นทุกอย่างหมดแล้ว

แต่เราก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แล้วก็เรื่องของเงินเขา แต่เราได้มีการติดต่อแล้วแจ้งแล้วว่าจะทำเงินคืนเขายังไงในส่วนนี้ซึ่งในส่วนนี้เราไม่เคยหนี แล้วเราก็ยินดีที่จะรับผิดชอบในส่วนเงินที่มันหายไป”

แล้วจริงๆจำนวนเงินที่มันหายไป มันก็ไม่เท่าในส่วนที่เราจะรับผิดชอบด้วย สมมตินะคะ ว่าเงินหายไป 8ล้าน แล้วเหมือนเขามาซื้อของแล้วเขาไม่ได้ของ อันนี้เขาเอามาลงทุนทำร้านซึ่งเขาไม่ได้ร้าน แล้วคือเราจะคืนเงินทั้งหมดที่เขาลงมา แล้วเราก็แจ้งไปแล้วว่าเราจะทยอยคืนเงินให้

อีกอย่างเงินที่มันหายไป มันก็มีเงินส่วนตัวเราด้วย เราก็ถือเป็นผู้เสียหายคนหนึ่งที่เราก็ไปแจ้งความแล้วก็ดำเนินคดี ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามจับบัญชีม้าที่พยายามเอาเงินออกไปทั้งหมดอยู่”

จากคนที่ให้ข้อมูลเขามองว่าถ้าเป็นการโดนแฮ็กจริงๆทำไมถึงทยอยออกทำไมถึงไม่ยอมเอาออกไปเลยทีเดียว ตรงนี้คุณบีอยากจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร?
“คือจริงๆเราก็ไม่ทราบค่ะ ถ้าเรารู้วิธีการเงินมันคงจะไม่หาย เพราะจริงๆแล้วบัญชีที่เงินหายไปมันเป็นบัญชีที่เราไม่ได้เข้าไปดูตลอดเวลา

มันเป็นบัญชีที่เรากำลังจะทำร้านใหม่กัน แล้วมันก็ถูกเปิดทิ้งไว้ จริงๆอ่ะมันมีรายละเอียดเรื่องเยอะมากกว่านั้น แต่ว่ามันอยู่ในขบวนการทางกฎหมาย แล้วเราก็พูดอะไรมากไม่ได้

ซึ่งทุกคนทราบค่ะ เพราะว่าก่อนจะมีเรื่องราวหรือเป็นข่าวมาแบบนี้ มันเกิดขึ้นมา5เดือนแล้ว เรามีการอธิบาย เจอหน้าเคลียร์กันแล้ว เรายังมีการเคลียร์ถึงเรื่องชดใช้เงินด้วยซ้ำ

เราไม่ได้หนีไปไหน และเราก็ไม่เคยบอกว่าเราไม่ใช้เงินใคร แต่เราก็คือหนึ่งในผู้เสียหายแล้วก็เพื่อที่จะให้เราได้ตั้งตัวหาเงินมาคืนทุกคน

การทุกคนที่ไปแจ้งคือเราไม่ได้ชวนทุกคนนะคะ มันมาจากการที่หุ้นส่วนทุกคนอยากทำร้านใหม่แล้วทุกคนก็ไปชวนคนโน้นคนนี้กันมา แต่พอว่าไม่มีใครอยากรับภาระตรงนี้ ก็เอาเงินตรงนี้มาโยนให้เราเป็นผู้ดูแล

แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็กลายเป็นว่าทุกคนโยนความผิดมาให้เรา ทั้งๆที่เราก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายเหมือนกัน แต่เราเข้าใจนะเพราะว่าอยู่ๆเงินเขาหายเขาก็คงจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน เพราะว่าจำนวนเงินของเราส่วนตัวที่หายมันก็ไม่ใช่น้อย มันก็เป็นหลักล้านเหมือนกัน

เพราะว่าเงินเรากับแฟนเรารวมกันก็ประมาณ 1ล้าน6แสนบาท ซึ่งมันก็เป็นเงินที่บางทีเรายืมมาเพื่อเราจะทำบ้าน เพราะว่าเราเพิ่งทำบ้านใหม่ เราก็ต้องขายรถ ขายคอนโด เพื่อที่จะเอาเงินไปจัดการในส่วนที่มันเสียหายเหมือนกัน

เราก็มีหลักฐาน งั้นก็ดีค่ะ จะได้ช่วยจับบัญชีม้าให้หน่อย เพราะว่าเราก็อยากรู้อยากเจอคนที่ทำเรื่องแบบนี้เหมือนกัน”

ในส่วนของกฎหมายมันคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?
“คือจากที่ตำรวจแจ้งเรามา เขาก็ออกหมายจับบัญชีม้าเหมือนขบวนการปกติ เหมือนล่าสุดเราก็ไปยื่นเอกสารที่ตำรวจไซเบอร์ เหมือนให้เขาช่วยอีกทางหนึ่งเหมือนกัน

แต่ทางตำรวจไซเบอร์เขาบอกว่า ถ้าเขาอายัดเงินของใครไม่ได้ เขาก็ไม่สามารถคืนเงินให้เราได้เหมือนกัน เราก็มีแต่ตามเรื่องกับตำรวจ แล้วก็ตามล่าบัญชีม้า ถ้าเราจับบัญชีม้าได้เราก็จะฟ้องร้องบัญชีม้า อันนี้มันก็จะเป็นตามขบวนการตามที่ตำรวจแจ้งเรามา

เพราะว่าตั้งแต่วันแรกที่เรารู้เรื่อง เราก็อายัดบัญชี แล้วก็แจ้งความตามกระบวนการ แล้วก็ส่งเอกสารทุกอย่างให้หุ้นส่วนเราดู ทุกคนได้ดูหมดนะคะ แม้สเตทเมนต์ส่วนตัวเรา เราก็ยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยการให้ดู

คือจริงๆเรื่องเนี่ยมันเป็นปัญหาระดับคนในกันเองมากกว่า ที่มันยังมีผลประโยชน์กันอยู่แล้วมันไม่ได้ผลประโยชน์นั้นแล้ว แต่ว่าชั่งมันเถอะค่ะ เราไม่อยากต่อเรื่องนี้ให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปอีก เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันก็คงต้องปล่อยให้เป็นตามกระบวนการกฎหมาย เราก็คงจะได้แต่ยืนยันความบริสุทธิ์ของเรา”

แล้วถ้าเกิดจับคนร้ายไม่ได้ ในส่วนการรับผิดชอบเงินคืนจะตกมาอยู่ที่คุณบีหรือใคร?
“ในทางกฎหมายอ่ะจริงๆ เขาโอนเงินให้บริษัท คือคนจะต้องรับผิดชอบจริงๆคือบริษัท แต่ในฐานะที่เราเป็นคนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เราก็ยืนยันว่าเราจะเป็นคนใช้หนี้คืนให้ทุกคน เรายืนยันแบบนั้นเสมอ

แต่ว่าเราห้ามไม่ได้ที่ใครจะไม่โอเคหรือไปฟ้อง แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เรื่องเนี่ยมันมีหลายบุคคล ก็มีทั้งคนที่มาเจรจาแล้วก็ยินดีที่จะให้เราผ่อนชำระคืน ซึ่งก็มีการตกลงกันแล้วว่า โอเคว่าจากเรื่องที่มันเกิดเราจะมีการเริ่มผ่อนชำระเงินคืนตั้งแต่เดือนมกราคม

แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ เราก็คงจะไปห้ามเขาไม่ได้ แล้วเราก็คิดว่าเราได้อธิบายทุกอย่างไปแล้ว และเราก็ส่งหลักฐานทุกอย่างให้เขาดูไปหมดแล้ว อันนี้ก็ต้องอยู่ที่ว่าใครจะคิดแบบไหน

เพราะว่าเวลาที่มันมีผลประโยชน์กัน ทุกคนก็ดูรักเราซะเหลือเกิน แต่พอเวลามันเกิดเรื่องมาทุกคนก็พร้อมที่จะโยนความผิดมา ซึ่งเราก็ยินดีนะคะ อะไรผิดเราก็ยอมรับที่ทำให้มันเป็นปัญหา แต่ถามว่าเราเอาไปไหม เราก็ยืนยันว่าเราไม่ได้เอาไป สามารถตรวจสอบได้ค่ะ”

หุ้นส่วนมีกี่หุ้น?
“จริงๆอ่ะมันต้องแยกมันมีรายละเอียดเยอะ เพราะว่ามันแยกออกเป็นหลายร้านหลายส่วน เพราะว่าส่วนที่ทำกันอยู่แล้วอ่ะมีไม่กี่คน แล้วตอนนี้มันก็ยังมีส่วนร้านที่เปิดอยู่

แต่ส่วนที่มันมีปัญหามันก็จำนวนหนึ่ง ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจากว่า หุ้นส่วนหลักเราก็ไปชวนคนมาร่วมหุ้นหลายๆคน (มีทั้งคนมีชื่อเสียงและไม่มี?) ก็มีน้าเน็กที่เป็นผู้เสียหาย ซึ่งในนั้นก็มีเงินน้าเน็กอยู่ มีป๋าเต็ดที่เป็นผู้เสียหาย คือมีเงินเราที่ลงไป ซึ่งมันมีเงินของทุกคนที่อยู่ในนั้น”

แล้วคนมีชื่อเสียง (น้าเน็ก ป๋าเต็ด) ว่าอย่างไรบ้าง?
“เขาก็เข้าใจ แล้วก็ยินดีช่วยเหลือเรา เอาจริงๆในหลายคนที่ไม่สนิทกับเรา เขาก็ยังเข้าใจและยังบอกว่าจะช่วยให้เราทำงาน เพื่อที่เราจะได้มีเงินไปคืนคนอื่นซะด้วยซ้ำ”

แล้วสภาพจิตใจของเราเอง?
“คือโอเค ในเรื่องของเงินมันหายไปตอนนี้ก็คือต้องทำใจ คือตามขบวนการ ก็อย่างที่เราเห็นว่าคนมันโดนเยอะมาก ตามระบบตามกฎหมายไปเลยค่ะ เราก็ได้แต่ตามกับตำรวจว่าตอนนี้เป็นยังไงแล้ว ซึ่งเราก็ต้องรอตามกระบวนการปกติ ตามที่เขาทำกัน

แต่ในส่วนของเรื่องคน เราก็ได้แต่ทำใจ เพราะว่าเราไม่สามารถบังคับให้ใครคิดแบบไหนได้เลย ทุกคนเขาคิดได้หมด เพราะเราเข้าใจว่ามันคือเงินเขา

เราก็ได้แต่รอยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเรา รอให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ได้ทำจริงๆแค่นั้นเอง ก็ต้องรับสภาพไปว่าใครจะทำกับเราแบบไหน ส่วนคนที่เข้าใจเราก็ได้แต่ขอบคุณเขา

คือจริงๆเรื่องนี้มันซับซ้อนมาก เราได้แต่บอกว่ามันต้องรอเวลาพิสูจน์ความจริงว่าจริงๆแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แล้วเราก็ยินดีที่จะยืนยันว่าเราไม่ได้โกงเงิน

และเราก็ยินดีที่จะชดใช้ทุกส่วน เพราะเราก็เป็นผู้เสียหายคนหนึ่งเหมือนกัน ส่วนยอดเงินที่หายไปรวมเงินเราด้วยก็ประมาณ 10ล้านค่ะ”

คือจริงๆเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับน้าเน็ก เขาก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายแล้วป๋าเต็ดก็คือหนึ่งในผู้เสียหาย แต่ว่ามันอยู่ที่ว่าใครเชื่อแบบไหนได้ข่าวมายังไง อันนี้ห้ามไม่ได้เลย

แล้วจริงๆอ่ะป๋าเต็ด เขาก็ยังช่วยหาวิธีถึงเรื่องนี้ให้เราหาเงินคืนว่าเราจะหาเงินได้ยังไง คือเรื่องพวกนี้มันก็มีการคุยในกระบวนการอยู่แล้ว

มันก็มีหุ้นส่วนเราที่เขารู้สึกว่าเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำไมเขาถึงต้องมาร่วมชดใช้ เรื่องมันก็เลยยังไม่คืบไปไหน

เพราะจริงๆแล้วคือมันมีคนมาหุ้นด้วยกับร้านใหม่ มองว่าเขาโอนเงินให้บริษัทแต่ทำไมบริษัทโยนให้บี ทำไมบริษัทไม่ช่วยกันก่อน

บริษัทก็รู้สึกว่า บีเป็นคนทำเรื่อง ทำไมบีไม่ชดใช้คนเดียว ซึ่งเรื่องนี้มันก็ยังไม่คืบไปไหนเพราะว่าภายในก็ยังตกลงกันไม่ได้

แต่เราก็เคยยืนยันกับทุกคนไปแล้ว ว่าเราจะเป็นคนชดใช้เอง ทุกคนไม่ต้องยุ่งเลย เราก็จะรับผิดชอบในฐานะที่เราทำให้เรื่องมันเกิดขึ้น

แต่คนที่ไม่เข้าใจก็อย่างที่เห็นค่ะ ซึ่งเราก็รู้ว่าคนที่มาฟ้องมาให้ข้อมูลน่ะเป็นใคร เพราะว่ามันมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรบางอย่างที่มันดูซับซ้อนมากกว่านั้น แต่ว่าเราก็ไม่อยากพูดถึง เพราะว่าเพราะมันจะเป็นเรื่องกันไปไม่จบ

แล้วจริงๆ มันไม่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขารู้สึกว่ามันต้องฟ้องตำรวจขึ้นศาลเป็นคดีฟ้องร้องก็ให้มันเป็นเรื่องของทางกฎหมายค่ะ มันจะโจมตีกันไปกันมาไม่หยุด เพราะฉะนั้นเราไม่อยากทำแบบนั้น แล้ว

เราก็รู้สึกแย่ ที่น้าเน็กกับป๋าเต็ด เขาจะช่วยเรา ที่เข้าใจเรา แล้วเขาจะมาเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้เสียหายเหมือนกัน แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา คือมันเกิดขึ้นกับเรา และเรายินดีที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้

แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่า บางคนเอาความมีชื่อเสียงของใครก็ตาม มาทำให้เรื่องนี้มันดูใหญ่โต งั้นเราก็ขอไม่ตีใส่ความใครอีกแล้ว เราก็ยืนยันว่าให้เป็นเรื่องทางกฎหมาย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...