วิจัยชี้ ‘ทาสแมว’ เสี่ยงเป็น ‘โรคจิตเภท’ สูงกว่าคนเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นถึง 2 เท่า
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 ธ.ค. 2566 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2566 เวลา 09.56 น. • The Bangkok Insightในบรรดาคลิปแมวที่โด่งดังทางสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มต่าง ๆ มนุษย์ที่ตกเป็นทาสแมว ต่างพากันออกมาบ่นว่า เจ้านายผู้เอาแต่ใจชอบสร้างปัญหาน่าปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนพูดเสียดสีติดตลกว่า ถ้าไม่เอาแมวไปปล่อยวัด เห็นทีจะต้องเป็นโรคประสาทเข้าสักวันเป็นแน่แท้
บีบีซี รายงานว่า อันที่จริงแล้ว คำพูดประชดนี้ไม่ห่างไกลจากข้อเท็จจริงทางการแพทย์เท่าใดนัก เพราะผลวิจัยล่าสุดที่ลงตีพิมพ์ใน Schizophrenia Bulletin ซึ่งเป็นวารสารวิชาการเกี่ยวกับโรคจิตเภท ชี้ว่าบรรดาทาสแมวมีความเสี่ยงที่จะป่วยจิตด้วยโรคดังกล่าว สูงกว่าคนรักสัตว์ชนิดอื่น ๆ ถึง 2 เท่า
สาเหตุของเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพราะแมวจอมป่วน มักสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย หรือชอบทำให้ทาสน้อยใจว่า แมวไม่รักไม่สนใจไยดีอย่างที่ชอบบ่นกัน แต่เป็นเพราะการติดเชื้อ "ปรสิตทาสแมว" เจ้าเก่า ที่มีชื่อว่า "ท็อกโซพลาสมา กอนดิไอ" (Toxoplasma Gondii) นั่นเอง
เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง และมีอิทธิพลต่อสารสื่อประสาทในมนุษย์ได้ ผ่านการสัมผัสกับมูลแมว หรือการปนเปื้อนของเชื้อลงในน้ำ และอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก
ดร.จอห์น แม็กการ์ธ นักจิตวิทยาจากศูนย์วิจัยสุขภาพจิตแห่งรัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย ผู้นำทีมที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ ระบุว่า ได้ประเมินวิเคราะห์งานวิจัยในอดีต 17 ชิ้น ซึ่งว่าด้วยความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระหว่างการเลี้ยงแมว กับการเป็นโรคจิตเภท
งานวิจัยเหล่านี้ล้วนได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการในช่วง 44 ปีที่ผ่านมา และจัดทำขึ้นใน 11 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐ และสหราชอาณาจักรด้วย
ทีมผู้วิจัยพบว่า การเป็นเจ้าของแมว หรือคนเลี้ยงแมวในนิยามโดยทั่วไป มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคจิตเภทเพิ่มขึ้น แม้งานวิจัยที่นำมาวิเคราะห์แต่ละชิ้นจะสรุปผลไปในทิศทางที่แตกต่างกัน และยังไม่อาจฟันธงลงไปได้อย่าง 100% ว่า การติดเชื้อปรสิตทาสแมว ทำให้เป็นโรคจิตเภทหรือไม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม