โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จับได้แล้ว เขยโหดฟันหัวแม่ยาย ขับรถชนน้องสาวดับ จนมุมที่บ้านร้าง หิวต้องเก็บตะขบกิน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ก.พ. 2567 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2567 เวลา 14.35 น.

จับได้แล้ว เขยโหดฟันหัวแม่ยาย ขับรถชนน้องสาวดับ จนมุมที่บ้านร้าง หิวต้องเก็บตะขบกิน

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรสถานีตำรวจภูธรศรีบุญเรือง ได้ทำการเข้าจับกุมตัว นายวทัญญู ผลจันทร์ อายุ 26 ปี ชาวบุรีรัมย์ ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดฟันหัว นางกุหลาบ แก่นท้าว แม่ยายจนเสียชีวิต และขับรถยนต์โตโยต้าชน นางแววตา ค้อยชัยภูมิ ซึ่งเป็นแม่ยายรอง หรือเป็นน้า น้องสาวของนางกุหลาบ แม่ยายเสียชีวิต

โดยทาง นางสาวนฤมล ศิริพงศ์วรนาถ อาสาสมัครกู้ภัยมังกร ได้เปิดเผยว่า ทางเพจเฟซบุ๊กกู้ภัยมังกร ได้รับแจ้งทางข้อความจากพนักงานของโรงงานน้ำแข็งดอกคูณศรีบุญเรืองว่า พบบุคคลต้องสงสัยหน้าตาคล้ายผู้ก่อเหตุฟันแม่ยาย ฟันบุคคลอื่น และขับรถชนคนเสียชีวิตแล้วหลบหนี หลบอยู่ที่บริเวณบ้านร้างฝั่งตรงข้ามกับโรงงานน้ำแข็งดังกล่าว ตนเองจึงได้ส่งรูปให้กับ พ.ต.ท.วิระสันต์ ดวงจำปา สว.สส.สภ.ศรีบุญเรือง ดูและยังได้รับคำยืนยันจากน้องน้ำ หรือนางสาวฉันทนา แก่นท้าว ภรรยาผู้ก่อเหตุที่อยู่ด้วยว่าใช่เป็นรูปของนายวทัญญู หรือบอล ผลจันทร์ จริง จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกไปตรวจสอบยังสถานที่ได้รับแจ้ง

ซึ่งเป็นบ้านร้างอยู่ริมถนนสายศรีบุญเรือง-ชุมแพ บริเวณบ้านแกท่าวารี ติดกับโรงน้ำแข็งดอกคูณศรีบุญเรืองและโรงงานแหอวนศรีบุญเรือง และได้ควบคุมตัวนายวทัญญู ผลจันทร์ ได้ที่บริเวณบ้านดังกล่าว โดยไม่ได้มีท่าทีขัดขืนในสภาพที่ไม่สวมใส่เสื้อและใส่กางเกงขาสั้น

พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ่านหมายศาลและข้อหาให้ฟังว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ, บุกรุกเคหสถาน, ชิงทรัพย์ และพาอาวุธมีดเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร รวม 6 ข้อหา ซึ่งผู้ต้องหาก็ยอมรับถึงการกระทำของตนเอง

โดยนายวทัญญู หรือบอล ผลจันทร์ กล่าวว่า ตัวเองได้ขับรถมาถึงบริเวณดังกล่าวเป็นช่วงค่ำและรถน้ำมันหมด จึงได้อาศัยหลบพักหลับนอนที่บ้านดังกล่าว เพราะคิดไม่ออกว่าจะไปทางไหน ซึ่งตอนหิวได้เก็บผลของลูกตะขบกินประทังความหิวและก็คิดว่าอยากจะมอบตัวซึ่งคิดจะไปบอกคนในโรงงานน้ำแข็งให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้

ทางด้านนางสาวฉันทนา หรือน้ำ แก่นท้าว ภรรยาผู้ก่อเหตุได้ร้องสอบถามนายวทัญญู หรือบอล ผลจันทร์ ผู้ก่อเหตุว่า ฆ่าแม่ทำไม แต่เขาก็ไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้า และถามว่าแม่เสียแล้วเหรอ ตนเองคบกันมา 4 ปี เคยทะเลาะ ถูกตบตีหลายครั้ง แต่ก็ไม่อยากจะบอกแม่ เพราะว่าแม่แก่แล้วกลัวจะคิดมาก บางทีก็จะบอกบ้าง รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้ เพราะเขาเป็นคนทำกับแม่ที่เลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก

เพราะตอนนี้ก็เหลือเพียงแม่คนเดียว แต่ก็ต้องมาจากไป ถามกับเขาทำร้ายแม่ทำไม ทำไมไม่ทำกับหนู แต่เขาก็ไม่ตอบ เขาสมควรที่จะได้รับการลงโทษตามกฎหมายที่เขากระทำกับแม่ของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้าที่จะก่อเหตุเขาจะเป็นคนที่กลับมาจากทำงานก็จะมาทำอาหารให้หมา เล่นเกม แต่เท่าที่เห็นเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

ทางด้านนางรัชนี วิศัลย์วิทยา เจ้าของโรงงานน้ำแข็งดอกคูณศรีบุญเรือง ผู้ที่เห็นนายวทัญญู ผลจันทร์ เดินเก็บลูกตะขบกินอยู่ กล่าวว่า เห็นคนไม่ใส่เสื้อเหมือนกับที่มีการแจ้งในเฟซและในข่าว จึงคิดว่าน่าจะใช่ จึงได้ถ่ายรูปแจ้งไปเฟซบุ๊กของกู้ภัยมังกร ผู้ใหญ่บ้าน ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่งในตอนกลางคืนก็ไม่เห็นว่าเขามาตอนไหน

จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามายังสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีบุญเรือง โดยนำเข้าในห้องสอบสวน ซึ่งได้มีนายเพทาย จรกระโทก นายอำเภอศรีบุญเรือง และ พ.ต.อ.สุมิตร นันทสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีบุญเรือง ได้ทำการสอบปากคำและสอบถามผู้ต้องหาถึงสาเหตุที่ก่อเหตุ ได้ก่อเหตุในครั้งเนื่องจากโกรธแค้นที่แม่ยายพยายามกีดกันอยากจะให้ลูกสาวเลิกราหนีจากตนเอง ทั้งจะให้ค่ารถหนีไป จึงโกรธแค้น ก่อเหตุดังกล่าว ส่วนเรื่องของยาเสพติด ได้ยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับได้แล้ว เขยโหดฟันหัวแม่ยาย ขับรถชนน้องสาวดับ จนมุมที่บ้านร้าง หิวต้องเก็บตะขบกิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...