โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CAAT แจงยิบเหตุตั๋วเครื่องบิน ภูเก็ต-กทม.แพง แนะพบราคาผิดปกติ ถ่ายรูปส่งร้องเรียน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.พ. 2567 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2567 เวลา 14.23 น.

CAAT แจงยิบเหตุตั๋วเครื่องบินเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ ราคาแพง แนะพบราคาผิดปกติ ถ่ายรูปส่งร้องเรียน

จากกรณีมีผู้เผยแพร่ภาพราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ ในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมข้อความ “ตั๋วจากภูเก็ตไปกรุงเทพเที่ยวละเป็นหมื่น แล้วแบบนี้การท่องเที่ยวจะเป็นยังไง คนทั่วไปจะ อยู่ยังไง” นั้น

วันที่ 2 ก.พ.67 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแล ควบคุม และส่งเสริมการดำเนินงานของกิจการการบินพลเรือนให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากล ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวและขอชี้แจงว่า ธุรกิจการให้บริการการเดินทางทางอากาศ เป็นธุรกิจที่มี การลงทุนสูง เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้ประกอบการสายการบินต้องลงทุน ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ ตลอดจนเทคโนโลยี เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความปลอดภัยสูงสุด ทำให้มีต้นทุนในการให้บริการสูงกว่าการเดินทางในรูปแบบอื่น แต่อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการได้ใช้แนวทางทางการตลาดโดยการจัดกลุ่มค่าโดยสารให้มีทั้งกลุ่มที่มีราคาถูกและกลุ่มราคาสูง เพื่อให้ผู้โดยสารกลุ่มที่สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้า สามารถซื้อตั๋วเดินทางที่มีราคาถูกได้ โดยตั๋วราคาถูกนั้นจะนำไปเฉลี่ยกับตั๋วราคาสูง ซึ่งถูกจำหน่ายให้กับผู้โดยสารที่มาซื้อในระยะเวลากระชั้น ทั้งนี้เพื่อให้สายการบินสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

หากเปรียบเทียบราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินในปัจจุบันกับราคาในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 อาจจะเห็นว่าราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นมาก แต่ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เงื่อนไขต่าง ๆ รวมทั้งกลไกทางตลาดในอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยบิดเบือนไปมาก จากการที่สายการบินเข้าใจว่า ปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นมากนั้น จะสามารถสร้างผลกำไรได้มาก จึงพากันแข่งขันราคาโดยคาดหวังว่าท้ายที่สุดแล้ว หักลบเที่ยวบินที่มีกำไรกับเที่ยวบินที่ขาดทุนตลอดทั้งปีคงจะพออยู่ได้ และได้กลายเป็น สายการบินต้นทุนต่ำที่มีฐานลูกค้ากว้างสำหรับธุรกิจในระยะยาว แต่จากการแข่งขันที่มากเกินไปทำให้สายการบินต่างพากันขาดทุนแม้จะมีผู้โดยสารจำนวนมาก นอกจากนั้นเงื่อนไขที่สายการบินได้รับอนุญาตให้ทำการบินในเส้นทางหลัก จะต้องบินในเส้นทางสายรองและสายย่อยด้วย ซึ่งเส้นทางเหล่านั้นมักไม่ค่อยมีกำไรหรือหลายเส้นทางก็ขาดทุน

ดังนั้นราคาตั๋วเครื่องบินที่ประชาชนและผู้โดยสารคุ้นเคยในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 จึงเป็นราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ จึงใช้นโยบายควบคุมเฉพาะราคาเพดานไม่ให้สูงเกินไป โดยพิจารณาจากต้นทุนต่าง ๆ ของสายการบิน ไม่ได้มีการควบคุมราคาต่ำสุด เพราะเห็นว่าการใช้แนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการขนส่งทางอากาศได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม จากการแข่งขันที่รุนแรงเช่นนั้น ก็ส่งผลต่อเสถียรภาพในการดำเนินงานตามแผนธุรกิจของสายการบินที่อยู่ในการกำกับดูแลด้วยเช่นกัน จึงได้ปรับนโยบายและผลักดันให้สายการบินยุติ การแข่งขันด้านราคา มีผลให้สภาพการแข่งขันแบบเดิมที่มีตั๋วโดยสารราคาถูกจำนวนมากอย่างเช่น ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ค่อย ๆ ลดลง เพื่อปรับให้เข้าสู่กลไกทางการตลาดที่สมดุลตามปกติ

ภาพที่ 1 : ภาพแสดงเพดานอัตราค่าโดยสาร เส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต (เที่ยวเดียว) / เส้นทาง ภูเก็ต – กรุงเทพฯ (เที่ยวเดียว) ในบริการรูปแบบต่างๆ

กฎหมายการเดินอากาศได้กำหนดกลไกการควบคุมราคาค่าโดยสารเป็นเพดานขั้นสูงสุดไว้ โดยราคา
ค่าโดยสารสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำในเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) หรือ ภูเก็ต-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ต่อเที่ยว ถูกกำหนดไว้ที่ราคา 6,561 บาท หากเลือกจองทั้งขาไปและขากลับ จะอยู่ที่ราคา 13,122 บาท และกรณีสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ CAAT กำกับเพดานราคาค่าโดยสารในเส้นทาง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ต่อเที่ยว จะอยู่ที่ราคา 9,074 บาท หากเลือกจองทั้งขาไปและขากลับ จะอยู่ที่ราคา 18,148 บาท ซึ่งอัตราดังกล่าวเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการบินพลเรือน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าโดยสารในเส้นทางภายในประเทศ พ.ศ. 2561 (ภาพที่ 1) โดยราคาดังกล่าวนั้น ยังไม่รวมถึงรายการอื่น ๆ เช่น ค่าภาษีสนามบิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการเลือกที่นั่ง เลือกอาหาร หรือการซื้อประกันภัย

สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ตั๋วจากภูเก็ตไปกรุงเทพเที่ยวละเป็นหมื่น” นั้น CAAT ได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นแล้วพบว่า มีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและสร้างความสับสนให้กับประชาชน และ CAAT ได้ตรวจสอบกับสายการบินที่ถูกอ้างอิงแล้วพบว่า ไม่มีการขายตั๋วที่ราคาสูงเช่นนั้น นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ราคาตั๋วดังกล่าวเป็นการจองในช่วงเวลาวันศุกร์ที่มีความต้องการในการเดินทางสูง และเป็นช่วงเวลากระชั้นเพียง 2-3 วัน ซึ่งทำให้พบตั๋วราคาสูง

ทั้งนี้ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี ในช่วงที่มีการร้องเรียนเป็นช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ทำให้ความต้องการเดินทางสูงกว่าปกติ จะเห็นว่าหากทำการจองล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อน วันเดินทาง ราคาตั๋วจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากที่นั่งเหลือน้อย ประกอบกับปัจจุบันสายการบินมีอากาศยาน ไม่เพียงพอต่อความต้องการเดินทางในช่วงเทศกาล และอยู่ระหว่างการจัดหาอากาศยานเพิ่มเติม

สาเหตุที่ส่งผลทำให้ราคาตั๋วโดยสารช่วงเทศกาลแพงกว่าปกติ และทำให้ตั๋วที่ซื้อช้ามีราคาแพงกว่า ตั๋วที่ซื้อเร็ว มีเหตุผลสำคัญ ดังนี้

สายการบินมีต้นทุนสูงและค่อนข้างคงที่ ขณะที่รายได้ของสายการบินไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น ในช่วงที่ความต้องการ (demand) มีน้อย เช่น นอกช่วงเทศกาลหรือในเส้นทางที่ตลาดยังไม่เติบโต สายการบินต้องลดราคาเพื่อดึงดูดให้มีผู้โดยสารมากที่สุดเพื่อให้คุ้มกับต้นทุนที่ใช้ไป บางเที่ยวบินที่อาจจะเห็นว่ามีผู้โดยสารจำนวนมากนั้น อาจไม่ได้กำไรมากนักเพราะราคาตั๋วถูก บางเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารน้อยก็จำเป็นต้องบินเพื่อรักษาสิทธิเส้นทางบินเอาไว้ กรณีนี้ถึงขาดทุนก็ต้องบิน ในช่วงที่มีความต้องการ (demand) มาก จึงเป็นช่วงที่สายการบินต้องเพิ่มราคาเพื่อทำกำไร เพื่อชดเชยและรักษาสมดุลรายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนทั้งปี เพราะในช่วงที่ demand มากนั้น สายการบินย่อมมั่นใจว่าจะสามารถขายตั๋วได้แน่นอน และเป็นโอกาสที่จะทำกำไรได้ ผู้โดยสารอาจมองว่ารัฐและหน่วยงานกำกับดูแลไม่ทำหน้าที่ ปล่อยให้สายการบินกอบโกยเอารัด เอาเปรียบ แต่หากมองจากมุมของสายการบินจะเข้าใจได้ว่า สายการบินก็ไม่สามารถเลือกทำการบินเฉพาะช่วงเทศกาลหรือเส้นทางดี ๆ ที่มีกำไรดีได้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องบินทั้งในเส้นทางที่ไม่มีกำไรหรือขาดทุนและ ในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารน้อยด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบการขนส่งทางอากาศของประเทศมีความต่อเนื่อง

เพราะความต้องการเดินทางแม้จะไม่ได้มีมากทุกช่วงเวลาแต่ก็มีอยู่ตลอดเวลา การกำกับดูแลจึงต้องเข้าใจบริบทและธรรมชาติของธุรกิจสายการบินด้วย มิเช่นนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคต่อสายการบินซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ

ส่วนกรณีเที่ยวบินเดียวกันต้องจำหน่ายตั๋วราคาแตกต่างกันนั้น มีสาเหตุหลักเดียวกันคือต้นทุนที่สูง ในการปฏิบัติการบินแต่ละเที่ยว สายการบินจึงต้องมั่นใจว่าแต่ละเที่ยวบินมีผู้โดยสารมากพอที่จะสร้างรายรับเท่ากับหรือมากกว่าจุดคุ้มทุน ซึ่งมักจะแสดงในรูปของตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของที่นั่ง (cabin factor)

สาเหตุนี้ทำให้กว่าจะเกิดเที่ยวบินจริงแต่ละเที่ยวจึงต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่การขอจัดสรรเวลาขออนุญาตทำการบินไปจนถึงการบินจริง ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างนานนี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับสายการบินในการทำการตลาดเพื่อขายตั๋วให้มีรายได้วิ่งไปถึงจุดคุ้มทุนให้เร็วที่สุดเพื่อสรุปเป็นเที่ยวบินที่จะบินจริง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคา มีการทำโปรโมชันต่างๆ เพื่อให้จำหน่ายตั๋วได้มากที่สุด จึงเป็นเหตุผลว่าตั๋วใบแรก ๆ จะถูกกว่า ส่วนตั๋วใบท้าย ๆ จะแพงมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการในช่วงเวลานั้น ๆอย่างไรก็ตาม ในบางกรณีแม้ว่าจะมีรายรับไม่ถึงจุดคุ้มทุน สายการบินก็อาจจำเป็นต้องบินเพื่อรักษาสิทธิเส้นทางบิน (Slot) เอาไว้ แต่ในบางกรณีก็อาจใช้สิทธิยกเลิกเที่ยวบินได้ไม่เกิน 20% ของเที่ยวบินทั้งหมด และต้องแจ้งล่วงหน้า รวมทั้งต้องชดเชยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้โดยสารตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

CAAT ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่พบปัญหาค่าโดยสารเครื่องบินแพง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาว ดังนั้น CAAT จึงเร่งทบทวนหลักเกณฑ์เรื่องการกำหนดเพดานค่าโดยสารเพื่อให้หลักเกณฑ์ค่าโดยสารใหม่มีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

หากประชาชนพบเห็นการแสดงราคาตั๋วเครื่องบินที่ผิดปกติ CAAT ขอความร่วมมือทุกท่านถ่ายภาพราคาที่แสดงเส้นทางการบิน (ขาเดียวหรือไปกลับ) รวมถึงภาพที่มีการแสดงราคาสุดท้าย ซึ่งมีรายการย่อยประเภทต่าง ๆ เช่น ค่าภาษีสนามบิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันภัย ฯลฯ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ โดยสามารถ ส่งข้อมูลผ่านระบบแจ้งเรื่องร้องเรียน www.caat.or.th/complaint หรือสแกน QR Code ด้านล่างนี้ซึ่งข้อมูลของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการพิจารณาและเป็นหลักฐานในการลงโทษสายการบินได้ หากพบว่ามีการจำหน่ายในราคาที่เกินจากกฎหมายกำหนด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CAAT แจงยิบเหตุตั๋วเครื่องบิน ภูเก็ต-กทม.แพง แนะพบราคาผิดปกติ ถ่ายรูปส่งร้องเรียน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...