โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ คาดธุรกิจร้านสะดวกซักปี 67 โต 10% เดินหน้าดันไทยสู่ร้านต้นแบบระดับภูมิภาค

The Reporters

อัพเดต 22 ก.พ. 2567 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 02.45 น.

อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องซักผ้าอบผ้า มั่นใจปี 2567 ตลาดธุรกิจร้านสะดวกซักโต 10% ร้านเปิดใหม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้เครื่องซักและอบประมาณ 15-20 เครื่องต่อร้าน พร้อมกางแผนธุรกิจดันประเทศไทยเป็นต้นแบบ ร้านสะดวกซักในระดับภูมิภาคผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ กลยุทธ์เปิดร้านระดับพรีเมียม และกลยุทธ์หนึ่งอำเภอหนึ่งร้านสะดวกซัก พร้อมเตรียมบุกตลาดอินโดนีเซีย และ CLMV หวังดันมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 20%

นายสุกรี กีไร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักของไทยในปี 2566 มีร้านเปิดใหม่ 1,300 ร้าน และยอดขายโดยรวมเติบโต 7% หรือประมาณ 3,900 ล้านบาท ซึ่ง ALS สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 62% ส่วนตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มประเทศ CLMV ในภาพรวมถือว่าตลาดเริ่มตอบรับ และมีการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ มียอดขายเติบโตถึง 4.5% หรือประมาณ 185 ล้านบาท

ภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักของไทยในปี 2567 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 10% และจะมีร้านสะดวกซักในไทยทั้งหมดประมาณ 5,500 ร้าน ซึ่งคาดว่าร้านที่เปิดใหม่จะเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉลี่ยจะใช้เครื่องซักและอบประมาณ 15-20 เครื่องต่อร้าน และขนาดของร้านจะอยู่ที่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป

ส่วนประเทศมาเลเซีย แม้จะมีร้านสะดวกซักมากกว่า 5,000 ร้าน แต่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในส่วนของการอัพเกรดร้านให้มีความพรีเมียมขึ้น และการรีโนเวทร้าน โดยเพิ่มจำนวนเครื่องซักและอบในรุ่นใหม่ ๆ มากขึ้น ขณะที่อินโดนีเซีย เวียดนาม และ CLMV ยังคงเป็นตลาดใหม่ที่คาดการณ์ว่าจะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 20% ของมูลค่ารวมตลาดทั้งหมด 2,395 ล้านบาท

“สำหรับด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้ของไทยนั้น เราได้ตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นต้นแบบของร้านสะดวกซักในระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์การส่งเสริมให้ลูกค้าเปิดร้านในระดับพรีเมียมมากขึ้น นอกจากร้านจะมีขนาดใหญ่แล้ว ต้องมีการดีไซน์ที่สวยงาม สะดุดตา ส่วนกลยุทธ์ที่สองเราสานต่อนโยบาย ‘หนึ่งอำเภอหนึ่งร้านสะดวกซัก’ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงการใช้บริการร้านสะดวกซักมากขึ้น เนื่องจากตลาดในระดับอำเภอยังมีช่องว่างและมีศักยภาพการเติบโตสูงและเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะลงทุนหรือขยายสาขาเพิ่ม” นายสุกรี กล่าว

นายสุกรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากความสำเร็จของร้านสะดวกซักในประไทยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพที่สามารถนำไปต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ปีนี้จึงวางเป้าหมายโดยการนำโมเดลธุรกิจของไทยไปทำตลาดในประเทศอินโดนีเซีย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...