โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Adolescence ไขปริศนาวัฒนธรรม Incel สู่โศกนาฏกรรมในชีวิตจริง

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 19.33 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 12.23 น. • ดูซีรีส์ให้ซีเรียส
adolescence-incel-culture

Adolescence ไขปริศนาวัฒนธรรม Incel สู่โศกนาฏกรรมในชีวิตจริง

Adolescence ซีรีส์จากอังกฤษที่กำลังขึ้นอันดับหนึ่ง Netflix ทั่วโลก เป็นเรื่องราวที่เรียกว่าช็อกใจคนดูอย่างยิ่ง เพราะมันสะท้อนปัญหาวัฒนธรรม Incel หรือ Involuntary Celibate ที่มีอยู่จริงในโลกออนไลน์ และส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้ววิธีเล่าของซีรีส์คือจริงจนนึกว่าเข้าไปเป็นเพื่อนในโรงเรียนกับเขาด้วยเลย

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส เพิ่งดูจบ 4 อีพีรวด แบบหยุดพักแค่เสิร์ชว่า Incel คืออะไร เพราะลำพังเรื่องราวที่ซีรีส์อธิบายมาก็พอจะเข้าใจ แต่มันยังไม่ละเอียดพอจนทำให้เข้าใจองค์รวมของวัฒนธรรมย่อยนี้ เพราะฉะนั้นบทความนี้เราเลยรวมรายละเอียดมาให้ และน่าจะทำให้เข้าใจเรื่องราวได้มากยิ่งขึ้น

แล้วเอาเข้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ Incel น่าเชื่อเหลือเกินว่า ในอินเทอร์เน็ตมันยังมีกลุ่มวัฒนธรรมย่อยอีกมากมายที่ก่อร่างสร้างขึ้นเป็นกลุ่มก้อน และส่งผลกระทบต่อความเชื่อ ความเข้าใจบางอย่าง และอาจกลายส่งผลให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมได้เช่นกัน

Adolescence-Incel-culture

งานสร้างสุดทรงพลัง ส่งให้เรื่องราวเรียลจับใจ

ก่อนอื่นเลยคงต้องพูดถึงซีรีส์ Adolescence กันก่อน เผื่อว่าใครยังไม่ได้ดูแล้วอยากตามมา ซีรีส์เล่าเรื่องราวของ เจมี่ มิลเลอร์ เด็กชายวัย 13 ปี ที่ถูกตำรวจจับกุมตัวในข้อหาฆาตกรรม แบบที่ทางครอบครัวไม่รู้เรื่องราวมาก่อนเลย

วิธีการถ่ายทำแบบ Long Shot ตลอดทั้ง 4 อีพี ทำให้คนดูเหมือนเข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วยในระยะประชิด มันทั้งสร้างความอึดอัด ปั่นป่วน และเป็นหนึ่งในพยานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องปรบมือให้กับงานสร้างที่ทำถึง ทำดีมากๆ และเนี้ยบมากๆ

โดยใน 4 อีพีนั้น Adolescence แบ่งเรื่องราวออกเป็นในมุมมองต่างๆ

EP.1 ฉากการจับกุมผู้เยาว์ การสืบสวนสอบสวน ตรวจร่างกาย ผู้ปกครองที่ผู้เยาว์ขอให้อยู่ด้วยระหว่างกระบวนการ พนักงานอัยการ พยาบาล ฯลฯ ซีรีส์เล่าเรื่องส่วนนี้ได้ชัดเจน และเข้าใจกระบวนการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ตรง

EP.2 มองเรื่องราวผ่านสายตาของตำรวจสายสืบ ที่ไปสืบหาเหตุจูงใจและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งฉากในโรงเรียนนี่เองทำให้เห็นความวายป่วงของเด็กนักเรียน ม.ต้น ได้ชวนปวดหัวมาก ความแตกเนื้อหนุ่มสาว ความกล้าที่จะร้ายจะแรง ความกลัว การกลั่นแกล้ง การเอาตัวรอดในโรงเรียน ฯลฯ เพราะฉะนั้นมันก็คือสังคมของเด็กวัยรุ่นที่ยังทำอะไรไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

EP.3 เมื่อนักจิตวิทยาเข้าไปพบกับเจมี่ ที่สถานกักกันฯ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเขา ต้องบอกว่าการแสดงที่โต้ตอบกันระหว่างนักจิตวิทยากับเจมี่ก็คือทำเอาคนดูทางบ้านนั่งนิ่งกับเก้าอี้ ไม่กล้าลุกเลยเหมือนกัน วิธีการเข้าถึงของนักจิตวิทยา และจิตใจของเด็ก 13 ที่ยากจะคาดเดา เรียกว่าเป็นเดอะเบสต์ของโชว์นี้อีกฉาก

EP.4 ฉายภาพครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พ่อก็มีความหัวร้อนอยู่บ้าง แต่ก็ชัดเจนว่าเขารักลูกๆ มากขนาดไหน และเป็นความผิดของพวกเขาหรือเปล่าในการเลี้ยงลูกอย่างเจมี่ขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นความยากลำบากในการเป็นครอบครัวฆาตกร ที่จะอยู่อย่างไรต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ร่วมมือกับการกระทำนั้นเลย

Incel คืออะไร?

เชื่อว่าหลายคนอาจไม่ทราบถึงการมีอยู่ของวัฒนธรรม Incel และอิทธิพลที่มันมีต่อเยาวชน ซีรีส์ Adolescence จึงเป็นการเปิดเผยปัญหาและกระตุ้นให้เกิดการป้องกันและแก้ไข

นอกจากนี้ตัวผู้เยาว์เองที่เคยโดนกลั่นแกล้งหรือรู้สึกว่ากำลังอยู่ในวังวนอันตรายนี้ ก็อาจมองหาทางออกที่ดีกว่าได้

Incel หรือ Involuntary Celibate เป็นกลุ่มย่อยทางสังคมที่ ‘เป็นพรหมจรรย์โดยไม่ได้สมัครใจ’ นั่นก็เพราะพวกเขามองว่าตนเองถูกบังคับให้ไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศหรือความรัก แม้ว่าจะต้องการก็ตาม คนกลุ่มนี้มักรวมตัวกันในชุมชนออนไลน์ เช่น Reddit, 4chan เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความผิดหวังในชีวิตรัก และบางครั้งก็มีมุมมองที่ต่อต้านสังคม หรือผู้หญิงโดยรวม

จุดเริ่มต้นของ Incel มาจากเว็บบอร์ดในช่วงปี 1990 โดยตอนแรกใช้เป็นชุมชนออนไลน์สำหรับคนที่โดดเดี่ยวและมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า Incel ได้กลายเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับความโกรธแค้น ความเกลียดชังเพศตรงข้าม (โดยเฉพาะผู้หญิง) และแนวคิดสุดโต่งบางอย่าง

Manosphere คืออะไร?

ในซีรีส์ Adolescence มีการกล่าวถึง Manosphere หลายครั้ง และกล่าวว่ากลุ่มนี้ได้มีการ ‘ยุยงให้ลงมือ’

Manosphere เป็นเครือข่ายของเว็บไซต์ บัญชีโซเชียลมีเดีย และกระดานสนทนาที่อุทิศให้กับประเด็นเกี่ยวกับผู้ชาย ตั้งแต่เคล็ดลับด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ไปจนถึงคำแนะนำด้านการออกเดตที่น่ากังวล หลายชุมชน (แม้ไม่ใช่ทั้งหมด) ใน Manosphere ได้กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแนวคิดเกลียดชังและทัศนคติที่ต่อต้านผู้หญิงอย่างรุนแรง

Incel ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มย่อยที่อยู่ภายใน Manosphere นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ เช่น นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้ชาย (Men’s Rights Activists), นักจีบสาว (Pick-Up Artists), และ Red-Pillers

ในซีรีส์ Adolescence ยังมีการพูดถึง แอนดรูว์ เทต (Andrew Tate) พอดแคสเตอร์ผู้เป็นที่ถกเถียงและได้รับความนิยมในกลุ่ม Manosphere ซึ่งปัจจุบันเทตกำลังถูกสอบสวนในหลายคดีที่ถูกกล่าวหา รวมถึงการค้ามนุษย์และการข่มขืน ซึ่งเขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

Adolescence-Incel-culture

อะไรคือความหมายที่ซ่อนอยู่ในอีโมจิ?

สัญลักษณ์ในโลกออนไลน์บอกอะไรมากกว่าที่คิด เพราะในขณะที่เราคิดว่ามันก็แค่อีโมจิ แต่มันกลับกลายเป็นรหัสลับที่ใช้กันแพร่หลายในโลกออนไลน์ เช่น 4chan, Reddit, Twitter, TikTok และในบางครั้งอาจมีการใช้มันกลั่นแกล้ง เพื่อล้อเลียน บูลลี่ หรือทำให้เหยื่อถูกมองว่าเป็นพวก Incel ก็ได้เช่นกัน

ในซีรีส์ Adolescence มีการพูดถึงแนวคิด Bluepill, Redpill 💊 ซึ่งมีความหมายแฝงแบบที่เราไม่อาจเข้าใจได้เลย โชคดีที่ตัวละครอดัมมาช่วยไขปริศนา ให้เข้าใจได้ดีขึ้น อย่างเช่นที่เขาอธิบายถึง

💊Bluepill
อ้างอิงจากภาพยนตร์ The Matrix หมายถึง การยอมรับชีวิตแบบเดิมๆ เชื่อในระบบโดยไม่ตั้งคำถาม

💊Redpill
ถ้าเลือก Redpill คุณคือคนที่ ‘ตาสว่าง’ มองเห็นความจริงว่าโลกนี้ไม่ได้ยุติธรรม ผู้หญิงเลือกผู้ชายจากสถานะ ฐานะ และความมั่นใจ

Redpillเปรียบเสมือนการพูดว่า ‘ตื่นรู้จากความจริง’ มันเป็นการเรียกร้องให้ลงมือทำจากกลุ่ม Manosphere (หมายถึงกลุ่มเว็บไซต์ บล็อก และชุมชนออนไลน์ที่ส่งเสริมแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นชาย การเกลียดชังผู้หญิง และการต่อต้านลัทธิสตรีนิยม)

💥 Dynamite
อดัมอธิบายว่า คอมเมนต์ของเคที่นั้นมีอีโมจิไดนาไมต์ หมายถึง เม็ดยาสีแดงที่ระเบิด ซึ่งสื่อถึงว่าเจมี่เป็น Incel (Involuntary Celibate หรือ พรหมจรรย์โดยไม่สมัครใจ) พวกเขาเป็นกลุ่มย่อยของชุมชน Manosphere ที่มีแนวคิดเกลียดชังผู้หญิง

ตามรายงานของ Anti-Defamation League (ADL) บอกว่า Incel คือกลุ่มผู้ชายแท้ที่โทษผู้หญิงและสังคมว่าเป็นสาเหตุที่พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์โรแมนติก

💯 100
อดัมอธิบาย ‘กฎ 80/20’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่แพร่หลายในหมู่เพื่อนร่วมชั้นของเขา และความเชื่อมโยงกับอิโมจิ 💯 ว่า “ผู้หญิง 80% สนใจผู้ชายแค่ 20% เท่านั้น คุณต้องหลอกล่อพวกเธอ เพราะคุณไม่มีทางได้พวกเธอมาโดยวิธีปกติ ผู้หญิง 80% ถูกตัดออกไป… เคที่กำลังบอกว่าเขาเป็น Incel”

ถ้ายังจำกันได้ ลุค บาสคอมบ์ ตำรวจซึ่งเป็นพ่อของอดัม ยังถามกลับไปว่าเจมี่จะเป็น Incel ได้อย่างไร ในเมื่อเขาเพิ่งจะอายุ 13 ปีเอง คำตอบของอดัมก็คือ “เคที่หมายถึงว่าเจมี่จะเป็นแบบนี้ตลอดไป”

❤️💜💛💗🧡
อดัมพยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจว่าสิ่งที่เขาเห็นว่าไม่มีอะไรนั้น จริงๆ แล้วมันมีความหมายแฝง และได้ยกตัวอย่างถึงการที่พ่อส่งอีโมจิหัวใจให้แม่ นั่นหมายความว่าอะไร และความหมายมันต่างไปอย่างไรสำหรับวัยรุ่นในโลกออนไลน์

❤️ สีแดง = ความรัก
💜 สีม่วง = มีความต้องการทางเพศ
💛 สีเหลือง = ฉันสนใจเธอ แล้วเธอล่ะ?
💗 สีชมพู = ฉันสนใจเธอ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์
🧡 สีส้ม = เธอจะโอเคนะ

🫘 Kidney Bean
อีโมจิถั่วแดง ก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวเองของ Incel เช่นกัน เป็นไปได้ว่ามีความคล้ายกับเมล็ดกาแฟ ซึ่งมีมนี้ได้รับความนิยมในแพลตฟอร์มอย่าง 4Chan และ Reddit ถูกใช้เพื่อล้อเลียนผู้หญิงและเสริมสร้างภาพจำเชิงลบเกี่ยวกับเพศหญิง

กฎ 80/20 คืออะไร?

80/20 Rule หรือกฎพาเรโต (Pareto Principle) ที่ถูกใช้ใน Incel และ Redpill Community นั้น เป็นการบิดเบือนกฎพาเรโต ที่เป็นกฎจากวิชาเศรษฐศาสตร์และการบริหารธุรกิจ

ต้นฉบับของกฎพาเรโตมาจาก วิลเฟรโด พาเรโต (Vilfredo Pareto) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลี เขาพบว่า 80% ของผลลัพธ์มาจาก 20% ของสาเหตุ เช่น
– 80% ของความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ที่ 20% ของประชากร
– 80% ของยอดขายมาจาก 20% ของลูกค้า
– 80% ของปัญหามาจาก 20% ของข้อผิดพลาด

แต่ในกลุ่ม Incel และ Redpill พวกเขานำไปใช้กับความสัมพันธ์ โดยอ้างว่า 20% ของผู้ชาย (Chads) ได้ 80% ของผู้หญิง ในขณะที่ผู้ชายที่เหลือ 80% ต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงผู้หญิงเพียง 20% ที่เหลือ

ซึ่งจริงๆ แล้วกฎ 80/20 ใช้วิเคราะห์แนวโน้มในข้อมูลธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์ ไม่เหมาะกับการนำมาอธิบายความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่มีความซับซ้อนและไร้กฎเกณฑ์ ซึ่งมันอาจนำไปสู่การเหมารวมได้

เพราะฉะนั้นกฎ 80/20 ที่เราได้เห็นในซีรีส์ Adolescence เป็นแนวคิดที่ผิดเพี้ยนจากกฎพาเรโต มันถูกใช้เพื่อสร้างแนวคิดว่า ‘ผู้ชายธรรมดาไม่มีโอกาส และความรักเป็นเกมที่มีแต่คนแพ้‘ ซึ่งเป็นแนวคิดที่อันตรายและลดทอนคุณค่าของความสัมพันธ์มนุษย์ในความเป็นจริง

Adolescence-Incel-culture

Adolescence เป็นซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องจริง?

Adolescence เป็นเรื่องแต่ง แต่ก็อ้างอิงได้จากหลายเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Incel Subculture เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาแนวคิด Incel ได้รับความสนใจจากสื่อและสังคม เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมความรุนแรงหลายครั้ง เหล่านี้คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง

เหตุการณ์กราดยิงที่แคลิฟอร์เนีย (2014):
อิลเลียต โรดเจอร์ (Elliot Rodger) วัย 22 ปี ได้ก่อเหตุแทงและกราดยิง จากนั้นเขาจบชีวิตตัวเองเพราะความเกลียดชังผู้หญิง เขาเป็นลูกของครอบครัวผู้สร้างภาพยนตร์ แม้จะถูกพ่อแม่ละเลย แต่เขาก็เติบโตมาอย่างร่ำรวย เขาส่งเอกสาร 141 หน้า และโพสต์ยูทูบที่อธิบายให้เห็นถึงมูลเหตุแห่งการกระทำ ถึงอย่างนั้น เขาถูกเรียกว่าเป็นราชาของ Incel

เหตุการณ์ขับรถชนในโทรอนโต (2018):
ชายคนหนึ่งขับรถตู้พุ่งชนคนเดินถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน และบาดเจ็บอีกหลายคน ก่อนเกิดเหตุ เขาได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่สนับสนุนกลุ่ม Incel และแสดงความเกลียดชังต่อผู้หญิง

เหตุกราดยิงที่โรงเรียนในแนชวิลล์ (2025):
โซโลมอน เฮนเดอร์สัน (Solomon Henderson) วัย 17 ปี ยิงนักเรียนหญิงวัย 16 ปี ก่อนจะยิงตัวเองเสียชีวิตในโรงเรียนมัธยม Antioch เมืองแนชวิลล์ สหรัฐอเมริกา จากการสืบสวนพบว่าเฮนเดอร์สันโพสต์ข้อความออนไลน์ที่แสดงความเกลียดชัง และระบุว่าตนเองเป็น Incel เขายังแสดงความคิดเหยียดเชื้อชาติและยิว โดยได้รับอิทธิพลจากฟอรัมออนไลน์ที่มีแนวคิดสุดโต่ง

Adolescence-Incel-culture

ครอบครัวฆาตกรจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร?

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญและหลายคนอาจไม่เคยมองเห็น คือการใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรของครอบครัวฆาตกร พวกเขาจะก้าวข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นไปได้อย่างไร ซึ่งซีรีส์ Adolescence ก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้จะพยายามเดินต่อไปข้างหน้า แต่คนในสังคมกลับไม่ได้ให้โอกาสพวกเขาเท่าไรนัก เพราะถูกตราหน้าไปแล้วว่าเป็นครอบครัวฆาตกร แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ลงมือทำเหตุแสนเศร้าเหล่านั้นก็ตาม

ฉากที่พ่อร้องไห้แทบขาดใจในช่วงท้ายของซีรีส์ คงสะท้อนความรู้สึกหลากหลายที่ท่วมท้นอยู่ในใจ ความรู้สึกผิดที่เลี้ยงลูกมาไม่ดี ความรู้สึกเสียใจที่จะพยายามใช้ชีวิตต่อไปก็ยากลำบาก ไหนจะต้องแสดงความเข้มแข็ง เป็นผู้นำครอบครัว และเหนืออื่นใด ความรู้สึกแตกสลายเมื่อลูกชายไม่ยอมรับความจริงกับเขา

Adolescence เป็นซีรีส์ที่นำเสนอปัญหาสำคัญมากในโลกทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลของวัฒนธรรม Incel ต่อเยาวชน มันแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งหรือการไม่สามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นได้มีผลต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมของวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่การเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ผ่านออนไลน์กลายเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การเข้าใจตัวเองและโลกภายนอก

เพราะบางครั้ง เรามั่นใจว่าเลี้ยงลูกมาดีที่สุดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะออกมาดีเสมอไป ขณะเดียวกันเราอาจเลี้ยงลูกมาแบบไม่รู้อะไรเลย แต่กลายเป็นว่าเขาหรือเธอนั้นเติบโตมาอย่างดี

และในฐานะพ่อแม่ที่ในสายตาพวกเขามองเห็นลูกที่ยังแค่อายุ 13 วันๆ ไปโรงเรียน กลับบ้านมาก็อยู่แต่หน้าคอม ไม่ได้มีอะไรผิดสังเกตเลย จะให้เขาทำใจยอมรับได้อย่างไร เมื่อเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น นอกจากจะพูดออกมาจากสิ่งที่เห็นว่า “ลูกฉันเป็นเด็กดี”

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...