โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” ทรุดแรง แดงทั้งกระดาน หนักสุดในรอบ 17 ปี กังวลเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 เม.ย. 2568 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 05.00 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" ทรุดแรง แดงทั้งกระดาน หนักสุดในรอบ 17 ปี กังวลเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก นักลงทุนแห่หาสินทรัพย์ปลอดภัยหนีความเสี่ยงสู่พันธบัตรและทองคำ

วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 10.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วเอเชียร่วงอย่างหนักในวันจันทร์ (7 เม.ย.68) โดยดัชนีสำคัญหลายแห่งลดลงในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008

นำโดยหุ้นจีนที่พาให้ตลาดทั่วภูมิภาคร่วงตาม หลังความวิตกว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับจีนจะลากยาวและผลักเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

ดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงถึง 7.9% มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2008 ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง ร่วงถึง 10.7% หนักสุดตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และหุ้นใหญ่ที่เป็นตัวถ่วงตลาด ได้แก่ TSMC, Tencent, และ Sony

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังคงยืนกรานกับมาตรการภาษี แม้จีนจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงไม่แพ้กัน นักลงทุนจึงหวั่นว่าหากยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย สถานการณ์นี้อาจพาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

จุน เบ่ย หลิว ผู้ก่อตั้งกองทุน Ten Cap Pty Ltd. กล่าวว่า “ตอนนี้เราเห็นการเทขายในทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการค้า… ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะยอมแพ้อย่างเต็มรูปแบบ (capitulation) แล้วจริง ๆ”

ทั้งนี้ดัชนี Taiex ของไต้หวัน ร่วง 9.8% หลังปิดทำการวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.68) และศุกร์ (4 เม.ย.68) ตามเทรนด์เทขายทั่วโลก ตลาดอื่น ๆ อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็ติดลบเกิน 4% ส่วนอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ปิดตลาดเนื่องในวันหยุด นอกจากนี้พบว่าซัพพลายเออร์ของ Apple ในจีน ร่วงหนักจากความกังวลด้านต้นทุนและความต้องการที่ลดลง กลุ่มอุตสาหกรรมจีนที่อาจได้ประโยชน์จากการทดแทนการนำเข้า (domestic substitution) ปรับตัวสูงขึ้น

สรุปตลาดเอเชียและอื่น ๆ ดังนี้

  • MSCI Asia Pacific -6.6%
  • Topix (ญี่ปุ่น) -6.5%
  • Nikkei (ญี่ปุ่น) -6.5%
  • CSI 300 (จีน) -5.2%
  • Hang Seng (ฮ่องกง) -9.1%
  • Hang Seng China Enterprises -9.0%
  • Taiex (ไต้หวัน) -9.7%
  • Kospi (เกาหลีใต้) -4.3%
  • Kospi 200 -4.5%
  • ASX 200 (ออสเตรเลีย) -3.7%
  • NZX 50 (นิวซีแลนด์) -3.0%
  • STI (สิงคโปร์) -6.4%
  • KLCI (มาเลเซีย) -5.6%
  • PSEi (ฟิลิปปินส์) -4.1%
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี -0.06%
  • Bloomberg Dollar Index +0.2%
  • น้ำมัน WTI -2.5% สู่ระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ยูโร -0.3%

โดยหุ้นเคลื่อนไหวเด่น (Notable Movers) ได้แก่ Pop Mart ร่วงสูงสุด 15% นับตั้งแต่ ก.ค.2565 จากความกังวลว่าความต้องการทั่วโลกจะลดลง ด้านTaiwan Semiconductor (TSMC) ดิ่งถึงเพดานจำกัดการซื้อขาย (limit down) หลังกลับมาเปิดตลาด ขณะที่Nintendo และ Sony ร่วงกว่า 10% ในโตเกียว จากความกังวลต่อต้นทุนและตลาดส่งออก

Ken Wong นักวิเคราะห์จาก Eastspring Investments ระบุว่า “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะซื้อหุ้นจีน เพราะตลาดยังผันผวนมากเกินไป” ส่วน Goldman Sachs ลดเป้าหมายดัชนี Topix จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า ด้านJPMorgan แนะนำลงทุนเชิงเทคนิคในหุ้นอินเดีย จีน และสิงคโปร์ หลังตลาดรับแรงกระแทกรอบแรก และ Jefferies ชี้ว่านโยบายสหรัฐที่ขัดแย้งกันเองอาจผลักให้นักลงทุนต่างชาติหันไปลงทุนในสินทรัพย์นอกสหรัฐ

ขณะเดียวกัน รายงาน Global Wrap และ Taking Stock ระบุว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังถอนตัวจากตลาดหุ้น และหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตร ทองคำ และเงินเยน หลังสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนรอบล่าสุดทวีความรุนแรง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...