รู้ทัน ‘โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก’ ก่อนสายเกินแก้ คร่าชีวิตคนไทย 4 หมื่นราย
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 พ.ค. 2568 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • The Bangkok Insightรัฐบาลเตือนรู้เท่าทันสัญญาณอันตราย "โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก" ก่อนสายเกินแก้ พบคนไทยเสียชีวิตมากถึง 4 หมื่นราย
วันนี้ (4 พ.ค.) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคลิ้นหัวใจ คือโรคเกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจเอออร์ติก แบ่งอาการออกเป็นดังนี้
แบบที่ 1 คือ ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ลิ้นหัวใจมีลักษณะแคบลงเปิดไม่สุด และกีดขวางการไหลเวียนปกติของเลือด และแบบที่ 2 ลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท และมีเลือดไหลย้อนกลับห้องหัวใจ
สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 250,000 ราย และเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวนี้มากถึง 40,000 ราย
ข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่า อุบัติการณ์ของโรคหัวใจ โดยเฉพาะ "โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ" เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยพบมากขึ้นในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น ลิ้นหัวใจเอออร์ติกก็อาจเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมที่ลิ้นหัวใจ จนทำให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้น แข็งขึ้น และเปิดได้ไม่เต็มที่ ส่งผลทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง
สำหรับอาการของโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ จะมีอาการ เช่น เหนื่อยง่าย หน้ามืดเป็นลม มีอาการใจสั่น หรือเจ็บหน้าอก ข้อเท้า เท้าบวม และหัวใจเต้นผิดปกติ
หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะหากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แพทย์จะมีการพิจารณาในการเลือกชนิดของลิ้นหัวใจเทียมที่เหมาะสมสำหรับที่จะใส่ทดแทนลิ้นหัวใจเดิม
ซึ่งจะให้เลือกด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ 1. ลิ้นหัวใจชนิดโลหะ (Mechanical valve) และ 2. ลิ้นหัวใจชนิดเนื้อเยื่อ (Tissue valve) ซึ่งจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกันไป โดยจะพิจารณาเปลี่ยนลิ้นหัวใจตามมาตรฐานสากล
นายอนุกูล กล่าวว่า โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ สามารถป้องกันได้มากถึง 80% โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้
อาหาร เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อารมณ์ ควบคุมอารมณ์ ความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส
ออกกำลังกาย ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์
อากาศ หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ และอากาศที่มีฝุ่นควัน ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
นอนหลับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน การตรวจสุขภาพประจำปีก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันหรือรักษาติดตามการเกิดโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ และหลอดเลือดได้ดีในระยะยาว
ดังนั้น ประชาชนกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 25-59 ปี สามารถตรวจคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ได้จากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือประกันสังคมตามสิทธิการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'หมอดัง' แชร์เคล็ดลับ IF ทำตามนี้ 'น้ำหนัก' หายวับ 30 กิโลกรัม
- แพทย์เตือน คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น ระวัง ‘ไข้หวัดใหญ่’ อันตรายกว่าที่คิด
- เผยคนไทยสั่ง 'ไม่หวานเลย' พุ่ง 160% สานต่อ 'หวานน้อยสั่งได้-เมนูชูสุขภาพ' ปี 3
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg