โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Khao Yai Art Forest ศิลป่า ฮีลใจ แพสชั่น “มาริษา เจียรวนนท์”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 04.01 น.
มาริษา เจียรวนนท์

ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่

เพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็สามารถหลีกหนีความวุ่นวาย ได้สัมผัสกับศิลปะท่ามกลางธรรมชาติที่ “Khao Yai Art Forest” หรือ “ศิลป่าเขาใหญ่” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเขาใหญ่ บนพื้นที่กว่า 530 ไร่ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ “มาริษา เจียรวนนท์” ที่นำธรรมชาติและศิลปะร่วมสมัยมาผสานกันอย่างลงตัว เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

“ศิลป่า” มาจากคำว่า “ศิลปะ” และ “ป่า” ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนธรรมชาติ และผลักดันการสร้างสรรค์งานของศิลปิน โดยมีหลักปรัชญาที่สำคัญคือ “การเยียวยาผ่านศิลปะ” ซึ่งที่แห่งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การบรรยาย เวิร์กช็อป การสัมมนา และการชมผลงานศิลปะที่จัดวางท่ามกลางธรรมชาติทั่วพื้นที่

มาริษาเล่าว่า เธอชอบศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเป็นนักสะสมคนหนึ่ง จากที่อยู่ในวงการศิลปะมาหลายสิบปี ได้ศึกษา และเป็นกรรมการในองค์กรด้านศิลปะต่าง ๆ จึงเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับเมืองไทย ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยก็พร้อมแล้ว มีศิลปินคุณภาพมากมาย

จุดเริ่มต้นของ Khao Yai Art Forest เกิดในช่วงโควิด-19 ทำให้เธอได้โฟกัสกับชีวิต จากสมัยก่อนที่เป็นคนชอบเมือง แต่ตอนโควิดได้มาอยู่ที่เขาใหญ่ร่วมปี และได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินออกกำลังกายรอบบ้าน เห็นภูเขา ต้นไม้ ดอกไม้ และได้สัมผัสธรรมชาติมากขึ้น ทำให้มีเอ็นเนอร์จี้ จึงเกิดความคิดว่าน่าจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง เพื่อแชร์ประสบการณ์ดังกล่าวร่วมกัน จากนั้นจึงได้เริ่มหาที่ดิน และได้มาพบกับสถานที่แห่งนี้

“มนุษย์เราบางครั้งก็ไม่ได้ดูแลธรรมชาติมากนัก โควิดก็เป็นอันหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้สังเกตและไม่ได้ดูแลธรรมชาติเลย จึงคิดว่าเราน่าจะดูแลสิ่งแวดล้อม จึงทำคอนเซ็ปต์อันนี้ขึ้นมา”

หลังจากนั้นก็มาดูว่าตัวเองสนใจอะไรบ้าง ซึ่งแพสชั่นก็คือ ศิลปะ อาหาร การศึกษา และนวัตกรรม เนื่องจากทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก เราก็ต้องเปลี่ยนตาม ทุกวันนี้เป็นยุคของเอไอ ดังนั้น ที่ Khao Yai Art Forest จึงนำทุกอย่างนี้มารวมกัน

“ศิลปินที่เราคัดสรรมา พร้อมกับผลงานอันน่าทึ่ง สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของป่าศิลปะเขาใหญ่ นั่นคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติ ค้นหาพลังแห่งการเยียวยาที่ธรรมชาติมอบให้ และย้อนสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ขาดหายไปเพราะความเจริญ”

Fog Landscape หมอกกลางหุบเขา

“Fog Landscape” นับเป็นผลงานไฮไลต์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ สร้างสรรค์โดย “ฟูจิโกะ นากายะ” (Fujiko Nakaya) ศิลปินชาวญี่ปุ่นวัย 91 ปี ร่วมกับทีม “Atsushi Kitagawara Architects” และ “Aquaria” บริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศในสหรัฐอเมริกา ผสมผสานศิลปะเข้ากับนวัตกรรม สร้างสายหมอกอันงดงามท่ามกลางหุบเขา โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการเก็บเกี่ยวความชื้นในอากาศด้วยพลังงานหมุนเวียน เป็นงานศิลปะเหนือจริงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Maman แลนด์มาร์กศิลป่าเขาใหญ่

“Maman” ของ “Louise Bourgeois” ถือเป็นแลนด์มาร์กของศิลป่าเขาใหญ่ ผลงานประติมากรรมแมงมุมยักษ์นี้แสดงถึงความเป็นแม่ในฐานะผู้ปกป้องและผู้สร้าง เป็นสัญลักษณ์ของการเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

K-BAR บาร์ค็อกเทลลับกลางป่า

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ “K-BAR” ผลงานของ “Elmgreen & Dragset” ผสมผสานความหรูหราสไตล์เมืองเข้ากับธรรมชาติในรูปแบบงานศิลปะล้ำสมัย โดยค็อกเทลบาร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งนี้จะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน และรองรับเพียง 6 คนเท่านั้น

Madrid Circle ความสงบทางจิตวิญญาณ

“Madrid Circle” โดย “Richard Long” ผลงานนี้อยู่บนยอดสุดของภูเขา สะท้อนถึงปรัชญาที่ผสานพลังธรรมชาติเข้ากับความสงบทางจิตวิญญาณ เพื่อนิยามศิลปะใหม่ผ่านการกระทําอันเรียบง่ายของการเดิน โดยศิลปินเปลี่ยนการเดินทางของเขาให้กลายเป็นงานสร้างสรรค์อันลึกซึ้ง เชิญชวนให้เรามองการเดิน ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่ แต่เป็นศิลปะในตัวเอง เป็นการเชื่อมต่อที่กลมกลืนกับโลก และคล้ายกับความสงบแบบพุทธที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า

GOD แก่นแท้ที่จับต้องไม่ได้

ต่อกันที่ “GOD” ผลงานของ “ฟรานเชสโก้ อารีน่า” (Francesco Arena) เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ สื่อถึงการดำรงอยู่เหนือกาลเวลาและการซ่อนความหมายอันลึกซึ้งไว้ เมื่อนำทั้ง 2 ก้อนมาประกอบรวมกันจะเห็นคำว่า “GOD” ที่สลักไว้ แต่ผลงานที่จัดแสดงอยู่ยังคงมองไม่เห็น สื่อถึงสัญลักษณ์ของแก่นแท้ที่จับต้องไม่ได้ของความเป็นพระเจ้า

Two Planets ระยะห่างของศิลปะ

“Two Planets” โดยศิลปินชาวไทย “อารยา ราษฎร์จำเริญสุข” เป็นผลงานวิดีโอจัดวางท่ามกลางธรรมชาติ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชาวนา คนงาน และพระสงฆ์ กับจิตรกรรมเลียนแบบภาพวาดยุโรประดับโลก ผลงานนี้ไม่ได้เป็นการเสียดสีแต่อย่างใด เพียงต้องการทบทวนถึงความขบขันและระยะห่างของการรับรู้ศิลปะอย่างตรงไปตรงมา

Pilgrimage to Eternity

ผลงาน “Pilgrimage to Eternity” โดย “อุบัติสัตว์” (Ubatsat) ศิลปินชาวไทย สร้างสรรค์ผลงานอันลึกซึ้งเพื่อแสดงความเคารพต่องานฝีมือดั้งเดิมของการสร้างเจดีย์ และปรัชญาทางพุทธศาสนา โดยนำชิ้นส่วนเจดีย์ดินเผาที่สร้างจากดินของเขาใหญ่ทั้ง 10 มาวางกระจายอยู่ทั่วบริเวณให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ประติมากรรมอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อเหนือกาลเวลาระหว่างศิลปะ จิตวิญญาณ และธรรมชาติ

ธรรมชาติอันบริสุทธิ์และผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำ พร้อมยกระดับชื่อเสียงของเขาใหญ่ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะระดับโลก และเป็นเวทีสำคัญในการสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Khao Yai Art Forest ศิลป่า ฮีลใจ แพสชั่น “มาริษา เจียรวนนท์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...