Khao Yai Art Forest ศิลป่า ฮีลใจ แพสชั่น “มาริษา เจียรวนนท์”
ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่
เพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็สามารถหลีกหนีความวุ่นวาย ได้สัมผัสกับศิลปะท่ามกลางธรรมชาติที่ “Khao Yai Art Forest” หรือ “ศิลป่าเขาใหญ่” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเขาใหญ่ บนพื้นที่กว่า 530 ไร่ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ “มาริษา เจียรวนนท์” ที่นำธรรมชาติและศิลปะร่วมสมัยมาผสานกันอย่างลงตัว เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา
“ศิลป่า” มาจากคำว่า “ศิลปะ” และ “ป่า” ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนธรรมชาติ และผลักดันการสร้างสรรค์งานของศิลปิน โดยมีหลักปรัชญาที่สำคัญคือ “การเยียวยาผ่านศิลปะ” ซึ่งที่แห่งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การบรรยาย เวิร์กช็อป การสัมมนา และการชมผลงานศิลปะที่จัดวางท่ามกลางธรรมชาติทั่วพื้นที่
มาริษาเล่าว่า เธอชอบศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเป็นนักสะสมคนหนึ่ง จากที่อยู่ในวงการศิลปะมาหลายสิบปี ได้ศึกษา และเป็นกรรมการในองค์กรด้านศิลปะต่าง ๆ จึงเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับเมืองไทย ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยก็พร้อมแล้ว มีศิลปินคุณภาพมากมาย
จุดเริ่มต้นของ Khao Yai Art Forest เกิดในช่วงโควิด-19 ทำให้เธอได้โฟกัสกับชีวิต จากสมัยก่อนที่เป็นคนชอบเมือง แต่ตอนโควิดได้มาอยู่ที่เขาใหญ่ร่วมปี และได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินออกกำลังกายรอบบ้าน เห็นภูเขา ต้นไม้ ดอกไม้ และได้สัมผัสธรรมชาติมากขึ้น ทำให้มีเอ็นเนอร์จี้ จึงเกิดความคิดว่าน่าจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง เพื่อแชร์ประสบการณ์ดังกล่าวร่วมกัน จากนั้นจึงได้เริ่มหาที่ดิน และได้มาพบกับสถานที่แห่งนี้
“มนุษย์เราบางครั้งก็ไม่ได้ดูแลธรรมชาติมากนัก โควิดก็เป็นอันหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้สังเกตและไม่ได้ดูแลธรรมชาติเลย จึงคิดว่าเราน่าจะดูแลสิ่งแวดล้อม จึงทำคอนเซ็ปต์อันนี้ขึ้นมา”
หลังจากนั้นก็มาดูว่าตัวเองสนใจอะไรบ้าง ซึ่งแพสชั่นก็คือ ศิลปะ อาหาร การศึกษา และนวัตกรรม เนื่องจากทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก เราก็ต้องเปลี่ยนตาม ทุกวันนี้เป็นยุคของเอไอ ดังนั้น ที่ Khao Yai Art Forest จึงนำทุกอย่างนี้มารวมกัน
“ศิลปินที่เราคัดสรรมา พร้อมกับผลงานอันน่าทึ่ง สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของป่าศิลปะเขาใหญ่ นั่นคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติ ค้นหาพลังแห่งการเยียวยาที่ธรรมชาติมอบให้ และย้อนสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ขาดหายไปเพราะความเจริญ”
Fog Landscape หมอกกลางหุบเขา
“Fog Landscape” นับเป็นผลงานไฮไลต์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ สร้างสรรค์โดย “ฟูจิโกะ นากายะ” (Fujiko Nakaya) ศิลปินชาวญี่ปุ่นวัย 91 ปี ร่วมกับทีม “Atsushi Kitagawara Architects” และ “Aquaria” บริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศในสหรัฐอเมริกา ผสมผสานศิลปะเข้ากับนวัตกรรม สร้างสายหมอกอันงดงามท่ามกลางหุบเขา โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการเก็บเกี่ยวความชื้นในอากาศด้วยพลังงานหมุนเวียน เป็นงานศิลปะเหนือจริงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Maman แลนด์มาร์กศิลป่าเขาใหญ่
“Maman” ของ “Louise Bourgeois” ถือเป็นแลนด์มาร์กของศิลป่าเขาใหญ่ ผลงานประติมากรรมแมงมุมยักษ์นี้แสดงถึงความเป็นแม่ในฐานะผู้ปกป้องและผู้สร้าง เป็นสัญลักษณ์ของการเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
K-BAR บาร์ค็อกเทลลับกลางป่า
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ “K-BAR” ผลงานของ “Elmgreen & Dragset” ผสมผสานความหรูหราสไตล์เมืองเข้ากับธรรมชาติในรูปแบบงานศิลปะล้ำสมัย โดยค็อกเทลบาร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งนี้จะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน และรองรับเพียง 6 คนเท่านั้น
Madrid Circle ความสงบทางจิตวิญญาณ
“Madrid Circle” โดย “Richard Long” ผลงานนี้อยู่บนยอดสุดของภูเขา สะท้อนถึงปรัชญาที่ผสานพลังธรรมชาติเข้ากับความสงบทางจิตวิญญาณ เพื่อนิยามศิลปะใหม่ผ่านการกระทําอันเรียบง่ายของการเดิน โดยศิลปินเปลี่ยนการเดินทางของเขาให้กลายเป็นงานสร้างสรรค์อันลึกซึ้ง เชิญชวนให้เรามองการเดิน ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่ แต่เป็นศิลปะในตัวเอง เป็นการเชื่อมต่อที่กลมกลืนกับโลก และคล้ายกับความสงบแบบพุทธที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า
GOD แก่นแท้ที่จับต้องไม่ได้
ต่อกันที่ “GOD” ผลงานของ “ฟรานเชสโก้ อารีน่า” (Francesco Arena) เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ สื่อถึงการดำรงอยู่เหนือกาลเวลาและการซ่อนความหมายอันลึกซึ้งไว้ เมื่อนำทั้ง 2 ก้อนมาประกอบรวมกันจะเห็นคำว่า “GOD” ที่สลักไว้ แต่ผลงานที่จัดแสดงอยู่ยังคงมองไม่เห็น สื่อถึงสัญลักษณ์ของแก่นแท้ที่จับต้องไม่ได้ของความเป็นพระเจ้า
Two Planets ระยะห่างของศิลปะ
“Two Planets” โดยศิลปินชาวไทย “อารยา ราษฎร์จำเริญสุข” เป็นผลงานวิดีโอจัดวางท่ามกลางธรรมชาติ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชาวนา คนงาน และพระสงฆ์ กับจิตรกรรมเลียนแบบภาพวาดยุโรประดับโลก ผลงานนี้ไม่ได้เป็นการเสียดสีแต่อย่างใด เพียงต้องการทบทวนถึงความขบขันและระยะห่างของการรับรู้ศิลปะอย่างตรงไปตรงมา
Pilgrimage to Eternity
ผลงาน “Pilgrimage to Eternity” โดย “อุบัติสัตว์” (Ubatsat) ศิลปินชาวไทย สร้างสรรค์ผลงานอันลึกซึ้งเพื่อแสดงความเคารพต่องานฝีมือดั้งเดิมของการสร้างเจดีย์ และปรัชญาทางพุทธศาสนา โดยนำชิ้นส่วนเจดีย์ดินเผาที่สร้างจากดินของเขาใหญ่ทั้ง 10 มาวางกระจายอยู่ทั่วบริเวณให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ประติมากรรมอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อเหนือกาลเวลาระหว่างศิลปะ จิตวิญญาณ และธรรมชาติ
ธรรมชาติอันบริสุทธิ์และผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำ พร้อมยกระดับชื่อเสียงของเขาใหญ่ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะระดับโลก และเป็นเวทีสำคัญในการสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Khao Yai Art Forest ศิลป่า ฮีลใจ แพสชั่น “มาริษา เจียรวนนท์”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net