โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บุญเดือนสาม ตักบาตรข้าวจี่ ของดีโคกศรีสุพรรณ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568

77kaoded

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 03.57 น. • 77Kaoded

อำเภอโคกศรีสุพรรณ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอโคกศรีสุพรรณ องค์กรปกรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานบุญประเพณีบุญเดือนสาม ตักบาตรข้าวจี่ ของดีโคกศรีสุพรรณ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568 เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

ที่เวทีกลาง สนามโรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้กับปราชญ์ชาวบ้าน มอบเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ในการประกวดแข่งขันประเภทต่าง ๆ และกล่าวเปิดงานบุญประเพณีบุญเดือนสาม ตักบาตรข้าวจี่ ของดีโคกศรีสุพรรณ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568 โดยมีนางชุติมา รู้ยิ่ง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำหมู่บ้าน ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอโคกศรีสุพรรณ เข้าร่วม

งานบุญประเพณีบุญเดือนสาม ตักบาตรข้าวจี่ ของดีโคกศรีสุพรรณ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568 อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอโคกศรีสุพรรณ องค์กรปกรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 -16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามโรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์จังหวัดสกลนคร และเผยแพร่สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การทำบุญตักบาตรข้าวจี่ และพิธีสู่ขวัญข้าว, การฟ้อนภูไท 4 ตำบล, การแสดงดนตรีพื้นเมือง, การแสดงนิทรรศการผลผลิตมหกรรมของดี 4 ตำบล, กิจกรรม “พาแลง” หรือกินข้าวแลงของชาวอำเภอโคกศรีสุพรรณ, กิจกรรมประกวดข้าวจี่, การประกวดธิดาข้าวจี, การประกวดขบวนแห่วิถีชีวิต, การประกวดพานบายศรี, การประกวดส้มตำลีลา, การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง, และการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับอำเภอโคกศรีสุพรรณ

ทั้งนี้ อำเภอโคกศรีสุพรรณ แบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชากรดั้งเดิมมีประวัติการย้ายถิ่นฐานมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบัน โดยอพยพมาจากเมืองวังอ่างคำเป็นส่วนใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย เผ่าผู้ไท เผ่าญ้อ เผ่ากะเลิง มาตั้งถิ่นฐานตามบรรพบุรุษสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...