โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อตลท.ปรับเกณฑ์หุ้นถ่วงน้ำหนัก SET50-100 WEALTH STORY I WEALTH LIVE

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 03.00 น.
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อตลท.ปรับเกณฑ์หุ้นถ่วงน้ำหนัก SET50-100

หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับเกณฑ์ในการจำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัวในการคำนวนดัชนี SET50-SET100 หรือ Capped Market Weight โดยคาดว่าจะสามารถในเกณฑ์ดังกล่าวที่คาดว่าจะเริ่มใช้ภายในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งการปรับเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อดัชนี หรือหุ้นในกลุ่มไหน อย่างไร เรามาหาคำตอบกัน

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า SET50 และ SET100 ในปัจจุบันใช้เกณฑ์ในการคำนวนแบบมูลค่าตลาดถ่วงน้ำหนัก หรือ Market Capitalization Weight ซึ่งสามารถสะท้อนขนาดของแต่ละหลักทรัพย์ที่แท้จริง ที่มีผลต่อดัชนีได้

แต่ในปัจจุบันมีหุ้นขนาดใหญ่ที่มี Market Cap. ที่สูงมาก เมื่อเทียบกับหุ้นที่ใช้ในการคำนวนดัชนี ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่นั้น มีอิทธิพลต่อดัชนีมากเกินไป จนไม่สามารถที่จะสะท้อนภาพรวมของตลาดได้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุนได้

ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงมีการปรับเกณฑ์การจำกัดน้ำหนักหุ้นในการนำมาคำนวนดัชนี หรือ Capped Market Weight มาใช้โดยจะมีการจำกัดน้ำหนักของหุ้นที่นำมาคำนวนในดัชนี SET50 และ SET100 ให้มีเพดานอยู่ที่ 10% ของดัชนี ซึ่งการปรับเกณฑ์ดังกล่าวก็จะส่งผลกระทบต่อดัชนีที่ถูกใช้คำนวนในหลายแง่มุม ดังนี้

ประเด็นแรกคือการเคลื่อไหวของดัชนีก็จะสามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ถูกจำกัดลง ดัชนีก็จะไม่เคลื่อนไหวผันผวนไปตามความผันผวนของหุ้นตัวใหญ่เพียงตัวเดียว นักลงทุนก็สามารถที่จะลงทุน หรือใช้ดัชนีในการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเด็นถัดมาสำหรับหุ้นที่มีขนาด Market Cap. ที่ไม่เกิน 10% อยู่แล้วก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ต่อเกณฑ์ดังกล่าวในทางตรง แต่อาจจะได้รับผลบวกในทางอ้อม เช่น เมื่อมีการจำกัดน้ำหนักในหุ้นที่มี Market Cap. เกิน 10% หุ้นที่มีขนาดเล็กกว่าก็จะมีสัดส่วนของน้ำหนักในการคำนวนมากขึ้น การเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดเล็กลงมาก็จะมีโอกาสสะท้อนไปยังดัชนีมากขึ้น

ในทางกลับกัน หุ้นที่มีขนาด Market Cap. ที่สูงเกิน 10% ของดัชนี ก็จะถูกจำกัดน้ำหนักการเคลื่อนไหวที่มีผลต่อดัชนี ทำให้ไม่สามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นตัวนั้นผ่านดัชนีได้ นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเลียนแบบกับดัชนี ก็อาจจะเป็นต้องลดสัดส่วนการลงทุนลงเพื่อให้สะท้อนมูลค่าหุ้นที่แท้จริงผ่านดัชนีได้

ซึ่งถ้าหากเกิดกรณีที่หุ้นที่มีขนาดใหญ่ถูกเทขายเพื่อลดน้ำหนักการลงทุนลงมา ส่วนหุ้นที่เหลือสามารถเคลื่อนตัวในลักษณะที่เป็นบวกสวนทาง ก็จะเป็นการลดน้ำหนักของหุ้นขนาดใหญ่ และเพิ่มน้ำหนักให้กับหุ้นขนาดเล็กในการคำนวนดัชนีไปในตัว ภาพรวมของดัชนีก็จะมีความสมดุล สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นแต่ละตัวที่ถูกนำมาคำนวนในดัชนีได้ดียิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...