โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ 'คามาลา แฮร์ริส' รับไม้ต่อ 'ไบเดน' ลุยศึกเลือกตั้งสหรัฐ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 02.16 น.

หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐประกาศถอนตัวจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครต และหันไปสนับสนุนนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีของเขาให้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อชิงชัยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐผู้เป็นตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

ทำให้สปอตไลต์ฉายไปที่ตัวของนางแฮร์ริสทันทีแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตอย่างเป็นทางการ และต้องรอกันจนถึงการประชุมใหญ่ของพรรคในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะทำความรู้จักกับแฮร์ริสในเส้นทางจากผู้หญิงธรรมดาสู่การเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

คามาลา เดวี แฮร์ริส เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ปี 1964 ที่เมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

พ่อของเธอ นายโดนัลด์ แฮร์ริส เป็นชาวจาเมกาที่อพยพมาอยู่ในประเทศสหรัฐเพื่อศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

ส่วนแม่ของเธอคือนางชยามาลา โกปาลัน แฮร์ริส เป็นผู้อพยพมาจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาเอกในสาขาโภชนาการและต่อมไร้ท่อวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

ทั้งสองได้พบรักกันที่มหาวิทยาลัยระหว่างเข้าร่วมขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมือง

แต่ต่อมาได้หย่าร้างกันเมื่อตอนที่นางแฮร์ริสและน้องสาวยังเด็ก

นางแฮร์ริสศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1982 และจบการศึกษาในชั้นปริญญาตรีในคณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์

ก่อนที่จะกลับมาศึกษาในคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เฮสติงส์ และดำรงตำแหน่งเป็นรองอัยการเขตของอลาเมด้าเคาน์ตี้ของเมืองโอ๊กแลนด์อยู่นาน 3 ปี

ก่อนที่จะได้รับเลือกให้เป็นอัยการเขตของนครซานฟรานซิสโกในปี 2004

หน้าที่การงานของเธอเติบโตขึ้นนับจากนั้นจนเป็นชาวอเมริกันผิวดำ ผู้หญิง และเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ซึ่งการดำรงตำแหน่งนี้เองทำให้เธอได้รู้จักกับนายโบ ไบเดน ลูกชายของนายโจ ไบเดน ซึ่งขณะนั้นโบดำรงตำแหน่งเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเดลาแวร์

เส้นทางสายการเมืองของแฮร์ริสเริ่มต้นขึ้นจากการลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2015 โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามา และรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้การรับรองเธอในการลงชิงตำแหน่ง

จนท้ายที่สุดเธอก็ได้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเธอเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกของรัฐและเป็นคนที่สองในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ในปี 2019 เธอได้ลงหาเสียงเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งในการดีเบตขั้นต้น นางแฮร์ริสต้องเจอกับรองประธานาธิบดีไบเดน

แต่ไบเดนกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่าเขาประทับใจในแนวทางการดวลดีเบตของแฮร์ริสมาก ทำให้ไบเดนตัดสินใจเลือกแฮร์ริสลงชิงชัยเลือกตั้งในฐานะรองประธานาธิบดีของเขา

ท้ายที่สุดในวันที่ 20 มกราคม ปี 2021 แฮร์ริสได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เป็นผู้หญิง คนผิวดำ และชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้

แฮร์ริสมีจุดยืนคัดค้านโทษประหารชีวิตมาตลอดตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งอัยการ เธอให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานสะอาดมาโดยตลอดอาชีพการทำงาน

รองประธานาธิบดีแฮร์ริสยังสนับสนุนการขยายการผลิตพลังงานลมนอกชายฝั่งและพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ต่างจากทรัมป์ที่มีจุดยืนสนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและโจมตีพลังงานหมุนเวียน

แฮร์ริสยังเคยเตือนถึงภัยคุกคามจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ อีกด้วย

นักวิเคราะห์ยังคาดว่าแฮร์ริสจะยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศไม่ต่างจากไบเดนมากนักในเรื่องสงครามยูเครน ความสัมพันธ์กับจีนและอิหร่าน แต่อาจมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นกับอิสราเอล

คงเห็นแล้วว่าแฮร์ริสมีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยและเป็นตัวเต็งในการถูกเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังมาแรงสุดสุด

การเปลี่ยนตัวจากไบเดนวัย 81 ปีเป็นนางแฮร์ริสวัย 59 ปี ก็ถือเป็นการแก้เกมเพื่อลบข้อครหาเรื่องอายุของไบเดน

รวมถึงเป็นการเปลี่ยนตัวเอาผู้สมัครที่สดใหม่กว่าลงสนามสู้กับคู่แข่งสุดหินอย่างทรัมป์

แต่เธอก็ต้องเจองานหนักอยู่ไม่น้อยเมื่อเธอมีเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งเพียง 4 เดือนเท่านั้น

แฮร์ริสจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่สูสีกับทรัมป์หรือแม้แต่เบียดเอาชนะทรัมป์ในการเลือกตั้งได้หรือไม่

เวลาเท่านั้นที่จะตอบได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ ‘คามาลา แฮร์ริส’ รับไม้ต่อ ‘ไบเดน’ ลุยศึกเลือกตั้งสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...