เส้นทางชีวิต Nikola Tesla (2)
อายุ 28 ปี : ชาลส์ แบตเชลเลอร์ เพื่อนสนิทของโทมัส แอลวา เอดิสัน แนะนำเทสลาให้ไปทำงานกับเอดิสันที่สหรัฐอเมริกา แม้เงิน ตั๋ว และกระเป๋าเดินทางสูญหาย แต่เทสลาก็ไปถึงอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ.1884
เมื่อพบกันครั้งแรก เอดินสันไม่ได้ประทับใจเทสลามากนัก แต่ก็รับเขาเข้าทำงาน เนื่องจากจดหมายจากแบตเชลเลอร์เขียนว่า “เรียนคุณเอดิสัน ผมรู้จักผู้ยิ่งใหญ่สองคน คนหนึ่งคือคุณ ส่วนอีกคนหนึ่งคือชายหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้าคุณ”
ไม่นานนักเทสลาก็แสดงฝีมือให้ปรากฏ เมื่อไดนาโมสองตัวบนเรือพลังไอน้ำชื่อ Oregon เกิดเสียขึ้นมา เรือลำนี้เป็นเรือโดยสารที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น เอดิสันได้รับแจ้งว่าต้องถอดไดนาโมออกเพื่อส่งเข้าโรงซ่อม เขาจึงส่งให้เทสลาไปดูว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง เทสลาขอให้ลูกเรือมาช่วยลงมือซ่อมตลอดคืน ราวตี 4 ไดนาโมทั้งสองตัวก็ทำงานได้!
ต่อมาเทสลาเสนอวิธีการปรับปรุงไดนาโมด้วยการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 30% ด้วยต้นทุนที่ลดลง โดยจะทำให้สำเร็จภายในหนึ่งปี เมื่อเอดิสันทราบก็บอกเทสลาว่าจะให้เงิน 50,000 ดอลลาร์ หากทำสำเร็จ คำสัญญานี้เกิดขึ้นใน ค.ศ.1884
แล้วเทสลาก็สามารถทำให้ไดนาโมมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่า 40% เกินเป้าเสียอีก เขาจึงทวงถามค่าตอบแทนจากคำพูดของเอดิสัน
แต่เอดิสันไม่ให้!
เอดิสันอ้างว่าไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการ แถมบอกเทสลาว่า “คุณยังเป็นคนปารีส เมื่อไหร่ที่คุณเป็นอเมริกันเต็มตัว คุณจะเข้าใจอารมณ์ขันแบบอเมริกัน”
เทสลาไม่พอใจอย่างยิ่งและขอลาออก เรื่องนี้เกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.1885
อายุ 29 ปี : เนื่องจากเทสลาได้สร้างชื่อเสียงเอาไว้ไม่น้อย จึงมีกลุ่มทุนยื่นข้อเสนอการจัดตั้งบริษัท Tesla Electric Light and Manufacturing Company และต้องการให้เขาพัฒนาหลอดไฟแบบอาร์ก แต่ตัวเทสลาเองต้องการพัฒนาระบบไฟฟ้ากระแสสลับ
เทสลาสร้างหลอดไฟแบบอาร์กประสิทธิภาพสูงได้สำเร็จในเวลา 1 ปี และจดสิทธิบัตรไว้หลายฉบับ แต่เขาได้เงินเดือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมยังถูกบีบให้ออกจากบริษัท หุ้นที่ได้มาก็แทบไม่มีค่าอะไรเพราะเป็นบริษัทใหม่ที่ยังไม่เคยแสดงศักยภาพการปันผล ประสบการณ์เลวร้ายครั้งนี้ทำให้เทสลามีทัศนคติลบต่อนักธุรกิจอเมริกัน
อายุ 30 ปี : เทสลามีชีวิตตกต่ำสุดสุด โดยได้งานเป็นคนขุดพื้น มีรายได้เพียง 2 ดอลลาร์ต่อวัน ผู้คุมงานซึ่งรู้จักเขาได้ช่วยให้เทสลาพบกับ เอ เค บราวน์ (A.K. Brown)
ต่อมาในเดือนเมษายน ค.ศ.1887 บราวน์ได้ชักชวนเพื่อนๆ มาร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท Tesla Electric และจัดตั้งห้องปฏิบัติการบนถนน เซาธ์ ฟิฟท์ แอเวนิว เทสลาจึงสามารถปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ได้อีกครั้ง และได้ยื่นจดสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์หลายชิ้น
อายุ 32 ปี : เทสลาได้รับเชิญไปพูดที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ.1888 ผู้ฟังคือสมาชิกของ American Institute of Electrical Engineers (AIEE) เขาสาธิตต้นแบบมอเตอร์แบบอินดักชั่น 2 เฟส กำลังครึ่งแรงม้า โดยไม่ได้ใช้แปรงกับคอมมิวเตเตอร์ ทำให้ลดแรงเสียดทานและการสูญเสียทางความร้อน การใช้ไฟฟ้ากระแสสลับยังทำให้ความต้านทานลดต่ำลง ทำให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าในระยะทางไกลๆ ได้
การสาธิตครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวงการวิศวกรรมไฟฟ้า เทสลาเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง
เมื่อนวัตกรรมระบบไฟฟ้ากระแสสลับล่วงรู้ถึงจอร์จ เวสติ้งเฮาส์ เขาจึงเดินทางมาพบเทสลาด้วยตนเอง พร้อมยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 60,000 ดอลลาร์ ประกอบด้วยเงินสด 5,000 ดอลลาร์ กับหุ้นใน Westinghouse Corporation อีก 150 หุ้น เพื่อแลกกับสิทธิบัตรเกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับ 7 ฉบับของเทสลา แต่เทสลาขอค่าตอบแทนเพิ่มด้วยอัตรา 2.50 ดอลลาร์ต่อพลังงานไฟฟ้า 1 แรงม้าที่ขายออกไป เวสติ้งเฮาส์ตอบตกลง
อายุ 34 ปี : ในปี ค.ศ.1890 มีเหตุการณ์สำคัญ 2 เรื่อง
เรื่องแรก – การก่อตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการงานระดับโลก Chicago’s World Fair ที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ไฮไลต์คือการแสดงแสงสีตระการตา ทั้งนี้ คำถามสำคัญคือ จะใช้ไฟฟ้าระบบไหน – กระแสตรง หรือกระแสสลับ?
เรื่องที่สอง – คณะกรรมการไนแอการาสากลพิจารณาข้อเสนอโครงการที่จะใช้พลังจากน้ำตกไนแอการาเพื่อผลิตไฟฟ้า
เหตุการณ์ทั้งสองนี้ประกอบกับสิทธิบัตรระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเทสลา ทำให้เอดิสันรู้สึกว่าธุรกิจของตนถูกคุกคาม เนื่องจากอุปกรณ์ทั้งหมดของเขาล้วนใช้ไฟฟ้ากระแสตรง
เอดิสันโจมตีระบบไฟฟ้ากระแสสลับด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทำให้สาธารณชนรู้สึกว่าไฟฟ้ากระแสสลับความต่างศักย์สูงอันตรายเพราะสามารถฆ่าสัตว์และคนได้
การขับเคี่ยวระหว่างระบบไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ เรียกว่า War of the Currents และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อ The Current War (เริ่มฉายในต่างประเทศเมื่อปี ค.ศ.2017)
อายุ 35 ปี : มหาเศรษฐี เจ พี มอร์แกน ได้ซื้อหุ้นเพื่อควบรวมบริษัท Edison General Electric Company (ของเอดิสัน) กับ Thomson-Houston Company (คู่แข่งของบริษัทเอดิสัน) กลายเป็น General Electric (GE) ด้วยหวังว่าจะเป็นผู้ชนะข้อเสนอสำหรับงาน Chicago’s World Fair
อายุ 36 ปี : คณะกรรมการจัดงาน Chicago’s World Fair ลงมติเลือกระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ในช่วงเวลานี้ เทสลาได้ไปบรรยายที่ Institute of Electrical Engineers ในลอนดอน ลอร์ดเรย์ลีบอกว่าเทสลามีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยาก จึงควรมุ่งเน้น “ความคิดยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว” ต่อมาเทสลาระบุว่าสิ่งนั้นคือ “การส่งพลังงานแบบไร้สาย”
อายุ 37 ปี : งาน Chicago’s World Fair หรือ The Columbian Exposition เริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1893 แสงไฟส่องสว่างตระการตามาจากระบบของเทสลา-เวสติ้งเฮาส์ นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของระบบไฟฟ้ากระแสสลับ
อายุ 40 ปี : วันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1896 เทสลาและเวสติ้งเฮาส์ได้แสดงให้เห็นว่าไฟฟ้ากระแสสลับที่ผลิตจากพลังของน้ำตกไนแอการาสามารถส่งออกไปได้ไกลถึงเมืองบัฟฟาโลในรัฐนิวยอร์ก ระยะทาง 26 ไมล์ นับเป็นชัยชนะขั้นเด็ดขาดของระบบไฟฟ้ากระแสสลับในแง่การส่งกระแสไฟฟ้าในระยะไกล (ทั้งนี้ ระบบไฟฟ้ากระแสตรงส่งไฟฟ้าไปได้ไกลราว 1 ไมล์เท่านั้น)
ชีวิตของเทสลาอยู่ในช่วงพีกใกล้ถึงขีดสุดแล้ว คราวหน้ามาดูกันว่า “ขาลง” ของเขาเป็นเช่นไร?
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เส้นทางชีวิต Nikola Tesla (2)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com