ผู้เสียหายชี้ภาพ พลตรีเมากร่าง ตบหน้า สั่งวิดพื้น ในร้าน เผยเป็นทหารจริง
5 ผู้เสียหาย ถูกนายทหารเมากร่างตบหน้า สั่งวิดพื้น เข้าชี้รูปผู้ก่อเหตุแล้ว ยันให้ไกล่เกลี่ยเจรจายอมความได้ที่กระทรวงยุติธรรมเท่านั้น
จากกรณีชายวัยกลางคน อ้างตัวเป็นนายทหารยศพลตรี ซึ่งอยู่ในลักษณะเมาสุราก่อนจะตรงเข้าไปหาเรื่องกลุ่มลูกค้าอีกโต๊ะ ที่นั่งดื่มกินอยู่ในร้านแซ่บเจริญประมาณ 10 คน ด้วยการตบหน้า ล็อกคอจนสร้อยคอทองคำขาด และขู่อาฆาตกับกลุ่มลูกค้ากรณี ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2565 ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี น.ส.ธัชสุภา วณิชยกุลวงศ์ หรือแพท อายุ 33 ปี และนายเอกไท จีระตระกูล หรือเอก อายุ 33 ปี น.ส.ปภัสสรา สระภักดิ์ หรือเอิ้น อายุ 31 ปี นายคณัสนันท์ ศรีแสงอ่อน หรือนนท์ อายุ 30 ปี และนายคีตา วังขจรวุฒิศักดิ์ หรืออุณ อายุ 34 ปี เข้าชี้ภาพผู้ก่อเหตุ
อ่านข่าวผวาหนุ่มเมากร่าง อ้างเป็นพลตรี สั่งวัยรุ่นวิดพื้นในร้านอาหาร ฉุนไม่ทำความเคารพ
โดยกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 5 คน ให้การยืนยันชี้ภาพบุคคลคนดังกล่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุในร้านคืนวันที่เกิดเหตุจริง โดยภาพจากทะเบียนประวัติที่ผู้เสียหายชี้ ระบุชื่อคือนายวงศ์วริช สังขสัพพันธ์ อายุ 50 ปี พร้อมให้ปากคำเพิ่มเติม
น.ส.ธัชสุภา กล่าวว่า วันนี้ตนและกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ มาชี้ตัวผู้ก่อเหตุตามทะเบียนราษฎร์ ซึ่งตนและเพื่อนจำได้และยืนยันว่าคนในรูป เป็นบุคคลคนเดียวกับที่ก่อเหตุข่มขู่และทำร้ายร่างกายเพื่อนในกลุ่มของตนตามคลิป ซึ่งพวกตนได้คุยกันแล้วว่าถ้าทางผู้ก่อเหตุต้องการเจรจาไกล่เกลี่ยก็ยินดี แต่ขอไปให้ไปไกล่เกลี่ยที่กระทรวงยุติธรรมเท่านั้น
นายคณัสนันท์ กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุตนถูกชายที่อ้างเป็นทหารกระชากคอเสื้ออย่างแรง จนไปกระแทกกับเสา ทำให้ที่คอของมีบาดแผลโดยไม่แน่ใจว่ามาจากเล็บหรือสายแมสบาดคอ ยอมรับว่าตนกับคู่กรณีเคยรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเป็นลูกค้าเก่าที่ร้านของตน แต่ก็ไม่ได้สนิทมาก
ในคืนเกิดเหตุเขาโวยวายเพราะพยายามเรียกตนให้เข้าไปหา แต่ตนไม่สนใจเพราะเห็นว่าเมามากแล้วทำให้เขาเดินเข้ามาหาเรื่องตนกับเพื่อนถึงที่โต๊ะตามคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้ว่าเขาเป็นทหารแต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากมาย ถึงกับที่เขาจะเดินมาตบหัวหรือหาเรื่องคนในโต๊ะได้แบบนี้
ด้านพ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบแล้วพบว่าชายดังกล่าวเป็นนายทหารจริง และมีการติดต่อมาทางพนักงานสอบสวนแล้ว จึงได้ทำเรื่องไปยังต้นสังกัด อยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับมาเพราะเนื่องจากยังเป็นวันหยุดราชการ
ในส่วนคดีความรอให้ผู้เสียหายทั้งหมด 7 ราย ที่เข้าแจ้งความในวันที่เกิดเหตุมาให้ปากคำ ซึ่งในวันนี้เดินทางมา 5 คน ส่วนอีก 2 คน ยังติดธุระอยู่ต่างจังหวัด ในเบื้องต้นพบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดข้อหา ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หากพบว่าผิดในข้อหาใด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป
พ.ต.อ.เมษนนท์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ทางตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมจะเชิญทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยปรับความเข้าใจ ส่วนคดีก็ดำเนินการไปตามความผิดที่ปรากฎ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ก่อเหตุตามทะเบียนประวัติที่กลุ่มผู้เสียหายชี้ตัวเป็นนายทหารจริง คือ พ.อ.พิเศษ วงศ์วริศ สังขสัพพันธ์ อายุ 50 ปี นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 32 จปร. รุ่นที่ 43 สังกัด มทบ 18 ตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการประจำ