หอการค้าไทย-สหรัฐ จับมือร่วมการค้า 'สุรเกียรติ์' เสนอ 4 ข้อหนุนเพิ่ม
หอการค้าไทย-สหรัฐ ร่วมจัดงาน Thailand – U.S. Trade and Investment Summit 2025 หนุนร่วมมือสร้างพันธมิตรการค้า ด้าน “สุรเกียรติ์” เสนอ 4 ข้อเสนอจับมือพัฒนา “พลังงานสะอาด-อาหาร-ดิจิทัล-การศึกษา” พลิกโอกาสร้างการค้าร่วมกัน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยระหว่างงานสัมมนา Thailand – U.S. Trade and Investment Summit 2025 ว่า ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์มายาวนาน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2376 ด้วยสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ ที่ถือเป็นรากฐานของความร่วมมือที่แน่นแฟ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 มูลค่าการค้ารวมระหว่างทั้งสองประเทศสูงถึง 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีนี้เป็นวาระครบรอบ 192 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ หอการค้าไทยและหอการค้าสหรัฐ รวมถึงรัฐบาลทั้งสองประเทศได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาครั้งแรกในปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ : สร้างโอกาสทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ” โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
โดยงานวันนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ภาคเอกชนของทั้งไทยและสหรัฐ รวมถึงผู้แทนจากภาคธุรกิจสำคัญ ที่สะท้อนแนวโน้มระดับโลก ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมอง เพื่อหารือในประเด็นสำคัญ และร่วมกันเสนอแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
เราจะมี 4 เวทีเสวนาหลัก ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละวงการมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ :
- การค้าผลิตภัณฑ์เกษตรและนวัตกรรมอาหาร
- การขับเคลื่อนนโยบายสีเขียว
- การค้าดิจิทัลและนวัตกรรม
- การฟื้นฟูอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว
โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้และแนวคิดใหม่ ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ และสามารถขยายเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างไทยและสหรัฐได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ภายใต้ที่ทุกคนกำลังเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การเข้าใจและรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และงานในวันนี้จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการทบทวนว่า เราอยู่ตรงจุดใดในความร่วมมือนี้
ด้าน ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวในงาน Thailand-U.S. Trade and Investment Summit 2025 ว่า เมื่อโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสิ่งสำคัญคือการไม่เพียงแค่มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ แต่ต้องร่วมกัน “ออกแบบอนาคต” เพื่อที่เราจะก้าวไปด้วยกัน
ตอนนี้โลกเรากำลังเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนัก และกำลังถูกทดสอบด้วยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และจีนยังคงกำหนดทิศทางของกระแสเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยูเครน และเมียนมา ยังคงดำเนินต่อ เทคโนโลยีใหม่อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังขยายขอบเขตแห่งความเป็นไปได้
พร้อมตั้งคำถามด้านจริยธรรมและภูมิรัฐศาสตร์ ในบริบทเช่นนี้ ประเทศไทยซึ่งมีทำเลเชิงยุทธศาสตร์ มีความคล่องตัวทางการทูต และเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ สามารถทำหน้าที่ “ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์” แต่เป็น “ผู้สร้างสะพาน” ที่เชื่อมโยงและสร้างเสถียรภาพในโลกที่ไม่แน่นอนนี้ได้
ทั้งนี้ โอกาสสำหรับความร่วมมือไทย-สหรัฐ ผมขอสรุป 4 ด้านหลักที่ประเทศไทยและสหรัฐ ควรขยายความร่วมมือร่วมกัน
1.พลังงานสีเขียวและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ ต้องอาศัยการลงทุนครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น EV, Smart Grid และเทคโนโลยีสะอาด สหรัฐ เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด เรายินดีต้อนรับสหรัฐ ไม่ใช่แค่ในฐานะ “นักลงทุน” แต่ในฐานะ “หุ้นส่วน” ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรม และโมเดลธุรกิจยั่งยืน
2.ความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่เรายังคงเป็นผู้ส่งออกอาหารและบริการสุขภาพรายใหญ่ เรามีศักยภาพในด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงไบโอเทค ขณะที่สหรัฐมีความเชี่ยวชาญด้าน R&D นวัตกรรม และเงินทุน ลองจินตนาการถึงโลกที่ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโภชนาการ สุขภาพ และการดูแลของเอเชีย โดยร่วมพัฒนากับสหรัฐ ทั้งในด้านมาตรฐานและวิทยาศาสตร์
3.การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ความสามารถในการแข่งขันในอนาคตอยู่ที่เศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศไทยกำลังผลักดันนโยบายด้าน AI ในภาคการเงิน อุตสาหกรรม ระบบงาน ไปจนถึงจริยธรรม ความปลอดภัยไซเบอร์ และการค้าดิจิทัล แต่เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ หากไม่มี “ความร่วมมือระดับโลก” และ “ภาวะผู้นำที่รับผิดชอบ” ซึ่งสหรัฐเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้
4.การแลกเปลี่ยนบุคลากรและการศึกษา ความสัมพันธ์ของเราควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “คน” ไม่ใช่แค่ “การค้า” ประเทศไทยยินดีขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และโครงการผู้นำของสหรัฐ เราต้องลงทุนกับคนรุ่นใหม่ทั้งไทยและอเมริกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ของเรายืนหยัดและพร้อมรับอนาคต
เราต้องร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและบริษัทสหรัฐ เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้คนของเราในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผมเป็นประธานสภา ได้ร่วมมือกับ MIT ในโครงการ Chula-MIT LGO (Leaders for Global Operations) ให้นักศึกษาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่วิศวกรรมศาสตร์และ CBS และต่อเนื่องที่ MIT
นี่เป็นตัวอย่างของการเตรียมคนไทยให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต เราต้องการความร่วมมือเพิ่มเติมในรูปแบบอื่น ๆ เช่น หลักสูตรแบบไม่ต้องมีปริญญา ร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทสหรัฐ และยินดีต้อนรับการตั้ง “วิทยาเขต” ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐที่จุฬาฯ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ เมื่ออำนาจโลกกำลังเปลี่ยนมือ และโมเดลเศรษฐกิจกำลังพัฒนา เราต้อง “รื้อคิด” ความร่วมมือครั้งนี้-ไม่ใช่แค่คงที่ แต่ต้อง “พลิกเกม” ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจ แต่ต้อง “เปลี่ยนระบบ” ผมขอเสนอให้เราร่วมกันจัดตั้งเวที U.S.-Thailand Strategic Economic Dialogue for the Next Decade แพลตฟอร์มที่จะเชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษา เพื่อวางวิสัยทัศน์ระยะ 10 ปีร่วมกัน โดยเน้นประเด็นหลัก 5 ด้าน :
1. Resilience (ความยืดหยุ่น) – สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ต้านทานวิกฤต และพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนเร็ว
2. Innovation (นวัตกรรม) – ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในด้านพลังงาน อาหาร สุขภาพ และ AI
3. Inclusion (การมีส่วนร่วม) – ทำให้ความมั่งคั่งกระจายอย่างทั่วถึงทั้งภาคส่วนและรุ่นคน พร้อมส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4. Trust (ความไว้วางใจ) – วางรากฐานของความร่วมมือทั้งหมดบนคุณค่าร่วมกันและความโปร่งใส
5. Connectivity (การเชื่อมโยง) – สร้างทีมพื้นฐานเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายนโยบายของทั้งสองประเทศ
“ไม่ว่าจะในเวทีการทูตหรือธุรกิจ ‘ความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน’ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากเวลา ความเคารพซึ่งกันและกัน และการพูดคุยที่จริงใจ ผมเชื่อว่าไทยและสหรัฐ กำลังยืนอยู่หน้าบทใหม่ของความสัมพันธ์บทที่ต่อยอดจากอดีตที่น่าภาคภูมิใจ แต่ไม่ยึดติดกับอดีตนั้นและพร้อมเผชิญความท้าทายของวันนี้เพื่อคว้าโอกาสในวันพรุ่งนี้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทย-สหรัฐ จับมือร่วมการค้า ‘สุรเกียรติ์’ เสนอ 4 ข้อหนุนเพิ่ม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net