โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย-สหรัฐ จับมือร่วมการค้า 'สุรเกียรติ์' เสนอ 4 ข้อหนุนเพิ่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 07.45 น.
พจน์ อร่ามวัฒนานนท์

หอการค้าไทย-สหรัฐ ร่วมจัดงาน Thailand – U.S. Trade and Investment Summit 2025 หนุนร่วมมือสร้างพันธมิตรการค้า ด้าน “สุรเกียรติ์” เสนอ 4 ข้อเสนอจับมือพัฒนา “พลังงานสะอาด-อาหาร-ดิจิทัล-การศึกษา” พลิกโอกาสร้างการค้าร่วมกัน

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยระหว่างงานสัมมนา Thailand – U.S. Trade and Investment Summit 2025 ว่า ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์มายาวนาน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2376 ด้วยสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ ที่ถือเป็นรากฐานของความร่วมมือที่แน่นแฟ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 มูลค่าการค้ารวมระหว่างทั้งสองประเทศสูงถึง 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีนี้เป็นวาระครบรอบ 192 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยและหอการค้าสหรัฐ รวมถึงรัฐบาลทั้งสองประเทศได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาครั้งแรกในปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ : สร้างโอกาสทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ” โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

โดยงานวันนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ภาคเอกชนของทั้งไทยและสหรัฐ รวมถึงผู้แทนจากภาคธุรกิจสำคัญ ที่สะท้อนแนวโน้มระดับโลก ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมอง เพื่อหารือในประเด็นสำคัญ และร่วมกันเสนอแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

เราจะมี 4 เวทีเสวนาหลัก ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละวงการมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ :

  • การค้าผลิตภัณฑ์เกษตรและนวัตกรรมอาหาร
  • การขับเคลื่อนนโยบายสีเขียว
  • การค้าดิจิทัลและนวัตกรรม
  • การฟื้นฟูอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว

โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้และแนวคิดใหม่ ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ และสามารถขยายเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างไทยและสหรัฐได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ภายใต้ที่ทุกคนกำลังเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การเข้าใจและรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และงานในวันนี้จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการทบทวนว่า เราอยู่ตรงจุดใดในความร่วมมือนี้

ด้าน ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวในงาน Thailand-U.S. Trade and Investment Summit 2025 ว่า เมื่อโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสิ่งสำคัญคือการไม่เพียงแค่มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ แต่ต้องร่วมกัน “ออกแบบอนาคต” เพื่อที่เราจะก้าวไปด้วยกัน

ตอนนี้โลกเรากำลังเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนัก และกำลังถูกทดสอบด้วยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และจีนยังคงกำหนดทิศทางของกระแสเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยูเครน และเมียนมา ยังคงดำเนินต่อ เทคโนโลยีใหม่อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังขยายขอบเขตแห่งความเป็นไปได้

พร้อมตั้งคำถามด้านจริยธรรมและภูมิรัฐศาสตร์ ในบริบทเช่นนี้ ประเทศไทยซึ่งมีทำเลเชิงยุทธศาสตร์ มีความคล่องตัวทางการทูต และเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ สามารถทำหน้าที่ “ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์” แต่เป็น “ผู้สร้างสะพาน” ที่เชื่อมโยงและสร้างเสถียรภาพในโลกที่ไม่แน่นอนนี้ได้

ทั้งนี้ โอกาสสำหรับความร่วมมือไทย-สหรัฐ ผมขอสรุป 4 ด้านหลักที่ประเทศไทยและสหรัฐ ควรขยายความร่วมมือร่วมกัน

1.พลังงานสีเขียวและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ ต้องอาศัยการลงทุนครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น EV, Smart Grid และเทคโนโลยีสะอาด สหรัฐ เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด เรายินดีต้อนรับสหรัฐ ไม่ใช่แค่ในฐานะ “นักลงทุน” แต่ในฐานะ “หุ้นส่วน” ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรม และโมเดลธุรกิจยั่งยืน

2.ความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ

แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่เรายังคงเป็นผู้ส่งออกอาหารและบริการสุขภาพรายใหญ่ เรามีศักยภาพในด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงไบโอเทค ขณะที่สหรัฐมีความเชี่ยวชาญด้าน R&D นวัตกรรม และเงินทุน ลองจินตนาการถึงโลกที่ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโภชนาการ สุขภาพ และการดูแลของเอเชีย โดยร่วมพัฒนากับสหรัฐ ทั้งในด้านมาตรฐานและวิทยาศาสตร์

3.การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ความสามารถในการแข่งขันในอนาคตอยู่ที่เศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศไทยกำลังผลักดันนโยบายด้าน AI ในภาคการเงิน อุตสาหกรรม ระบบงาน ไปจนถึงจริยธรรม ความปลอดภัยไซเบอร์ และการค้าดิจิทัล แต่เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ หากไม่มี “ความร่วมมือระดับโลก” และ “ภาวะผู้นำที่รับผิดชอบ” ซึ่งสหรัฐเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้

4.การแลกเปลี่ยนบุคลากรและการศึกษา ความสัมพันธ์ของเราควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “คน” ไม่ใช่แค่ “การค้า” ประเทศไทยยินดีขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และโครงการผู้นำของสหรัฐ เราต้องลงทุนกับคนรุ่นใหม่ทั้งไทยและอเมริกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ของเรายืนหยัดและพร้อมรับอนาคต

เราต้องร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและบริษัทสหรัฐ เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้คนของเราในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผมเป็นประธานสภา ได้ร่วมมือกับ MIT ในโครงการ Chula-MIT LGO (Leaders for Global Operations) ให้นักศึกษาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่วิศวกรรมศาสตร์และ CBS และต่อเนื่องที่ MIT

นี่เป็นตัวอย่างของการเตรียมคนไทยให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต เราต้องการความร่วมมือเพิ่มเติมในรูปแบบอื่น ๆ เช่น หลักสูตรแบบไม่ต้องมีปริญญา ร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทสหรัฐ และยินดีต้อนรับการตั้ง “วิทยาเขต” ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐที่จุฬาฯ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ เมื่ออำนาจโลกกำลังเปลี่ยนมือ และโมเดลเศรษฐกิจกำลังพัฒนา เราต้อง “รื้อคิด” ความร่วมมือครั้งนี้-ไม่ใช่แค่คงที่ แต่ต้อง “พลิกเกม” ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจ แต่ต้อง “เปลี่ยนระบบ” ผมขอเสนอให้เราร่วมกันจัดตั้งเวที U.S.-Thailand Strategic Economic Dialogue for the Next Decade แพลตฟอร์มที่จะเชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษา เพื่อวางวิสัยทัศน์ระยะ 10 ปีร่วมกัน โดยเน้นประเด็นหลัก 5 ด้าน :

1. Resilience (ความยืดหยุ่น) – สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ต้านทานวิกฤต และพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนเร็ว

2. Innovation (นวัตกรรม) – ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในด้านพลังงาน อาหาร สุขภาพ และ AI

3. Inclusion (การมีส่วนร่วม) – ทำให้ความมั่งคั่งกระจายอย่างทั่วถึงทั้งภาคส่วนและรุ่นคน พร้อมส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

4. Trust (ความไว้วางใจ) – วางรากฐานของความร่วมมือทั้งหมดบนคุณค่าร่วมกันและความโปร่งใส

5. Connectivity (การเชื่อมโยง) – สร้างทีมพื้นฐานเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายนโยบายของทั้งสองประเทศ

“ไม่ว่าจะในเวทีการทูตหรือธุรกิจ ‘ความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน’ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากเวลา ความเคารพซึ่งกันและกัน และการพูดคุยที่จริงใจ ผมเชื่อว่าไทยและสหรัฐ กำลังยืนอยู่หน้าบทใหม่ของความสัมพันธ์บทที่ต่อยอดจากอดีตที่น่าภาคภูมิใจ แต่ไม่ยึดติดกับอดีตนั้นและพร้อมเผชิญความท้าทายของวันนี้เพื่อคว้าโอกาสในวันพรุ่งนี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทย-สหรัฐ จับมือร่วมการค้า ‘สุรเกียรติ์’ เสนอ 4 ข้อหนุนเพิ่ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...