โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI คงน้ำหนัก “Overweight” กลุ่มค้าปลีก ชู BJC-CPALL หุ้นปลอดภัย-รายได้มั่นคง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับภาพรวมกลุ่มค้าปลีกไทย โดยคาดว่าสถานการณ์ในไตรมาส 2/2568 จะเผชิญความท้าทายมากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ทั้งจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำ “Overweight” สำหรับกลุ่มค้าปลีก โดยเลือกหุ้น BJC และ CPALL เป็น Top pick ในฐานะหุ้นแนวเติบโตแบบป้องกันความเสี่ยง (Defensive Growth) จากสถานะผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดขายและกำไรค่อนข้างมั่นคง

CGSI ระบุว่าจากการวิเคราะห์ผลประกอบการของผู้ค้าปลีก 8 บริษัท ได้แก่ BJC, CPALL, CRC, MOSHI, CPAXT, DOHOME, GLOBAL และ HMPRO พบว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 1.67 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) แต่ลดลง 8.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (qoq) โดยบริษัทที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตโดดเด่นที่สุด มีกำไรปกติรวม 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% yoy นำโดย CPALL ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 25.5% yoy ขณะที่ BigC เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่มีกำไรลดลงจากยอดขายสินค้าบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อ่อนตัว และรายได้จากค่าเช่าที่ลดลง

สำหรับกลุ่มค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น Home improvement และแฟชั่น ยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยกลุ่ม Home improvement มีกำไรปกติลดลง 4% yoy อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท จากความอ่อนตัวของอุปสงค์ด้านการก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ส่วนกลุ่มแฟชั่นเริ่มเข้าสู่ขาลงจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ถดถอย และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังต่ำกว่าคาดการณ์

CGSI ชี้ว่าในไตรมาส 2/2568 ปัจจัยกดดันหลักคือการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเมษายน จากผลกระทบของเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนมีนาคม รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐ ส่งผลให้ SSSG ของผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่ปรับลด โดยเฉพาะกลุ่ม Home improvement ที่ SSSG ติดลบระหว่าง -3% ถึง -15% และกลุ่มแฟชั่นติดลบราว -5% ขณะที่กลุ่มอุปโภคบริโภคยังประคองยอดขายไว้ได้ในช่วง -2% ถึง +1%

MOSHI ยังคงโดดเด่นด้วย SSSG QTD ที่ +17% แม้ไม่รวมฐานที่ต่ำจากปีก่อนซึ่งอยู่ราว 10% ก็ยังคงบวกได้ 6-7% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และการปรับร้านค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

CGSI ย้ำว่า BJC และ CPALL เหมาะแก่การลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากมีฐานรายได้ที่มั่นคงจากสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขณะเดียวกันยังคงแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่ม Home improvement ที่ขาดปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ส่วน MOSHI เป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ด้วยความยืดหยุ่นด้านกำไรและการเติบโตเชิงโครงสร้าง ด้าน CRC แม้กำไรจะชะลอ แต่ด้วยค่า P/E ปี 2568 เพียง 13.5 เท่า จึงนับเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เน้นหุ้นคุณค่า

ทั้งนี้ กลุ่มค้าปลีกยังมีความเสี่ยงด้านลบ (downside risk) หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงลดลงและนักท่องเที่ยวไม่ฟื้นตัวตามเป้า ขณะที่ปัจจัยบวกที่ควรจับตาคือแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยและมาตรการทางการคลังของภาครัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...