โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจร้านอาหารร้องนายกฯ วิงวอนเร่งออก 5 มาตรการอัดยาแรงถอนพิษศก.ไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 21.12 น.

ธุรกิจร้านอาหารร้องนายกฯ วิงวอนเร่งออก 5 มาตรการอัดยาแรงถอนพิษศก.ไทย

นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ปี 2568 สาหัสกว่าช่วงโควิด จึงขอวิงวอนนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจรัฐบาลให้รีบออกมาตราการเร่งด่วนเพื่อมาประคองสภาพเศรษฐกิจของประเทศก่อนที่จะพังไปจนไม่เหลืออะไรให้พังไปกว่านี้แล้ว โดยมีข้อเสนอ 5 ข้อ ซึ่งหวังว่านายกรัฐมนตรีจะมีทีมเศรษฐกิจที่ใช้หัวใจฟังประชาชน เพื่อให้เข้าใจความเจ็บปวดทรมานของประชาชนในขณะนี้

นายสรเทพ กล่าวว่า1.รีบนำเงินที่จะแจกเงินหมื่นดิจิทัลรอบ 3 ทำโครงการคนละครึ่ง 6 เดือน ให้ประชาชนเพื่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายด้านอาหารประจำวันและกระตุ้นกำลังซื้อให้ร้านอาหารตั้งแต่ริมทางไปถึงร้านใหญ่ 2.ออกมาตราการให้ลูกค้าเก็บใบกำกับภาษีร้านอาหารนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้ในปีถัดไป ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณแถมได้ภาษีเต็มๆ คืนเข้าคลังอีกต่อ 3.ควบคุมดูแลค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และราคาสินค้าวัตถุดิบ เพราะยิ่งเข้าหน้าแล้งราคาพืชผักจะสูงขึ้นหลายเท่าเหมือนปีที่แล้วอีก 4.ลดเงินค่าประกันสังคมให้ผู้ประกอบการครึ่งหนึ่งถึงสิ้นปี 2568 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายบริษัทร้านค้า และ 5.เร่งวางแผนระยะสั้นในการกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้กลับมา รวมถึงวางแผนระยะยาวแบบบูรณาการ 15 ปี เพื่อให้การท่องเที่ยวประเทศไทยเติบแบบยั้งยืน ไม่ใช่เน้นแค่จัดอีเว้นท์เป็นฉากๆ ไปตามฤดูกาลงบประมาณ

“การที่รัฐบาลในช่วงโควิดต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ทั้งภายนอกภายในประเทศ แต่เพราะรัฐบาลในยุคนั้นมองปัญหาของประชาชนเป็นหลัก จึงพยายามบริหารประเทศให้ข้ามผ่านไปให้ได้ จึงเป็นการตั้งใจบริหารประเทศมากกว่าบริหารงานการเมือง แต่ในช่วงปี 2566-2568 ผู้ประกอบการพยายามร้องถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมาตลอด ว่าควรเร่งออกมาตราการลดหย่อนภาษี เก็บใบกำกับภาษีร้านอาหารลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 20,000 บาท และนิติบุคคลเมื่อจัดเลี้ยง เลี้ยงรับรอง สามารถใช้ใบกำกับภาษีไปลดหย่อนภาษีในปีถัดไปได้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่รัฐบาลในยุคนี้ก็เงียบกริบเหมือนไม่ได้ใช้สมองคิดตาม จนเกิดสภาพแบบปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าปลายปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรมีงานจัดเลี้ยงสังสรรค์ หรือ งานเลี้ยงเกษียณ งานเลี้ยงรับปริญญา แต่กลับเงียบกริบแทบไม่มีเลย” นายสรเทพ กล่าว

นายสรเทพ กล่าวว่า มาตรการแจกเงินแบบกระจัดกระจายไม่ตรงเป้า ไม่ตรงปก แจกเงินไปหลายแสนล้านบาทแล้ว รัฐบาลประกาศว่า เงินจะหมุนหลายรอบในระบบ แต่สุดท้ายเงินหายไปกับเจ้าหนี้หมด ร้านอาหารสตีทฟู้ด ร้านอาหารเอสเอ็มอี หรือตลาดสดแทบไม่ได้รับผลจากพายุเงินที่แจกไป 2 รอบแรกเลย สวนทางกับค่าครองชีพของประชาชนที่ทำให้กำลังซื้อหายไป และต้นทุนธุรกิจร้านอาหารที่มีแต่ขบวนขึ้นต่อเนื่องมาตลอด 2 ปี ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน วัตถุดิบต่างๆ จนธุรกิจร้านอาหารเจอสภาพแฮมเบอร์เกอร์ ที่โดนกระหน่ำทั้งบนและล่าง คือ ต้นทุนที่สูงและกำลังซื้อประชาชนที่หายไป ซึ่งโจทก์ข้อนี้ยังไม่เห็นรัฐบาลออกมาตราใดช่วยแก้ไข หรืออาจเป็นเพราะรัฐบาลในยุคนี้มัวแต่บริหารการเมืองมากกว่าบริหารประเทศ

นายสรเทพ กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลควรออกมาก็ล่าช้าจนไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการได้ อาทิ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเคยเรียกร้องไปก่อนหน้าว่า ควรรีบออกมาให้ทันไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 เพราะสภาพเศรษฐกิจส่อแววไม่ดี แต่รัฐกว่าจะเคาะสรุปรายละเอียดก็จะจบไตรมาสแรกของปี 2568 ซึ่งถึงเวลานี้ประชาชนก็ไม่มีเงินเหลือจะเที่ยวกันแล้ว ยังไม่พูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวสุดท้ายของประเทศไทยที่ติดๆ ดับๆ จนกระทบถึงร้านอาหารขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ออกมาแจ้งปิดเพราะเจ๊งกันระนาว หรือไม่ก็มียอดขายกำไรหายไปเกิน 50% อีกมากมาย

“ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่ซัพพลายวงใหญ่มาก ซึ่งหากร้านอาหารขายได้อยู่ได้ ตลาดสดแม่ค้าก็อยู่ได้ เกษตรก็อยู่ได้ รถสามล้อ มอเตอร์ไซค์ที่ขนส่งของสดก็อยู่ได้ พนักงานร้านไม่ถูกให้ออกหรือตกงาน ที่สำคัญประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งคือประเทศที่มีธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่มากมาย แต่สงสัยว่า นายกและรัฐบาลจะไม่เข้าใจหรือมีความรู้เรื่องเหล่านี้เลย” นายสรเทพ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจร้านอาหารร้องนายกฯ วิงวอนเร่งออก 5 มาตรการอัดยาแรงถอนพิษศก.ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...