หนี้กองทุนน้ำมันเลิกติดลบ ชี้เงินไหลเข้าวันละ 307 ล้าน
กองทุนน้ำมันเริ่มสดใส ติดลบเหลือ 44,274 ล้านบาท ชี้ราคาน้ำมันลด หนุนเงินไหลเข้าเดือนละหมื่นล้าน ล่าสุดบัญชีน้ำมันพลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี สวนทางค่าการตลาดยังพุ่ง เบนซินแตะ 3.79 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2568 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยติดลบ 44,274 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันเป็นบวกอยู่ที่ 2,607 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 44,881 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อน ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ติดลบอยู่ที่ 44,266 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันเป็นบวกอยู่ที่ 773 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 45,039 ล้านบาท
โดยบัญชีน้ำมันกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปีกว่า นับตั้งแต่กองทุนน้ำมันติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 130,000 ล้านบาท เมื่อปี 2565 ด้วยสถานการณ์ที่ดีขึ้น ส่งผลกองทุนน้ำมันยังมีเงินไหลเข้าวันละ 307 ล้านบาท หรือประมาณเดือนละ 9,500-10,000 ล้านบาท ดังนั้น คาดการณ์ว่าในช่วงปลายปีนี้ หรืออีก 6-7 เดือนข้างหน้า สถานะกองทุนน้ำมันจะกลับมาเป็นบวกได้ แม้ปัจจุบันยังเหลือหนี้ที่ต้องใช้คืนอีก 80,138 ล้านบาท จากหนี้เงินกู้ของสถาบันการเงินทั้งหมด 105,333 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเรียกเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันเพื่อส่งเข้ากองทุน ดังนี้ เบนซินออกเทน 95 ถูกเรียกเก็บ 9.80 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เก็บ 1.80 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เก็บ 3.60 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 เก็บ 3 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลและดีเซล B20 เรียกเก็บ 2.90 บาทต่อลิตร และดีเซลเกรดพรีเมี่ยมเรียกเก็บ 4.40 บาทต่อลิตร
ซึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 กองทุนน้ำมันฯได้ปรับลดการจัดเก็บเงินจากน้ำมันเบนซิน (E10) ลง 1.60 บาทต่อลิตร จากเดิม 4.60 บาทต่อลิตร เหลือ 3.00 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มลดลง 2.10 บาทต่อลิตร จากเดิม 34.95 บาทต่อลิตร เหลือเพียง 32.85 บาทต่อลิตร โดยเหตุผลในการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯมีขึ้นเพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก และช่วยให้โครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศมีความเหมาะสม ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกจะยังไม่แน่นอน และมีความผันผวน
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกล่าสุด ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 64.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาเพิ่มขึ้น 0.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) อยู่ที่ 60.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (BRENT) อยู่ที่ 64.09 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าการตลาดน้ำมัน (Marketing Margin) ที่ผู้ค้าน้ำมันเรียกเก็บจากประชาชน จากรายงานสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 28 พ.ค. 2568 คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พบว่าค่าการตลาดกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ยังคงทรงตัวระดับสูง โดยเบนซินออกเทน 95 ถูกเรียกเก็บค่าการตลาด 3.7980 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 มีค่าการตลาดที่ 3.5179 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 3.5772 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 3.5148 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 3.4751 บาทต่อลิตร, ดีเซลอยู่ที่ 1.9911 บาทต่อลิตร โดยเฉลี่ยค่าการตลาดของกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลระหว่างวันที่ 1-28 พ.ค. 2568 อยู่ที่ 2.47 บาทต่อลิตร (จากค่าการตลาดที่เหมาะสมที่ 1.5-2 บาทต่อลิตร)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนี้กองทุนน้ำมันเลิกติดลบ ชี้เงินไหลเข้าวันละ 307 ล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net