GULF ทุ่ม 1,100 ล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 แห่ง ดันกำลังผลิตไฟฟ้าสะอาดสู่ Net Zero
GULF เดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในธุรกิจพลังงานสะอาด ประกาศเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในโครงการโรงไฟฟ้าขยะ มูลค่า 1,100 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions และสนับสนุนนโยบาย BCG ของภาครัฐ
15 กรกฎาคม 2568บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบหลักการการรับซื้อไฟฟ้าและอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561–2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1(PDP2018 Rev.1) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศ
โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ GULF ในการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ควบคู่กับการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสีย ตลอดจนสนับสนุนนแนวนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Circular Green Economy: BCG)
บริษัทจึงได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้แผนดังกล่าว จำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 96 เมกะวัตต์ และโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม (Solid Recovered Fuel: SRF) จำนวน 3 โครงการ ผ่านบริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (GWTE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 นั้น
บริษัทขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 GWTE ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดที่บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) ถือในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และซื้อหุ้นทั้งหมดที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) ถือในโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,100 ล้านบาท
ส่งผลให้โครงการทั้งหมดดังกล่าวเป็นบริษัทย่อยของ GWTE โดยมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นดังต่อไปนี้
1) โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท เก็ท กรีน พาวเวอร์ จำกัด จำนวน 10 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 80 เมกะวัตต์ ซึ่งเดิม GWTE และ ETC ถือหุ้นเท่ากันในสัดส่วนร้อยละ 50 เป็น GWTE ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
2) โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท ซันเทค อินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำกัด จำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งเดิม GWTE ETC และบริษัท เวสท์เทค เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด (WTX) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 34, 33 และ 33 ตามลำดับ เป็น GWTE และ WTX ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 67 และ 33 ตามลำดับ
3) โรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท เซอร์คูลาร์ แคมป์ จำกัด จำนวน 3 โครงการ ซึ่งเดิม GWTEและ BWG ถือหุ้นเท่ากันในสัดส่วนร้อยละ 50 เป็น GWTE ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
บริษัทเล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตของโครงการในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้งหมด 12 โครงการดังกล่าว ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ในขณะที่โครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรม มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการพัฒนาโครงการ บริษัทจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป
รายการดังกล่าวมีขนาดรายการไม่ถึงเกณฑ์ตามข้อกำหนดที่ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน แต่บริษัทมีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับของตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศ และการปฏิบัติการใด ๆ ของบริษัทจดทะเบียน