โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Trump” เขย่าตลาดพันธบัตรสหรัฐ-ทำ “Yield พุ่ง”... ชู “กองตราสารหนี้โลก” ฝ่ามรสุม “Trade War” Top5 ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.27% โอกาสลงทุนรับ “ดอกเบี้ยสูง-แนวโน้มลดลง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: ทิศทางดอกเบี้ยขาลงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ “กองทุนตราสารหนี้โลก” เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดที่ได้แนะนำให้นักลงทุนมีติดพอร์ตเอาไว้
เพราะเงื่อนไขการลงทุนมาพร้อม ทั้ง “ดอกเบี้ยสูง-แนวโน้มลดลง” ไม่ได้จะเกิดขึ้นบ่อยๆ เป็น “โอกาสทอง” ของการลงทุนในตราสารหนี้ที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามพร้อมการมาของ Donald Trump” กับนโยบายเขย่าโลกต่างๆ ที่ทยอยปล่อยออกมา ภาพเศรษฐกิจของสหรัฐส่อเข้าสู่ภาวะ Stagflation” ที่เศรษฐกิจโตช้า แต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งทำให้ “ดอกเบี้ย” ที่เคยมองว่าจะลดลงได้เร็วและมาก อาจจะทรงตัวสูงและมีข้อจำกัดในการลงไปในที่สุด
ผลงานของ “กองตราสารหนี้โลก” เลยดูเหมือนไม่มาตามนัด ปีนี้ผลงานทรงตัวบวกเล็กน้อยเฉลี่ย 0.06% เท่านั้น แต่บริบทการลงทุนยังคงทำให้ “ตราสารหนี้โลก” ยังเป็นสินทรัพย์ที่ยังคงน่าสนใจลงทุนอยู่นั่นเอง
สำหรับ “กองตราสารหนี้โลก”ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด”ปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองตราสารหนี้โลก” ปีนี้ผลงานทรงตัว บวกเฉลี่ย +0.06%…“ UQI-SSF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +6.14% ส่วน “MUBONDUH-D” ดิ่งหนักสุด -3.22%

สำหรับผลงานของ “กองทุนตราสารหนี้โลก” ทั้ง 126 กอง ปีนี้ค่อนข้างทรงตัวทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +0.06% โดยมี 76 กอง คิดเป็น 60% ที่มีผลงานเป็น “บวก” อีก 40% ที่เหลือยัง “ติดลบ” โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +6.14% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทนยังติดลบอยู่ -3.22% หรือต่างกันอยู่ 9.36%
สำหรับ 5 “กองตราสารหนี้โลก ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +3.27% ได้แก่

  • “UQI-SSF” ของบลจ.ยูโอบี +6.14%

  • “SCBGLOB” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +3.52%

  • “DAOL-TRBOND-A” ของบลจ.ดาโอ +2.41%

  • “M-SMART INCOME-AC” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +2.29%

  • “M-USTBILL” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +1.97%

ส่วน 5 “กองตราสารหนี้โลก” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -2.95%ประกอบด้วย

  • MUBONDUH-D” ของบลจ.เอ็มเอฟซี-3.22%

  • “SCBFSTP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์-3.21%

  • “ONE-FFI” ของบลจ.วรรณ -3.11%

  • “TUSFIX” ของบลจ.ทิสโก้ -2.77%

  • “KKP SIB-UH-SSF” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร-2.45%

Trump” ซ้ำเติมปัญหา “ตลาดพันธบัตร”…กังวลภาวะ “การคลัง” ทำผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่ง

หลังจากความหวั่นวิตกเกี่ยวกับภาษีศุลกากร“อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนหันไปให้ความสนใจกับแนวโน้มการคลังที่แย่ลง
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” เปิดเผยผ่านรายงานว่า “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” กำลังปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการคลังที่ไม่ยั่งยืน “อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น” สะท้อนให้นักลงทุนเห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนในหนี้สหรัฐ และพวกเขาต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว “ตลาดพันธบัตร” กลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง เนื่องจากร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่ของประธานาธิบดีDonald Trump” แม้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลทางการคลังของสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความคืบหน้าของร่างกฎหมายในกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
“หากร่างกฎหมายผ่าน จะมีการลดภาษีโดยไม่ตัดรายจ่ายอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะเพิ่มการขาดดุลมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงทศวรรษหน้า”

“ความกังวลยังเพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โอกาสที่ลดลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’(Fed) และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มสั่นคลอนเกี่ยวกับความปลอดภัยของหนี้รัฐบาลสหรัฐ จากนโยบายการค้าของ ‘Trump’ ตลาดพันธบัตรมีความผันผวนรุนแรงในปีนี้นับตั้งแต่ ‘Trump’ เริ่มทำสงครามการค้า ซึ่งเพิ่มความคาดหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย แม้ว่าภาษีศุลกากรอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น”
“เบนจามิน ไรท์เซส” นักกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจมหภาคของ BMO Capital Markets ในแคนาดา บอกว่า การขาดดุลจำนวนมากตลอดช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่อาจเกิดขึ้น และเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ไม่เป็นมิตรต่อตลาดพันธบัตรเลย หากปัจจัยหลักทั้งสามข้อนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อไม่เปลี่ยนแปลง แนวโน้มอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป
“อัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้สหรัฐฯ โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s’ เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลที่ซบเซาในวันจันทร์ ก็ได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนให้สูงขึ้นไปอีก การเคลื่อนไหวที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในพันธบัตรระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับการเติบโตและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม พันธบัตรระยะสั้นก็เริ่มมีอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเช่นกันในช่วงที่ผ่านมา”
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบท “ดอกเบี้ยสูง-แนวโน้มดอกเบี้ยลดลง” ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนใน “ตราสารหนี้โลก” อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยแนะนำให้ให้เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้คุณภาพ” ที่เป็น Investment Grade โดยวางอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ (Duration) ปานกลางหรือต่ำกว่านั้น หรือไม่เกิน 5 ปี เป็นสำคัญ ยังจะได้ประโยชน์ทั้งจากดอกเบี้ยที่สูงและกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้นในอนาคต หากดอกเบี้ยลดลงอีกด้วย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...