เพื่อไทยถึงกล้าเล่นเกมเสี่ยง
เพื่อไทยถึงกล้าเล่นเกมเสี่ยง
ตามโหราศาตร์สดวงเมืองนับแต่2มิ.ย.68 รัฐบาลเริ่มถูกบีบให้เดินในเส้นทางที่มืดมน โดยเห็นเค้าล้างเปลี่ยนแปลงใหญ่ชนิดถึงขั้น “เปลี่ยนตัวนายกฯ-ยุบสภา-รัฐประหาร” มันไม่ใช่แค่ปรับครม.น้ำย่อยเท่านั้น
ตรงกับปรากฏการณ์บ้านเมืองลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย นับตั้งแต่เหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ปลุกกระแสชาตินิยมถล่มรัฐบาลเพื่อไทย หง่อเกินเหตุให้กัมพูชา และถูกจับโยงสัมพันธ์ระหว่างตระกูลชินกับฮุน เซน
ตามด้วยคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้กระทรวงการคลังออกคำสั่งบังคับโทษกับ “อาปู”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ของ “นายกอิ๊งค์“น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
ลุ้นผลประชุมของแพทยสภา 12 มิ.ย. หลังสภานายกพิเศษของแพทยสภา คือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข หักมติของแพทยสภาที่ลงแส้แพทย์3 คนเกี่ยวข้องคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ของ “ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย”นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
โดยแพทยสภาต้องเสียง 2ใน 3 หรือ 47 เสียง หักดาบรมว.สาธารณสุข ท่ามกลางใช้พลังภายในล็อบบี้เพื่อบล็อกโหวต ไม่ให้เสียงของแพทยสภาถึง 47 เสียง ตามด้วยวันที่ 13 มิ.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่ส่วนปมร้อนฉ่าชั้น 14 และยังต้องลุ้นคดี 112 อีกดอกหนึ่ง
คดีจำนำข้าวของ “อาปู” คดีเสี่ยงคุกตารางของ “พ่อนายก” สะเทือนต่อภาวะผู้นำของนายกฯ ฝ่ายต่อต้านปลุกกระแสลุ้นคดีให้สุดซอย คือ จ่ายอ่วมและเข้าคุกตามลำดับ แต่ “เครือข่ายบ้านจันทร์ส่องหล้า”มั่นใจเอาอยู่
ขณะที่รัฐบาลอิ๊งค์ ฝ่ายนิติบัญญัติหายใจไม่ทั่วท้องหวั่นถูกกวาดลงทะเลทั้งกระดาน ยกเว้น “เสี่ยหนู”นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่อยู่ในที่ประชุมครม. อาจพ้นบ่วงนิติสงคราม พ่วงสส.พรรคประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยในชั้นที่ประชุมสภา
ในกรณีมติเห็นชอบโยกงบประมาณฯปี 68 ไปแจกเงินหมื่นเข้าข่ายกระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 โดยมีมือดีชงถึงตีนบันไดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)แล้ว เพื่อสะกิดให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด
เกมนี้กลุ่มคนในกระบวนการเตรียมปฏิวัติล้างสิ่งสกปรกในทางการเมือง มั่นใจมาก แม้แต่ระดับมือกฎหมายเบอร์ต้นของประเทศที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังยกนิ้วโป้งให้ ถึงขั้นตั้งไข่ใช้กลไกพิเศษตามรัฐธรรมนูญ ฟอร์มรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศกันใหม่แล้ว
ส่อสมรภูมินิติสงครามล้มกระดานการเมือง หลัง “นายกอิ๊งค์”ชิงปรับครม.ตามที่ “พ่อนายก”เสนอแนะ เดิมนายกฯเน้นรักษาสัมพันธภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมพปรับครม.เฉพาะภายในพรรคเพื่อไทย ลดแรงกระเพื่อมในพรรคร่วมรัฐบาล
แต่ถึงวันนี้การเมืองเดินไปสู่ต่อสู้กัน 3 ขั้ว ระหว่าง “แดง-ส้ม-น้ำเงิน” โดยมีพรรคอื่นๆเป็นแนวร่วมมุมกลับ เพื่อไทยหวังกลับมายืนหนึ่งได้เหมือนในอดีต ต้องคุมกลไกปกครองและตำรวจให้ได้
เป็นปัจจัยสำคัญตั้งป้อมยึดโควตารมว.มหาดไทย รมว.แรงงาน คืนจากภูมิใจไทย และคายเก้าอี้รมว.พาณิชย์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทยยอมกลืนเลือดก็อยู่ต่อ หากขัดขืนถูกตะเพิดแน่ เพื่อไทยยึดโควตา 4 รัฐมนตรีว่าการและ 4 รัฐมนตรีช่วยของภูมิใจไทย แบ่งก้อนเค้กให้พรรคร่วมรัฐบาลเพิ่ม แม้ตกอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำ ก็ยังพอมีพลังพอค้ำบัลลังก์เก้าอี้นายกฯ ก่อนเปิดปฏิบัติการเร่งซ้อนสว.จับปลาในบ่อเพื่อน สกัดค่ายสีน้ำเงินกินรวบกรรมการองค์กรอิสระ
เพื่อไทยที่ศรัทธาลดฮวบอาจหาญเสี่ยงเล่นเกมนี้สู้อำนาจเก่าเขย่านิติสงคราม และจับแยกกลุ่มทุบภูมิใจไทยทำลายล้างทางการเมือง “ตระกูลชิดชอบ” เตรียมปูทางเลือกตั้งกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
#มะม่วง แปดริ้ว