ขวัญ เผยสาเหตุเลิกแฟนเก่าถึงขั้นไม่นับเป็นเพื่อนอีก แพลน 5 ปีเบรกตัวเองจากวงการ
เป็นอีกคนที่โตมากับวงการบันเทิง สำหรับนางเอกสาว ขวัญ อุษามณีไวทยานนท์ที่ล่าสุดออกมานั่งเปิดใจในรายการ WOODY FM ถึงชีวิตการทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างอนาคต เพราะอีก 5 ปีเตรียมเบรกตัวเองจากวงการแล้ว ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้ขวัญทำงานหนักขนาดนี้เพื่อรู้ว่าจุดที่ควรจะเบรกคือเมื่อไหร่ เริ่มมาจาก
“เป้าหมายคือขวัญรู้ว่าช่วงชีวิตตอนนั้นมันมีความสุขที่สุด ถ้าวันหนึ่งขวัญมีลูกขึ้นมา เหมือนที่ตอนนี้พี่แก้วมีลูก เราก็จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในโมเมนต์ของลูก ในโมเมนต์ของครอบครัว แล้วจะทำยังไงไม่ให้เราไปขอตังค์สามีอย่างเดียว ก็ต้องทำตัวเราให้มีมากพอ ในวันหนึ่งก็ต้องมาดูแลคนข้างหลัง และวันนั้นจะเป็นวันที่ขวัญนั่งชิลอยู่กับสวนกุหลาบดูแลตัวเองดูแลลูกได้ ไม่ใช่ว่าเราต้องอยู่สบายคนเดียว โดยที่คนข้างหลังลำบาก”
ส่วนภาพการมีครอบครัวที่วาดฝันไว้ขวัญบอกว่า อยากได้คนที่มีครึ่งหนึ่งเหมือนคุณพ่อ ถ้าวันหนึ่งต้องแต่งงาน เธอบอกพลางหัวเราะว่า จะไม่ยอมหย่าเด็ดขาด
“ขวัญจะไม่ยอมเป็นแม่หม้ายแน่นอน คนนั้นต้องเป็นคนที่ขวัญมั่นใจแล้วว่าเป็นคู่ชีวิต ขวัญไม่ต้องการผู้ชายรวยแต่ต้องการผู้ชายมีสมอง ต้องเป็นคนดีมีศีลธรรม แค่โกหกขวัญก็ไม่เอาแล้ว”
ซึ่งที่ผ่านมาแฟนคนเก่าของขวัญถ้าจับได้ว่าโกหกจะตัดทิ้งทันที ถึงขั้นไม่นับเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักอีก
“ถ้าจะมีอนาคตเป็นครอบครัวขวัญไม่สามารถใช้ชีวิตกับคนที่เขาพูดอะไรมาแล้วเราก็มานั่งคิด 2แง่ 2ง่ามได้ ถ้ามีลูกจะสอนลูกเราเป็นคนยังไง เราโตมาด้วยตัวเราเอง เราสร้างของเรามา เพราะฉะนั้นคนที่มาอยู่ข้างขวัญไม่ต้องสร้างให้ขวัญเพิ่มก็ได้ แต่ต้องไม่ทำลายขวัญหรือทำให้เรารู้สึกเสียใจ”
แม้ชีวิตเธอจะผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าไม่ใช่คนที่แกร่งหรือเก่งอะไรเพียงแค่ต้องการคนที่คอยอยู่ข้างกันไป ซึ่งตอนนี้เธอก็ยอมรับว่ามีแล้ว
“เราเป็นผู้หญิงยังไงเราก็ต้องการคนที่เป็นผู้นำ เราไม่ใช่คนที่แกร่งหรือเก่ง แต่ถ้าเกิดว่าคนที่อยู่ข้างขวัญทำให้สั่นคลอนอยู่คนเดียวดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเอาหัวใจเราไปฝากไว้กับใครก็ไม่รู้”
พร้อมกับเผยแพลนการแต่งงานที่วางไว้ว่าควรจะแต่งไม่เกิน 5ปี เพราะก็คงมีลูกไม่ได้ ขวัญบอก แต่ถึงยังไงถ้าไม่ใช่เธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นใคร
“ขวัญใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง เพื่อพนักงาน เพื่อญาติพี่น้องคนข้างหลัง ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีอะไรที่มันดีขึ้น เพราะว่าเราเป็นคนสาธารณะ เราสามารถสร้างตัวเราให้เป็นประโยชน์ได้”