โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ศุกร์ (สุข) ละวัด วัดนาคกลาง ไหว้หลวงพ่อโคนสมอมหาลาภ

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ย. 2564 เวลา 05.39 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 05.39 น. • The Bangkok Insight

วัดนาคกลางวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ เขตบางกอกใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร โดยสันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมมี 3 วัด คือวัดนาค ปัจจุบันคือ วัดพระยาทำวรวิหาร ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือคลองมอญ วัดกลาง ปัจจุบันคือวัดนาคกลางวรวิหาร ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้คลองมอญ วัดน้อย ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงเรียนทวีธาภิเศก และเคหสถานที่เช่าปลูกอาศัย

วัดทั้งสามนี้ มีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ดังข้อความที่ปรากฏว่าในหนังสือเรื่อง"ตำนานวัตถุสถานที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา" ตอนหนึ่งว่า  ในสมัยที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานีอยู่ 15 ปี ต้องทำศึกสงครามอยู่ทุกปีมิได้ขาด การกู้บ้านเมือง จึงมีโอกาสแต่เพียงรวบรวมราชอาณาเขตซึ่งแตกเป็นหลายก๊กกลับเป็นประเทศเดียวกันได้ดังแต่ก่อน แต่การที่จะก่อสร้างทำนุบำรุงบ้านเมืองให้กลับคืนดีดังเก่า ไม่มีโอกาสและกำลังที่จะทำได้เท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้จึงมิใคร่ปรากฏวัตถุสถานที่สร้างในสมัยกรุงธนบุรี

แม้ที่มีอยู่บ้างก็พึงสังเกตได้ว่าฝีมือช่างอยู่ข้างเลว เพราะช่างครั้งกรุงศรีอยุธยาถูกพม่ากวาดเอาไปเสีย ช่างที่มีในกรุงธนบุรีก็พึ่งฝึกหัดขึ้นใหม่ ยังมิทันที่จะเชี่ยวชาญ ถึงในการอื่น ๆ เช่น แต่งหนังสือ เป็นต้น ก็เป็นทำนองเดียวกัน ตลอดจนในฝ่ายพุทธจักรก็ต้องเป็นแต่สมมติวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง และเที่ยวหาพระสงฆ์  เหลืออยู่ตามหัวเมือง มาเลือกสรรตั้งเป็นพระราชาคณะปกครองสังฆมณฑล  ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีกรณีรวมชื่อวัด วัดนาค ให้ชื่อใหม่ว่า วัดพระยาทำ โดยเอาชื่อเดิมมารวมเข้ากับ วัดกลางและวัดน้อย ได้ชื่อใหม่ว่า“วัดนาคกลาง”  ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน เพราะห่างจากพระราชวังเพียงแค่ 500 เมตร  มีความสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีเป็นอย่างมาก

 

วัดนาคกลาง มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์ที่ชาวบ้านนับถือกัน นั่นคือ หลวงพ่อโคนสมอมหาลาภ ประดิษฐานที่มณฑปจัตุรมุขเป็นพระพุทธรูปปางหนึ่งที่มีความเก่าแก่  เรียกว่า ปางฉันสมอ หรือ ปางถือผลสมอ มีพระพุทธลักษณะแบบปางมารวิชัยคือนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลาทรงผลสมอ (ผลสมอเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ทรงพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสามเณรฉันได้ตลอดเวลาแม้ในยามวิกาลเพราะเป็นเภสัชขนานเอก) พระหัตถ์ขวาคว่ำลงที่พระชานุหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้าง 29 นิ้ว สูงจากฐานถึงพระเกศ 47 นิ้ว ห่มจีวรคล้ายแบบจีนและทิเบต พระเกศแบบบัวตูม นัยว่าแต่เดิมประดิษฐานอยู่ทางภาคเหนือ ได้ถูกอัญเชิญเคลื่อนย้ายเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์และมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประจำวัดนาคกลางวรวิหาร จนถึงทุกวันนี้ โดยหลวงพ่อโคนสมอมหาลาภ มีชื่อในเรื่องพระที่มีพุทธคุณเด่นในด้านรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จึงมีคนที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บไปกราบไหว้ขอพรให้หายจากอาการที่เป็นอยู่ ส่วนคนปกติทั่วไปก็จะไปขอพรไม่ให้เจ็บป่วยกัน

พระอุโบสถหลังใหญ่ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ลักษณะทรงไทย หลังคา 3 ชั้น มุงกระเบื้องประดับช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ ส่วนพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดคือ หลวงพ่อพระพุทธประสิทธิ์ พระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ ลงรักปิดทอง พร้อมทั้ง พระพุทธรูปบูชาต่าง ๆ และพระอัครสาวกเบื้องขวา เบื้องซ้าย ในกำแพงพระอุโบสถยังมีภาพวาดภาพเขียนลายไทยเล่าประวัติของพระพุทธเจ้าให้ได้ชมกันอีกด้วย
ดังที่กล่าวไว้ว่า วัดแห่งนี้มีความสำคัญในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี และที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวัง

 

วัดแห่งนี้จึงได้มีความผูกพันกับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ทรงมีต่อพระพุทธศาสนา พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง และยังทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา โดยมีเรื่องเล่ากันว่า พระภิกษุรูปหนึ่งที่อยู่ในพระวิหารได้นิมิตรว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยากมาประทับที่วัดนาคกลางวรวิหารแห่งนี้ โดยในนิมิตให้ไปอัญเชิญพระบรมรูปของพระองค์ พระภิกษุรูปนั้นพร้อมทั้งญาติโยมจึงไปหาตามนิมิตร  ได้พบพระบรมรูปที่ปั้นด้วยดินเหนียวตั้งอยู่ระหว่างวัดเครือวัลย์ กับกองทัพเรือ จึงได้มีการอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดนาคกลาง โดยสร้างศาลขึ้นแต่ปัจจุบันไม่มีศาลนั้นแล้ว เหลือแต่พระบรมรูปที่ทางวัดได้ซ่อมแซมบูรณะเก็บไว้เป็นอย่างดี

จากนั้นทางวัดจึงได้สร้าง ศาลาสุธรรมภาวนา (ศาลาพระเจ้าตาก) ตั้งอยู่ทางซ้ายมือของพระอุโบสถ ภายในศาลาสุธรรมภาวนา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนิมิตฯ หรือหลวงพ่อทอง และพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในพระอิริยาบถต่าง ๆ จำนวน 9 พระองค์ครึ่งอาทิ ปางนั่งเมือง ปางทรงม้า ปางยืน ปางนั่งวิปัสสนา ปางเดินจงกลม ปางนั่งวิปัสสนา และปางยืนทรงบาตร และพระบรมรูปครึ่งองค์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้าของศาลาพร้อมทั้งทหารเสือคู่พระทัย เพื่อเป็นการสืบสานตำนานพระเกียรติคุณแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

จุดด้านหลังยังมีจุดให้ชมคลองมอญ เป็นคลองธรรมชาติคลองหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตบางกอกใหญ่กับเขตบางกอกน้อย ที่มาของชื่อคลองมาจากที่ริมสองฝั่งคลองเป็นชุมชนชาวมอญเรียงรายกันไปตลอดแนว เป็นจุดสัมผัสบรรยากาศริมน้ำและ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีเส้นทางการท่องเที่ยว ตามรอยพระเจ้ากรุงธนบุรี บรรยากาศรายล้อมด้วยชุมชนที่อาศัยจากรุ่นสู่รุ่น บ้านหลายหลังถูกปรับให้เป็นโฮมสเตย์ทั้งที่ตั้งอยู่ในชุมชนและริมสองฝั่งคลองเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เดินทางมาเยือน

นอกจากนี้ ยังมีสารพัดเมนูขนมหวานจากฝีมือชาวบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่าง ขนมตาลทุเรียน ขนม เปียกปูนสด แฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ ที่ใครได้มาเยือนอดที่จะหลงรักไม่ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...