เผยนาทีสะพานถล่ม เหมือนในหนัง-อาคารสะเทือน ผวาน้ำมันแสนลิตรใกล้จุดเกิดเหตุ
เผยนาทีสะพานถล่ม เหมือนในหนัง-อาคารสะเทือน ผวาน้ำมันแสนลิตรใกล้จุดเกิดเหตุ คานสะพานขวาง ชาวบ้านเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้
จากเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อสะพานข้ามแยก ย่านลาดกระบัง กทม. ที่กำลังก่อสร้างอยู่ เกิดพังถล่มลงมา ส่งผลให้คนงานและวิศวกรเสียชีวิต 2 ศพ โดยยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กองอยู่ใต้ซากอีกหลายคัน
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.ค.66 ข่าวสดออนไลน์ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมสอบถามประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณรอบที่เกิดเหตุ โดยมีนางแก้ว อาศัยในอาคารพาณิชย์ ประกอบธุรกิจเคมีการเกษตร ตั้งอยู่หน้าจุดที่คานสะพานถล่มลงมา เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุช่วงเย็นวานนี้ตนอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคาร ได้ยินเสียงถล่มดังสนั่นหวั่นไหว และรู้สึกอาคารสะเทือน กลัวจะถล่มลงมา ซึ่งอาคารแห่งนี้มีผู้พักอาศัยกันอยู่ 3 คน และสะพานดังกล่าวก่อสร้างมานานร่วม 3 ปีแล้ว มีการตอกเสาเข็มสั่นสะเทือนตัวอาคารมาตลอด ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะเคยเห็นแต่ในหนัง ไม่คิดว่าจะมาเจอของจริงเช่นนี้
ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ซึ่งติดกันกับจุดที่คานสะพานถล่ม ส่งผลให้ซากวัสดุปิดทางเข้าออกของหมู่บ้าน เปิดเผยว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวและเป็นทางที่ถูกสะพานปิดทับ ทำให้ลูกบ้านไม่สามารถใช้รถเดินทางเข้าออกได้ ต้องอาศัยการเดินเท้าเพียงเท่านั้น
ขณะที่ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน อยู่จุดที่คานสะพานหล่นปิดทางเข้าออกและตั้งอยู่ข้างหมู่บ้านจัดสรร เปิดเผยว่า วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ปั๊มเพิ่งลงน้ำมันเพิ่ม 8 ถัง รวมน้ำมันเก่าและใหม่ที่มีอยู่ในถังบรรจุน้ำมันร่วม 100,000 ลิตร ขณะเกิดเหตุเวลา 17.55 น. สะพานถล่มทับเสาไฟฟ้า ทำให้ระบบไฟฟ้าดับทั้งหมด ระบบเซฟตี้ทำงาน หัวจ่ายน้ำมันตัดทันที ไม่สามารถเปิดจำหน่ายน้ำมัน และไม่สามารถนำรถมาสูบน้ำมันได้ เนื่องจากทางเข้าออกถูกปิด โดยตอนนี้มีความกังวลเรื่องไอน้ำมันที่ระเหยขึ้นมาจากถังใต้ดิน เพราะแม้ระบบไฟฟ้าจะตัด แต่ไอน้ำมันยังคงระเหยอยู่ตลอด ประกอบกับยังมีการเร่งเคลียร์ซากวัสดุด้วยการตัดเชื่อมเหล็ก ทำให้เกิดประกายไฟกระเด็น
เบื้องต้นจึงแก้ปัญหาด้วยการนำกระสอบทรายมาปิดรูระบายไอน้ำมัน นำผ้ามาคลุมหัวจ่ายน้ำมันทั้งหมด พร้อมปิดท่อลงน้ำมันและวาล์วต่างๆ เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะติดตั้งม่านกันประกายไฟ ไม่ให้กระเด็นเข้าปั๊มและฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอด ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์ดูระยะของประกายไฟรายชั่วโมง