โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ร้านอาหาร” โฟกัสลูกค้ากระเป๋าหนัก กุญแจสำคัญเร่งปั๊มรายได้-กำไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2566 เวลา 01.32 น.

คอลัมน์ : Market Move

ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกาภาพการจองโต๊ะล่วงหน้า ที่เดิมมักพบได้ในร้านอาหารหรูแบบ full course กำลังแพร่หลายไปสู่กลุ่มร้านอาหารระดับทั่วไป หลังการถูกกดดันจากภาวะต้นทุนพุ่งสูงและผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้บรรดาธุรกิจร้านอาหารต้องพยายามเร่งสปีดสร้างรายได้และกำไรให้เร็วที่สุด

โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็คือ การหันมาใช้การเปิดให้จองโต๊ะล่วงหน้า แทนการรับลูกค้าวอล์กอินแบบ 100% เหมือนในอดีต ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงจัดบริการเสริมพิเศษเพื่อเป็นแม็กเนตดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มียอดใช้จ่ายสูงให้มาใช้บริการร้านมากขึ้น รวมถึงสามารถต่อยอดจุดเด่นของร้าน เช่น วิวทิวทัศน์ เพื่อใช้ตั้งราคาจองที่สูงกว่าปกติได้

สำนักข่าว “ซีเอ็นบีซี” รายงานถึงเทรนด์ใหม่ในวงการร้านอาหารของสหรัฐอเมริกานี้ว่า บรรดาธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐใช้จังหวะที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการต้องจองโต๊ะ-จ่ายค่าอาหารล่วงหน้าผ่านทางแอป หรือเว็บไซต์ในช่วงโควิด-19 และระบบการจองที่ก้าวหน้ามากขึ้นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 มาเปิดโมเดลให้ลูกค้าจองโต๊ะล่วงหน้ากันมากขึ้น

ความนิยมใช้บริการจองร้านอาหารนี้สะท้อนได้จากข้อมูลของผู้ให้บริการอย่าง บุ๊กกิ้งโฮลดิ้ง ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจองร้านอาหารออนไลน์ opentable เปิดเผยเมื่อปี 2565 ว่า ที่ผ่านมาแต่ละปีแพลตฟอร์มช่วยให้ผู้บริโภคมากกว่า 1 พันล้านคนจองร้านอาหารต่าง ๆ ซึ่งเพียงช่วงกว่า 5 เดือนของปี 2566 นี้ ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1.5 พันล้านคนแล้ว

ขณะเดียวกัน การจองล่วงหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่การจองโต๊ะสำหรับทานอาหารแบบธรรมดา ๆ เหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ทั้งร้านอาหารและแพลตฟอร์มยังใช้กลยุทธ์แบบวิน-วิน ด้วยการเสริมความพรีเมี่ยมอย่างบริการพิเศษ โต๊ะในมุมวิวดี หรือร้านอาหารที่มีโอกาสได้เจอเหล่าเซเลบ ฯลฯ เข้าไปเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับบนและกระตุ้นยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จด้วย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความพยายามจูงใจให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น แลกกับประสบการณ์การใช้บริการที่ดีขึ้น

“แอลลิสัน เพจ” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มจองร้าน SevenRooms กล่าวว่า สำหรับธุรกิจแพลตฟอร์มจองยุคนี้แค่หาลูกค้าให้ร้านอาหารอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้ว แต่ต้องหาลูกค้าที่มีคุณภาพด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำบ่อยครั้ง หรือมียอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จสูงกว่าค่าเฉลี่ย

โดย 2 ใน 3 ของร้านอาหารที่เป็นคู่ค้าของ SevenRooms ต่างสร้างบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองผ่านทางออนไลน์ ขณะที่แพลตฟอร์มเองเดินหน้ากันสลอตการจองแบบมีบริการเสริมพิเศษเหล่านี้ไว้สำหรับผู้ใช้งานระดับพรีเมี่ยม ตัวอย่างเช่น การจองโต๊ะในร้าน Carbone ในเมืองลาสเวกัสที่เป็นร้านยอดนิยมของเหล่าดาราและเซเลบ ซึ่งการจะจองได้ต้องเป็นสมาชิกของรีสอร์ตเครือ MGM ตั้งแต่ระดับโลกขึ้นไปเท่านั้น

ไปในทิศทางเดียวกับ Resy แพลตฟอร์มอีกรายที่มีโปรแกรม Global Dining Access ซึ่งสามารถจองร้านอาหารดังและมักเต็มตลอดอย่าง Balthazar และ Le Bernardin ในกรุงนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสิทธิเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะผู้ใช้งานที่ถือบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส และผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทางสถาบันการเงินกำหนด เช่น เป็นสมาชิกระดับแพลทินัมซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมรายปีสูงถึง 695 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น

“ฮันนาห์ เคลลี่” หัวหน้าเจ้าหน้าที่การตลาดของ Resy กล่าวว่า ปัจจุบันโปรแกรมนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมกว่า 650 แห่งแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน ร้านอาหารบางแห่งใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งที่ตนมีอยู่แล้ว เช่น กำหนดราคาการจองโต๊ะในโซนดาดฟ้าในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกให้สูงกว่าช่วงเวลาปกติ หรือตั้งราคาที่นั่งที่เห็นวิวสถานที่สำคัญให้สูงกว่าที่นั่งอื่น เป็นต้น

อีกทั้งยังมีการนำโมเดลแบบจ่ายก่อนทานทีหลังมาใช้อีกด้วย โดยร้านอาหาร Tailor กำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องจ่ายค่าอาหารก่อน รวมถึงเพิ่มโซนพรีเมี่ยมที่ทางร้านระบุลูกค้าจะได้ประสบการณ์ทานอาหารแบบสุดยูนีคซึ่งมีจำนวนเพียง 2 ที่นั่งต่อวันเข้ามา โดยการทานอาหารในโซนนี้ในวันพฤหัสฯและอาทิตย์จะสนนราคา 100 ดอลลาร์ต่อคน แต่หากเป็นวันศุกร์-เสาร์ราคาจะขยับไปสูงถึง 125 ดอลลาร์ต่อคน รวมถึงยังปรับมาชาร์จค่าเซอร์วิสชาร์จแทนการทิป ซึ่งนับเป็นวิธีที่แปลกสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาอีกด้วย แต่แม้จะใช้กลยุทธ์เหล่านี้ร้านได้รับความนิยมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561

วิธีการเหล่านี้ช่วยให้ร้านอาหารได้ลูกค้าที่มีแนวโน้มใช้จ่ายสูง ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มได้ฐานลูกค้าชั้นดี และดึงดูดให้ร้านอาหารมาเข้าร่วมมากขึ้นตามแนวคิดแบบวิน-วิน

นอกจากการเพิ่มรายได้จากลูกค้าระดับบนแล้ว การหันมารับลูกค้าผ่านระบบจองล่วงหน้านี้ยังเป็นประโยชน์กับการบริหารต้นทุนของร้านอาหารอีกด้วย

“วิเวก สุรติ” เชฟและเจ้าของภัตตาคาร เดอะซับเปอร์คลับ อธิบายว่า โมเดลการให้ลูกค้าจองโต๊ะล่วงหน้านี้ ช่วยให้การบริการร้านอาหารง่ายขึ้นมาก เนื่องจากสามารถรู้จำนวนลูกค้าล่วงหน้าในแต่ละวัน ทำให้อัตรากำไรสูงขึ้น เพราะจัดการต้นทุนวัตถุดิบแม่นยำมากขึ้น รวมถึงยังลดขยะอาหารลงด้วย

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ลูกค้ายังคุ้นเคยกับการต้องจ่ายค่าอาหารล่วงหน้ามากขึ้น แม้ราคาอาหารของหลายร้านจะแพงขึ้นเท่าตัวจากช่วงก่อนการระบาดก็ตาม

“เทรนด์นี้ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของร้านและลูกค้า แต่ยังรวมไปถึงพนักงานด้วย เพราะเมื่อต้องการสร้างประสบการณ์สุดยอดให้ลูกค้าที่ยอมจ่ายแพง ก็ต้องใช้วัตถุดิบชั้นยอด รวมถึงต้องจ่ายค่าจ้างพนักงานแบบสมน้ำสมเนื้อด้วยเช่นกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...