โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เศรษฐา 100 จุด บนความ (เพ้อ) ฝันว่าหุ้นไทยจะทะยาน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้จริงแค่ไหน?

Wealthy Thai

อัพเดต 28 พ.ย. 2566 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2566 เวลา 08.50 น.

ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ ถือว่าอาการหนักเอาเรื่องอยู่พอสมควร หากใครได้นั่งเฝ้าติดตามจะพบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้ามาก็ทำให้นักลงทุนใจสั่นหวั่นไหว ว้าวุ่น ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมอยู่ดีๆ ตลาดหุ้นไทยถึงปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงได้ถึงเพียงนี้
โดยในช่วงการซื้อขายภาคเช้าตลาดหุ้นไทยทำจุดหวาดเสียวที่สุดของวัน ปรับตัวลดลงไปกว่า 26 จุด โดยดัชนีวิ่งลงไปสู่ระดับ 1,443.24 จุด ซึ่งถือว่าหลุดแนวรับสำคัญ ที่นักวิเคราะห์ประเมินเอาไว้ที่ 1,460 จุด
ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ตั้งอยู่บนความคาดหวังครั้งใหม่ว่า เมื่อประเทศไทยได้รัฐบาลชุดใหม่มาก็มีโอกาสมีความหวังที่จะพึ่งพาให้ตลาดหุ้นไทยทะยานเกินหน้าเกินตา ตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกกับเขาได้บ้าง
ความคาดหวังนี้ไม่ใช่เรื่องที่นักลงทุนอย่างเราตั้งความเพ้อฝันเอาไว้เอง แต่เป็นเพราะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน วาดความ (เพ้อ) ฝันไว้ให้เราเองต่างหาก
ด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ หรือการท่องเที่ยวที่ออกมาตราการฟรีวีซ่าให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้งมาตรการแจกเงินดิจิทัล จำนวน 10,000 บาท
รวมไปถึงอีกสิ่งที่สำคัญคือนายกเศรษฐา ให้สัญญาแล้วว่าจะไม่มีการเก็บภาษีขายหุ้น (Transaction Tax)สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความคาดหวังให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับการโปรดเกล้าขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ส.ค.66ณ ขณะนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 1,549.21 จุด เท่ากับว่าวันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปกว่า 105.77 จุดแล้ว นับจากดัชนีปิดตลาดวันที่ 23 ส.ค.66ประกอบกับ มีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากนับวันตั้งแต่ที่นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 30 อย่างเป็นทางการ พบว่านักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 26,518 ล้านบาท ซึ่งตรงกันข้ามกับนักลงทุนประเภทอื่นที่มีสถานะเป็นซื้อสุทธิ
แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้น มิอาจบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดใหม่นี้ส่งผลทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปกว่า 100 จุด นับตั้งแต่วันที่เริ่มทำงานวันแรก
โดยตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยลบที่มาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางการเงินของทางฝั่งสหรัฐที่ตลาดหุ้นไทยให้น้ำหนักมากที่สุดคือเรื่องของการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่ดูเหมือนว่าธนาคารกลางของสหรัฐ หรือเฟดเองนั้น ยังมีความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับสภาวะเงินเฟ้อ จึงทำให้ยังต้องตึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อเนื่อง
ประกอบการที่ ขณะนี้กระแสเม็ดเงินการลงทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นไทยยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเช่นพันธบัตร ซึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐต่างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดหุ้น จึงทำให้เม็ดเงินลงทุนมีความจำเป็นต้องหันไปหาสิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงมากกว่า
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการที่ค่าเงินดอลล่าสหรัฐมีความแข็งค่ามากขึ้นกว่าหลายสกุลเงินอื่นๆทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินบาทของไทยที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลล่าสหรัฐในรอบหลายปี
ดังนั้นเองจึงทำให้เกิดภาพชัดเจนว่ากระแสเงินลงทุนต่างชาติ หรือ Fund Flow จะยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน ซึ่งก็แปลความหมายได้ว่าตลาดหุ้นไทยยังคงถูกแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอีกต่อเนื่อง
สำหรับ ประเด็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยเมื่อเทียบกับดอลล่านั้น ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งในข้อดีนั้นก็อย่างที่นักลงทุนรู้กันว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มส่งออกอาหารและเครื่องดื่ม
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ถือเป็นความท้าทายในมุมกลุ่มหุ้นที่เสียประโยชน์ ก็คือกลุ่มที่มีการนำเข้าไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าพลังงาน การนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งนั้นก็ย่อมหมายความว่าในอนาคตอันใกล้นี้ราคาต้นทุนพลังงานของไทยเองมีโอกาสที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยคนที่จะเดือดร้อนคงจะไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุน แต่จะเป็นประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...