โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้แล้วควรเลี่ยง! 5 อาหารทำให้มีกลิ่นตัว เหงื่อออกใต้วงแขน แม้อาบน้ำทุกวัน

Khaosod

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 10.37 น.

รู้แล้วควรเลี่ยง! 5 อาหารทำให้มีกลิ่นตัว เต่าเหม็น เหงื่อออกใต้วงแขน แม้อาบน้ำทำความสะอาดทุกวันก็ยังเสี่ยงกลิ่นแรงไม่รู้ตัว

ใครประสบปัญหา เหงื่อชุ่มเสื้อผ้าใต้วงแขนและเริ่มมีกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ออกมาทำให้รู้สึกเขินอายในที่สาธารณะ อาจไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสะอาดร่างกายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอาหารการกินอีกด้วย

ตามรายงานอีทีทูเดย์ นพ. หลี่ ปิงซุนชี้ว่า แม้ว่ากลิ่นตัวจะไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แต่ไม่เพียงส่งผลต่อการมีความสัมพันธ์ทางสังคมเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ความมั่นใจในตนเองลดลงด้วย เพื่อไม่ให้คนอื่นเป็นลมด้วยการยกมือขึ้น จึงขอแนะนำ "อาหาร 5 ชนิด" ที่ควรกินแต่น้อย เพราะทำให้เกิดกลิ่นไม่รู้ตัว

นพ. หลี่ ปิงซุน หัวหน้าแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่โรงพยาบาลถู่เฉิง เมืองนิวไทเป ไต้หวัน กล่าวไว้ว่ากลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่นของร่างกาย ซึ่งกระจายอยู่เป็นจำนวนมากในรักแร้และหัวหน่าว เมื่อสารถูกหลั่งออกมาในรูปแบบเหงื่อจะสร้างกลิ่นขึ้น ยิ่งเมื่อมีปฏิกิริยากับแบคทีเรียก็จะยิ่งเกิดกลิ่นตัวยิ่งขึ้น

โดยนพ. หลี่ ปิงซุน แนะนำว่าควรรักษาความสะอาด อาบน้ำให้เร็วที่สุดหลังจากออกกำลังกายและเมื่อมีเหงื่อออก พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สะอาดเพื่อลดกลิ่น จากนั้น "เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน" การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมมากเกินไปจะกระตุ้นต่อมอะโพไครน์ (Apocrine) รวมถึงเพิ่มการกินผัก

นพ. หลี่ ปิงซุน กล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าเพศไหน อย่ากลัวที่จะ "จำกัดขนรักแร้" ทั้งโกน เลเซอร์ หรือแว๊กซ์ และ "ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย" เนื่องจากการกำจัดขนรักแร้สามารถรักษาความสะอาดใต้วงแขน ป้องกันแบคทีเรียและเหงื่อจากการเกาะติด รวมถึงสามารถลดผลกระทบของกลิ่นได้

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือยาระงับเหงื่อในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีจำหน่ายทั่วไปควรใช้อย่างเหมาะสม เพราะหากทามากเกินไปอาจอุดตันรูขุมขนและทำให้รูขุมขนอักเสบได้ ดังนั้น เพื่อลดกลิ่นตัว นพ. หลี่ ปิงซุนแนะนำว่าควรทาน 5 ประเภทให้น้อยลง

1.อาหารรสจัด เพราะจะกระตุ้นผิวหนังและต่อมผิวหนัง ขับเหงื่อ ทำให้ปัญหากลิ่นตัวรุนแรงขึ้น ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น พริกไทย ขิง กระเทียม 2.แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ยังสามารถกระตุ้นต่อมเหงื่อให้หลั่งเหงื่อและเพิ่มกลิ่นกาย

3. อาหารทะเลกุ้ง ปู หอย และอาหารทะเลอื่น ๆ มีโปรตีนและกรดอะมิโนจำนวนมาก ซึ่งง่ายต่อการย่อยสลายและมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งจะส่งผลต่อกลิ่นตัว 4. เนื้อแดง เช่น เนื้อวัวและเนื้อหมู มีไขมันและโปรตีนมากกว่า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดกลิ่นในระหว่างการย่อยอาหาร 5. กาแฟและชา มีคาเฟอีนและธีโอฟิลลีน ซึ่งสามารถกระตุ้นต่อมเหงื่อให้หลั่งเหงื่อและเพิ่มกลิ่นตัว

นอกจากนี้ ตามรายงานของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แนะนำการรักษาและป้องกันการมีกลิ่นตัว ได้แก่ การล้างบริเวณรักแร้บ่อย ๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ฆ่าเชื้อ เพื่อลดแบคทีเรียแต่ไม่ควรล้างบ่อยเกินไป, หลีกเลี่ยงภาวะที่ร้อนจัด-ภาวะอบอับชื้น, ใช้น้ำหอมฉีดพ่นเพี่อกลบกลิ่นตัว แต่ต้องระวังการผื่นแพ้น้ำหอมที่อาจเกิดได้ รวมถึงอาจฉีดโบท๊อกเพื่อลดการสร้างสารก่อกลิ่น

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...