โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mitsubishi Minicab-MiEV อีวีเพื่อการพาณิชย์ เปิดตัวอีกครั้งนอกญี่ปุ่น แบบที่คนไทยอาจได้ใช้

AutoFun Thailand

อัพเดต 22 เม.ย. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2566 เวลา 09.26 น. • Salin
ความนิยมรถเคคาร์ในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซีย
  • ที่มาของชื่อรุ่น
  • ไม่ใช่รถใหม่แกะกล่อง
  • จะผลิตนอกญี่ปุ่นครั้งแรกในอินโดนีเซีย

หลายคนคงทราบกันดีว่า รถในเซกเมนต์เคคาร์ (Kei Car) นั้นคือรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและส่วนใหญ่จะพบในประเทศญี่ปุ่น เคคาร์ยังคงได้รับความนิยมในประเทศบ้านเกิดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ความนิยมรถในเซกเมนต์นี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซียปีหน้า

ความนิยมรถเคคาร์ในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซีย

ที่มาของชื่อรุ่น

ชื่อรุ่น Minicab-MiEV นั้นมีที่มาจากชื่อรุ่นรถเคคาร์ที่ใช้เป็นรถขนส่งเพื่อการพาณิชย์รวมกับระบบส่งกำลังที่เป็นไฟฟ้า ระบบส่งกำลังดังกล่าวนั้นเรียกว่า i-MiEV หนึ่งในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในยุคแรก ๆ สำหรับรถอีวี โดยเริ่มใช้ใน Peugeot iOn และ Citroën C-Zero

โดยมิตซูบิชิจะนำระบบส่งกำลังไฟฟ้าดังกล่าวมาใส่ในเคคาร์เพื่อการพาณิชย์คันนี้โดยไม่ให้เสียพื้นที่การบรรทุกที่มี

ความนิยมรถเคคาร์ในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซีย

ไม่ใช่รถใหม่แกะกล่อง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องทราบคือ รถคันนี้ไม่ได้เป็นรถใหม่แกะกล่อง แต่ Mitsubishi เคยขาย Minicab-MiEV ในเวอร์ชั่นที่คล้ายกันนี้ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2011 และมีคนที่ใช้รถคันนี้หลายพันคนอยู่เหมือนกัน

หลังจากนั้นไม่นาน การผลิตและจำหน่ายรถรุ่นนี้ก็ยุติลงชั่วคราว แต่ก็ได้กลับมาผลิตอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเนื่องด้วยความต้องการอีวีเพื่อการพาณิชย์ที่มีมากขึ้นในญี่ปุ่น

ความนิยมรถเคคาร์ในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซีย

ผลิตในอินโดนีเซีย

ในการประกาศครั้งนี้จึงเป็นการประกาศว่า Mitsubishi จะขยายการผลิตเคคาร์ไฟฟ้านอกประเทศญี่ปุ่น โดยรถจะผลิตที่โรงงาน Mitsubishi Motors Krama Yudha ในอินโดนีเซียและจะเริ่มประกอบรุ่นดังกล่าวในปีหน้า

โรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 220,000 คัน/ปี และปัจจุบันมีพนักงานอยู่ประมาณ 3,300 คน โดยโรงงานนี้ก็ผลิตรถที่เรารู้จักกันอยู่แล้วอย่าง Pajero Sport, Xpander, และ Xpander Cross ในอินโดนีเซีย

สำหรับสเปคของ Mitsubishi Minicab-MiEV นั้นมีขุมพลังที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 40 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบตเตอรี่ขนาดใด ทั้งขนาด 10.5 กิโลวัตต์ และ 16 กิโลวัตต์ โดยการชาร์จหนึ่งครั้งจะสามารถวิ่งได้ 100 และ 150 กม. ตามลำดับ

ความนิยมรถเคคาร์ในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รวมถึงขุมพลังให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด คราวนี้ Mitsubishi จึงประกาศที่จะสร้างเคคาร์พลังงานไฟฟ้า Minicab-MiEV ซึ่งจะเริ่มผลิตในอินโดนีเซีย

มีโอกาสมาไทยไหม

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำรถคันนี้นำร่องการใช้งานกับบริษัทในไทยบ้างแล้ว เช่น ไปรษณีย์ไทย และ โออาร์ บริษัทลูกของปตท. เพื่อใช้ Minicab-MiEV สำหรับการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์ภายในประเทศ

โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่าจะเดินหน้าแสวงหาโอกาสและร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ๆ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนต่อไป ซึ่งการทดลองใช้ในการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์ จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้งานรถอีวีในชีวิตจริง ทั้งเพื่อธุรกิจ และการเดินทางไป-กลับที่ทำงานด้วยเส้นทางประจำในทุกวัน

อ่านเพิ่มเติม : ถามผู้บริหาร Mitsubishi ไทยปีนี้คาดว่าจะขายดีขึ้น รถ BEV อาจจะต้องรอก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...