ซีอีโอ Goldman Sachs-JPMorgan-Wells Fargo มั่นใจ ทรัมป์ 2.0 หนุนภาคธนาคารโตได้อีก
ซีอีโอธนาคารรายใหญ่ รวมถึง Goldman Sachs , JPMorgan และ Wells Fargo ต่างมั่นใจจุดยืนรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อหนุนภาคธนาคาร ดันธุรกิจเติบโตมากขึ้น
วันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บรรดาซีอีโอของธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท รวมถึง โกลแมนด์ แซคส์ (Goldman Sachs) เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) และเวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo) ต่างแสดงความมั่นใจเกี่ยวกับจุดยืนในการสนับสนุนธุรกิจของรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ เนื่องจากธนาคารต่าง ๆ รายงานว่ากำไรเพิ่มขึ้นจากการทำข้อตกลงและกิจกรรมการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
ภาคการเงินได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางการตลาดอยู่แล้วเป็นทุนเดิม โดยตลาดหุ้นที่คึกคักและการคาดการณ์ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ ประธานาธิบดีสหรัฐจะส่งเสริมนโยบายผ่อนปรนกฎระเบียบและลดภาษี
นายเดวิด โซโลมอน ซีอีโอของ Goldman Sachs กล่าวระหว่างการประชุมผลประกอบการว่า ความเชื่อมั่นของซีอีโอเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากผลการเลือกตั้งสหรัฐ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผู้สนับสนุนจำนวนมากที่รอดำเนินการ และความต้องการในการทำข้อตกลงโดยรวมก็มากเพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกฎระเบียบที่ปรับปรุงดีขึ้น
หุ้นธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันพุธ (15 ม.ค.) โดย
- หุ้นซิตี้ กรุ๊ป (Citi Group) พุ่งขึ้น 7.4%
- หุ้น Wells Fargo พุ่งขึ้น 7%
- หุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 6.1%
- หุ้น JPMorgan Chase พุ่งขึ้น 2%
ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) หรือ BofA และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันนี้
นายสตีเฟน บิกการ์ นักวิเคราะห์ธนาคารจาก Argus Research กล่าวว่า อิทธิพลของความรู้สึกของนักลงทุนที่มีต่อราคาหุ้นกลับมาอีกครั้ง และนี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะรับความเสี่ยงจากรายได้จากตลาดทุนที่มากเกินไป
ตลาดหุ้นสหรัฐมีผลงานที่แข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 23.3% ในปี 2567 ซึ่งปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น และอุปสงค์การจัดจำหน่ายพันธบัตรที่แข็งแกร่ง ทำให้ค่าธรรมเนียมวาธิชธนกิจเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้แล้ว นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. 2567 ดัชนี KBW Banking ก็พุ่งขึ้นเกือบ 10%
Goldman Sachs รายงานผลกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 โดยมีกำไร 4.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม การขายตราสารหนี้ และการซื้อขาย
ในขณะเดียวกัน รายได้จากธนาคารและตลาดทั่วโลกในไตรมาสที่ 4 ก็เติบโตขึ้น 33.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี และธนาคารยังรายงานรายได้สุทธิประจำปีจากหุ้นในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน โดย Goldman Sachs ระบุในแถลงการณ์ว่า แนวโน้มค่าธรรมเนียมธนาคารเพื่อการลงทุนมีแนวโน้มดีขึ้นในเดือนธ.ค. 2567 เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. 2567
ด้าน JPMorgan Chase รายงานว่า รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของทั้งค่าธรรมเนียมการลงทุนและรายได้จากการซื้อขายในไตรมาสที่แล้ว โดยนายเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan แสดงความมั่นใจในอนาคต โดยอ้างถึงความคาดหวังถึงเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยมากขึ้น
การประกาศผลประกอบการดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนพิธีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายทรัมป์ ซึ่งเขาสนับสนุนการยกเลิกกฎระเบียบและนโยบายลดภาษี โดยการลดกฎระเบียบอาจส่งผลให้การทำข้อตกลงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมของธนาคารเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนายไดมอนชี้ว่า ธุรกิจต่าง ๆ มีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และได้รับกำลังใจจากความคาดหวังถึงนโยบายที่สนับสนุนการเติบโตและความร่วมมือที่ดีขึ้นระหว่างรัฐบาลและธุรกิจ
ขณะที่ชาร์ลี ชาร์ฟ ซีอีโอของ Wells Fargo ก็มีความเห็นสอดคล้องกัน โดยเขากล่าวว่า มีมุมองเชิงบวกเกี่ยวกับทิศทางที่จะมุ่งหน้าไปในปี 2568 เนื่องจากทั้งเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งที่มีอยู่ รวมถึงแนวทางที่เอื้อต่อธุรกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ โดย Wells Fargo รายงานว่าผลกำไรเพิ่มขึ้น 47.3% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 แตะที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าธรรมเนียมการลงทุนในธนาคารพุ่งขึ้น 59% สู่ระดับ 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบเป็นรายปี
นอกจากนี้แล้ว Citi Group ก็รายงานว่าผบกำไรได้สูงเป้าหมายในไตรมาส 4 โดยได้รับประโยชน์จากกิจกรรมการซื้อขาย และการทำธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการลงทุนด้านธนาคารเพิ่มขึ้น 35% สู่ระดับ 925 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ นายเนวิลล์ จาเวรี ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Allspring ซึ่งดูแลสินทรัพย์มูลค่า 5.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือหุ้นใน Citi และ JPMorgan กล่าวว่า รายได้ของธนาคารเหล่านี้สูงเกินความคาดหมาย เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว จะเห็นได้ว่าผลประกอบการของธนาคารมีแนวโน้มที่ดีอย่างมาก ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมหุ้นธนาคารถึงปรับตัวอย่างสดใสในวันนี้
อ้างอิง : reuters.com