โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ชีวิตที่ไม่ได้สวยงามและยากลำบากของเสือโคร่งสีทอง"

Environman

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 12.00 น.

ชีวิตที่ไม่ได้สวยงามของเสือโคร่งสีทอง แม้แต่ขนที่สวยงามก็ไม่อาจปกปิดความยากลำบากในชีวิตที่พวกมันต้องพบเจอบนโลกใบนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมเราควรสนับสนุนการอนุรักษ์และปกป้องพื้นที่ธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง

ในตอนเย็นของวันที่ 24 มกราคม 2024 ไกด์นำเที่ยวและช่างภาพสัตว์ป่า Gaurav Ramnarayanan ได้ออกเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Kaziranga ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเเป็นมรดกโลกของ UNESCO โดยเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขนาด 430 ตารางกิโลเมตรในประเทศอินเดีย พร้อมกับลูกทัวร์ส่วนตัวของเขา

อุทยานแห่งชาตินี้ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์ป่าหายากหลายชนิดทั้งแรดนอเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนกสีสวยงามอีกหลายร้อยสายพันธุ์ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทีมของ Ramnarayanan ตามหา พวกเขากำลังเฝ้ารอบางอย่างที่พิเศษกว่านั้น นั่นคือเสือโคร่ง และเวลานั้นก็มาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้

ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันถัดมาพวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องเตือนจากกวาง ซึ่งเป็นเสียงที่สัตว์ร้องออกมาเมื่อเห็นนักล่า Ramnarayanan เร่งรุดออกอย่างรอบคอบและเงียบเชียบทันที ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นเสืออยู่บนถนนห่างออกไปประมาณ 700 เมตร

“ตอนแรกที่เห็น ‘เขา’ เขามีรูปร่างขาวมากและดูไม่เหมือนเสือโคร่งเบงกอลทั่วไป” Ramnarayanan เล่า “ผมเคยเห็นเสือโคร่งมากพอที่จะรู้ได้ทันทีตั้งแต่แรกว่าเสือตัวนี้ไม่ธรรมดา” การส่องสัตว์ผ่านกล้องได้ยืนยันสิ่งที่เขาคิด เสือโคร่งตัวนี้ ‘ขาว’ มาก มันคือเสือโคร่งสีทองที่หาได้ยากยิ่ง

“เสือโคร่งตัดสินใจเข้ามาหาเราโดยไม่มีท่ามีจะโจมตีหรือทำร้ายเรา แต่เพียงเพื่อเดินผ่านเส้นทางและทำเครื่องหมายอาณาเขตของมันเอง” เขาเล่าต่อ มันเข้ามาใกล้มากในระดับ 100 เมตรและ Ramnarayanan ก็ถ่ายรูปมันไว้ได้อย่างสวยงาม ทว่าสีทองที่สวยงามนั้นมีเบื้องหลังที่ไม่สวยงามอยู่

#พันธุกรรมที่ผิดพลาด

เสือโคร่งสีทองหรือ Golden tiger นั้นไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ที่แยกออกมาและก็ไม่ใช่สายพันธุ์ย่อยของสปีชีส์ใด แต่เป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ทำให้สีขนเปลี่ยนไป คล้ายกับที่เกิดขึ้นในเสือสีขาว ยีนด้อยในดีเอ็นเอได้สร้างสีที่ดูแปลกตาเหล่านี้ขึ้นมา

ทาง Uma Ramakrishnan ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาจากศูนย์วิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งชาติของอินเดียเปรียบเทียบการกลายพันธุ์นี้ว่าเหมือนกับ ‘ดีเอ็นเอที่สะกดคำผิด’ สำหรับเสือขาว การกลายพันธุ์ได้ไปยับยั้งการสร้างสีของขน

แต่ในเสือโคร่งสีทอง การกลายพันธุ์ในยีนที่ชื่อว่า ‘wideband’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างผลิตฟีโอเมลานิน (pheomelanin; เม็ดสีเหลืองอมแดง) ถูกขยายระยะเวลาออกไประหว่างที่ขนเจริญเติบโต กล่าวอย่างง่าย พวกมันสร้างสีขนปกติได้ไม่เต็มที่

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าลูกเสือโคร่งน้อยกว่า 1 ใน 10,000 ตัว (0.0001%) จะเกิดมาพร้อมกับลักษณะสีขาว ขณะที่ขนสีทองนั้นหาได้ยากยิ่งกว่า และการพบมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการพบเสือโคร่งสีทอง อาจเป็นสัญญาณว่ามีการผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกันมากขึ้น

“วิธีเดียวที่มันจะแสดงออกมา(ขนสีทอง)ได้ก็คือการผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกันหรือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม” Ramakrishnan กล่าว “โดยเกิดขึ้นเมื่อยีนที่หายาก(ยีนด้อนที่ทำให้เกิดขนสีทอง)กลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่กำลังได้รับการศึกษาอยู่”

Ramakrishnan เสริมว่าขนสีทองนี้พบได้มากขึ้นโดยเฉพาะเสือที่เลี้ยงในที่กักขัง ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับอดีตที่ห่างไกล เนื่องจากในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามนุษย์ได้คัดเลือก ‘เสือที่ดูสวยงามนี้’ เพื่อสร้างเสือที่ดูสวยงามรุ่นต่อไป

ตัวเลขสถิติอาจทำให้ประหลาดใจกว่าเดิม ตามรายงานทั้งหมดที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์แทบไม่พบเสือขาวนี้ในป่าเลย โดยพบเห็นตัวสุดท้ายและถูกยิงเสียชีวิตเมื่อทศวรรษ 1950 แต่ทั่วโลกกลับมีเสือขาวในที่กักขังมากกว่า 200 ตัว และมีเสือสีทองประมาณ 30 ตัวทั่วโลก

แม้จะยังไม่ทราบดีว่าขนสีที่ไม่สม่ำเสมอนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากแค่ไหน แต่สิ่งที่รู้กันดีก็คือ ‘การผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกัน’ อาจทำให้เกิดปัญหาทางร่างกายได้เช่น ใบหน้าแบนหรือตาเหล่ รวมถึงการกลายพันธุ์อื่น ๆ ที่อาจทำให้เสืออ่อนแอต่อโรคมากขึ้น

#น่ายินดีที่ไม่น่ายินดี

นอกจากนี้การพบเสือสีทองในป่าก็ยังเป็นสัญญาณของข่าวที่ไม่สู้ดีนักอีกอย่าง นั่นคือกลุ่มประชากรที่กระจัดกระจายและแยกตัวห่างจากกัน อันที่จริงแล้วมีผู้พบเห็นเสือโคร่งสีทองใน Kaziranga มาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งทำให้เกิดกระแสฮือฮาบนอินเตอร์เน็ต (บางแหล่งข้อมูลระบุว่าอุทยานมีเสือสีทอง 4 ตัว)

แม้จะเป็นจุดขายที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ทางอุทยานก็ไม่ได้ยินดีมากนักตามแถลงการณ์ที่โพสต์บน X (หรือ Twitter) ในปี 2020 โดย Rabindra Sharma นักวิจัยของอุทยานว่า “ยีนด้อนปรากฏขึ้นเนื่องจากมีการผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกันภายในประชากรที่กระจัดกระจายออก”

รายงานในปี 2020 ระบุว่าเสือโคร่งประมาณ 70% จากทั้งหมด 190 ตัวของรัฐอัสสัมอาศัยอยู่ใน Kaziranga แต่ภูมิภาคนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจนทำให้สัตว์ป่าสูญเสียเส้นทางการอพยพตามธรรมชาติของมัน และนั่นทำให้เสือโคร่งไม่สามารถเจอเสือตัวอื่น ๆ จนพวกมันต้อง ‘ผสมพันธุ์กันเอง’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามการอยู่รอดของเสือทั้งหมด

“การเชื่อมโยงแหล่งที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้นระหว่างประชากร(เสือ) โดยส่งเสริมการใช้ที่ดินที่สนับสนุนให้เสือเคลื่อนที่ในระยะไกลได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ” Kota Ullas Karanth นักอนุรักษ์และผู้ก่อตั้งศูนย์การศึกษาสัตว์ป่าในอินเดียกล่าว “ในบางกรณี โครงสร้างเช่นสะพานลอยและอุโมงค์สัตว์ที่วางตามแหล่งอยู่อาศัยที่เสี่ยง ก็อาจช่วยได้เช่นกัน”

จำนวนเสือโคร่งสีทองที่สูงผิดปกติของอุทยานบ่งชี้ถึงสัญญาณที่น่ากังวล และอาจทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลง ไม่เพียงเท่านั้น การลักลอบล่าสัตว์และธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลงก็ทำให้เสือยิ่งเสี่ยง

ภาพเสือโคร่งสีทองอาจดูสวยงามและน่ารัก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราตระหนักได้ว่าความหายากเหล่านี้มีคุณค่าและควรได้รับการปกป้องแค่ไหน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงตัวเสือแต่รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งหมดที่พวกเขาอาศัยอยู่

ที่มา

https://www.sciencedirect.com/…/pii/S266671932030039X…

https://twitter.com/kaziranga_/status/1283008356450369537

https://www.ifaw.org/uk/animals/white-tigers

https://tigers.panda.org/…/the_truth_about_white_tigers/

https://edition.cnn.com/…/golden-tabby-tiger…/index.html

https://www.wildcatsanctuary.org/white-tigers/

Photo: Erlebnis- & Tigerpark Dassow/wikicommons

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...