2.4 ล้านหายเกลี้ยง บริษัทตรวจสอบบัญชีเจอแฮกแอพแบงก์ในมือถือ โวย40ครั้งไร้แจ้งการโอนเงิน
เตือนภัยแฮกแอปธนาคารในโทรศัพท์มือถือ บริษัทตรวจสอบบัญชีโดนเอง ดูดเงินเงินฝาก 3 ธนาคารเกลี้ยงบัญชี 2.4 ล้าน ร้องธนาคารไม่แจ้งการโอนเงิน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ธ.ค.2567 น.ส.อรอนงค์ บุญโต อายุ 57 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทในพื้นที่ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ให้สัมภาษณ์เตือนภัยผู้มีบัญชีเงินฝากธนาคาร และใช้แอปพลิเคชัน ในการฝาก-ถอน-โอนเงิน อาจจะถูกมิจฉาชีพดูดเอาเงินจากบัญชีแบบไม่รู้ตัว ซึ่งได้เกิดขึ้นกับบัญชีธนาคารตนเอง และบัญชีธนาคารของบริษัทฯซึ่งเป็นนิติบุคคล
ขณะที่ธนาคารไม่มีระบบป้องกันที่เข้มแข็งเป็นไปตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งยังไม่ให้คำแนะนำแก้ไขปัญหา ทำให้ต้องไปแจ้งความเรียกร้องความเป็นธรรมที่ สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจก็ยอมรับเพิ่งเคยเห็นวิธีแบบนี้
น.ส.อรอนงค์ กล่าวว่า ตนและบริษัทมีบัญชีทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร 5 แห่ง และแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา บัญชีธนาคาร A ถูกล็อกทำธุรกรรมไม่ได้ เมื่อเราไปกดปลดล็อกตามขั้นตอนในแอปพลิเคชัน โดยเข้าไปแสดงตนตามหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งมา ซึ่งก็เป็นเบอร์ของธนาคาร A เราก็เข้าไปทำงานได้ตามปกติ
มารู้ภายหลังว่าเงินในธนาคาร A ถูกโอนออกไป 4 ครั้งๆละ 49,999 บาท รวม 199,999 บาท , ธนาคาร B ถูกโอนออกไปเช่นเดียวกัน 4 ครั้งๆละ 49,999 บาท รวม 199,999 บาท และธนาคาร C ถูกโอนออกไป 40 ครั้งๆละ 49,999 บาท รวม 1,999,999 บาท โดยทั้ง 3 ธนาคารไม่มีการแจ้งให้ทราบทางอีเมลส่วนอีก 2 ธนาคารไม่มีการโอน
"ไปติดต่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง ได้รับคำแนะนำจากธนาคาร A และ B ให้ยื่นคำร้องตามแบบฟอร์มที่ธนาคารนั้น ซึ่งธนาคารแจ้งว่าพบการโอนเงินลักษณะผิดปกติจึงระงับการโอนครั้งที่ 5 ตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ธนาคาร C ที่ถูกโอนเงินไปมากที่สุดและไม่แจ้งการโอนทางอีเมลเช่นกันและยังปล่อยให้โอนเงินต่อไปอีกจนกว่าจะมาแจ้งตำรวจจึงจะหยุดโอน ยอดเงินจึงสูงถึง 1,999,999 บาท"
"ขณะที่พนักงานของธนาคาร C ไม่ให้คำชี้แนะอะไรเลย ว่าจะต้องเดินกันไปทางไหน ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ตลอดจนไม่รับเอกสารใดๆ อ้างเป็นคำสั่งของธนาคาร ลักษณะปัดความรับผิดชอบ ถ้าหากยังไม่รับเอกสารของเรา ก็จะส่งไปให้ทางไปรษณีย์ เดินหน้าไปตามขั้นตอน”
น.ส.อรอนงค์ กล่าวต่อว่า บัญชีธนาคาร C เป็นบัญชีนิติบุคคล การจะเปลี่ยนแปลงอะไรยากมากจะต้องมีหนังสือรับรอง ตราประทับ ลายเซ็นกรรมการ หรือผู้รับมอบอำนาจ หรือกระบวนการขอสเตทเมนท์ การโอนเงินครั้งนี้ก็ต้องทำแบบนี้ แต่กลับปล่อยให้มีการโอนทุก 30 วินาทีรวม 40 ครั้ง ซึ่งก็ขัดกับระเบียบของแบงก์ชาติ พอมาเกิดเรื่องไม่คุยกับเราเลย จรรยาบรรณของธนาคาร คุณมีหน้าที่บริการประชาชน ให้ความปลอดภัย ให้ความน่าเชื่อถือ ต้องมีความรับผิดชอบอย่างน้อยพื้นฐาน เหมือนกับตนทำธุรกิจเมื่อเกิดอะไรกับลูกค้าเบื้องต้นต้องรับผิดชอบเพื่อรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจกัน
“เงินในส่วนธนาคาร C เป็นเงินของบริษัทฯ ซึ่งเราจะต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน เงินภาษีของลูกค้า ตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงงบเรื่องโบนัสเลย มันก็เดือดร้อนไปหมด จึงอยากจะวิงวอนให้ธนาคารคืนเงินส่วนนั้นให้บริษัทให้ได้ก่อนปีใหม่จะได้หรือไม่ เพราะเงินบัญชีเกลี้ยงหมดแล้ว ไม่พอจะจ่ายเงินเดือนพนักงาน”
ต่อมา 16.00 น. วันเดียวกัน น.ส.อรอนงค์ พร้อมที่ปรึกษาบริษัท เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กิติภูมิ อรรควิทยานุกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติมกล่าวหา ธนาคาร A , B และ C ไม่ได้แจ้งการโอนเงินจำนวนดังกล่าว ผ่านทางอีเมลตามที่ตกลงและถือปฏิบัติกันมาต่อเนื่อง และกล่าวหาธนาคาร C ไม่ปฏิบัติตามแนวนโยบายการบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 29 มีนาคม 2566 โดยเฉพาะการโอนเงินหากเกิน 200,000 บาท ต้องมีการยืนยันตัวตนก่อน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2.4 ล้านหายเกลี้ยง บริษัทตรวจสอบบัญชีเจอแฮกแอพแบงก์ในมือถือ โวย40ครั้งไร้แจ้งการโอนเงิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th