ลุยสางหนี้ประกัน 7 หมื่นล้าน 'พิชัย' สั่งแก้ พ.ร.บ.เพิ่มเงินสมทบกองทุน
คลังเร่งแก้ปัญหาหนี้กองทุนประกันวินาศภัย “พิชัย” ตั้งคณะทำงานพิเศษลุยแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2 มาตรา หวังเพิ่มเงินสมทบกองทุนประกันวินาศภัยอีกเท่าตัว เป็นปีละ 3,000 ล้าน รวมถึงแก้ข้อความให้กองทุนสามารถขอประนอมหนี้/แฮร์คัตหนี้กับเจ้าหนี้ได้ ผู้จัดการกองทุนเผยล่าสุดมูลหนี้ 5 บริษัทรวมแล้ว 7 หมื่นล้าน เจ้าหนี้ 8 แสนราย เดินหน้าขายตึกสำนักงานใหญ่ “สินมั่นคงประกันภัย” มูลค่า 3,000 ล้าน
แหล่งข่าวคณะกรรมการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการชำระหนี้ของกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ตามที่กองทุนได้ว่าจ้าง BAKER & MCKENZIE เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) ศึกษาโครงสร้างหนี้ ปัญหา การวางแผนการชำระหนี้ ระยะเวลาดำเนินการ แหล่งที่มาของเงิน และศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันวินาศภัย ว่าในปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างนั้น
นอกจากนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นทีมจากกลุ่มฟินันซ่า เพื่อดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2 มาตรการ ได้แก่ 1.แก้ไขมาตรา 80/3 เรื่องอัตราเงินสมทบ โดยมีแผนจะปรับเพดานเงินสมทบขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% ของเบี้ยรับใหม่ต่อปี เพราะหากไม่ปรับก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการชำระหนี้ได้ เพราะรายได้กองทุนไม่เพียงพอ
“ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะปรับเพดานเป็นเท่าไร แต่หากอ้างอิงตามเงื่อนไขสถาบันคุ้มครองเงินฝาก น่าจะปรับเป็น 1% และเก็บที่อัตราดังกล่าว ซึ่งจะหนุนให้กองทุนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,400 ล้านบาทต่อปี เป็น 3,000 ล้านบาทต่อปี ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการชำระหนี้ลงไปได้”
2.แก้ไขมาตรา 80/5 จากเดิมที่ระบุว่าให้ผู้ชำระบัญชีนำหลักทรัพย์ประกันมาเฉลี่ยให้เจ้าหนี้ทุกราย และหลังจากนั้นให้นำเงินของกองทุนประกันวินาศภัยจ่ายแทนบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามจำนวนหนี้เต็ม แต่ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท เพื่อให้เกณฑ์ผ่อนลง แต่จะไม่เป็นผลร้ายย้อนหลังกับเจ้าหนี้ โดยจะปรับเพิ่มข้อความ อาทิ กองทุนสามารถขอประนอมหนี้ หรือแฮร์คัตหนี้กับเจ้าหนี้ได้ แต่จะเป็นการสมัครใจไม่ใช่การบังคับ
“รมว.คลังยืนยันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องดำเนินการภายใน 1 ปี หรือเร็วกว่านั้นเล็กน้อย โดยคณะทำงานพิเศษที่ตั้งขึ้นมาจะส่งแนวทางแก้ไขกฎหมายให้ คปภ.พิจารณา แล้วส่งกลับไปกระทรวงการคลัง เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภาผู้แทนราษฎรต่อไป”
ขณะที่นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 กองทุนได้ปรับแผนงานใหม่ โดยได้ทำสัญญาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกให้เร่งรัดการตรวจสอบการพิสูจน์มูลหนี้ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี (ระหว่างปี 2568-2569)
โดยแยกออกมาให้ชัดเจนระหว่าง หนี้ประกันโควิด (เสียชีวิต/เจอจ่ายจบ) กับหนี้ประกันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประกันโควิด เพื่อจะได้พิจารณาจ่ายหนี้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ปัจจุบันหนี้ที่เกิดจาก 5 บริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมีมูลหนี้รวม 70,000 ล้านบาท จำนวนเจ้าหนี้กว่า 800,000 ราย
“เดิมเจ้าหนี้ 4 บริษัท ประกอบด้วย 1.เอเชียประกันภัย 1950 2.เดอะวันประกันภัย 3.ไทยประกันภัย และ 4.อาคเนย์ประกันภัย เป็นวงเงินรวมกันประมาณ 48,000 ล้านบาท เจ้าหนี้กว่า 600,000 ราย แต่หลังจากปิดรับคำทวงหนี้ของสินมั่นคงประกันภัย เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 260,000 ราย มูลหนี้ 22,000 ล้านบาท ทำให้รวมแล้วมีหนี้ 70,000 ล้านบาท เจ้าหนี้กว่า 800,000 ราย”
นายชนะพลกล่าวว่า เชื่อว่าหากสามารถแก้ไขกฎหมายได้เร็ว และผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่กองทุนว่าจ้างเร่งรัดการตรวจสอบการพิสูจน์มูลหนี้ได้ มูลหนี้อาจจะเหลือประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท และหากกลุ่มเจ้าหนี้ประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ยินยอมประนอมหนี้ ได้เงินคืนสักราว 50% ก็จะช่วยลดหนี้กองทุนไปได้มาก
เช่น ทำให้หนี้กองทุนลดลงเหลือ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากรายได้กองทุนที่มีเงินสมทบเข้ามาปีละ 3,000 ล้านบาท ก็จะสามารถออกตราสารหนี้อายุ 10 ปี ขายให้แก่บริษัทประกันภัยได้ โดยที่ คปภ.อนุญาตให้สามารถนำตราสารหนี้ดังกล่าวมานับเป็นเงินกองทุนได้ เพื่อเป็นแรงจูงใจ
สำหรับการขายทรัพย์สินของสินมั่นคงประกันภัย ซึ่งมีอสังหาริมทรัพย์แยกเป็น 1.อาคารสำนักงานใหญ่ บริเวณถนนศรีนครินทร์ ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เบื้องต้นตีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท 2.สาขา 19 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ
และ 3.รถยนต์ 250 คัน ซึ่งปัจจุบันได้ว่าจ้างบริษัทสหการประมูลรวบรวมประเมินทรัพย์สิน เพื่อเร่งขาย โดยเฉพาะในส่วนรถยนต์เพื่อไม่ให้มูลค่าลดลง ปัจจุบันได้ดำเนินการขายไปแล้วกว่า 50% นอกจากนี้ เมื่อรวมกับเงินหลักประกันที่วางไว้กับ คปภ.อีกราว 600 ล้านบาท และเงินสดอีก 1,400 ล้านบาท
ทั้งสองส่วนนี้ถูกโอนมาไว้กับ กปว.เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น หากดำเนินการทั้งหมด กองทุนก็จะมีเงินรวม ๆ ประมาณ 5,000 ล้านบาท ในการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้บริษัทสินมั่นคงประกันภัยในอนาคต
“แนวทางเบื้องต้น กองทุนจะยื่นให้บริษัทสินมั่นคงประกันภัยล้มละลาย เพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์เฉลี่ยจ่ายแทน” ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุยสางหนี้ประกัน 7 หมื่นล้าน ‘พิชัย’ สั่งแก้ พ.ร.บ.เพิ่มเงินสมทบกองทุน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net